-
อาหาร ผู้ป่วยควรจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมันสูง เช่น เนื้อที่มีมัน, ขาหมู, เนื้อหมูสามชั้น,
ไส้กรอก, นม, ครีม และเนยแข็ง เพราะจะทำให้ไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะช่วยเร่งให้การตีบของ
หลอดเลือดเป็นเร็วขึ้นและมากขึ้น ผู้ป่วยควรบริโภคอาหารที่เป็นแป้งหรืออาหารที่มี Fiber
มาก เช่น ข้าว, ถั่ว, ผักสด และผลไม้ อาหารจำพวกเนื้อ ควรเป็นเนื้อแดง, ปลา และไก่ เป็นต้น
- ถ้าผู้ป่วยอ้วน มีน้ำหนักเกินก็ควรลดน้ำหนัก ทานอาหารให้น้อยลง
- การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ การออกกำลังกาย จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจ
ดีขึ้น และช่วยในการคุมความดัน ลดน้ำหนัก ลดความเครียด ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะ
ออกกำลังกายว่า จะออกกำลังกายได้มากน้อยแค่ไหน โดยทั่วไปผู้ป่วยจะออกกำลังกายได้
ประมาณ 30 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง อาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง ชนิดของการออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว,
วิ่งช้าๆ (jogging), ว่ายน้ำ, ขี่จักรยาน, Aerobic, work out หรือเต้นรำ เพื่อสุขภาพ
- บุหรี่ ผู้ป่วยควรจะงดสูบบุหรี่ ถ้าผู้ป่วยไม่งดสูบบุหรี่ โอกาสที่จะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลัน สูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถ้างดบุหรี่ หลอดเลือดที่นำไปต่อเป็นท่อใหม่ก็จะอยู่ได้นานกว่าผู้ป่วยที่ไม่งดบุหรี่
- แพทย์ต้องควบคุมโรคอื่นที่ผู้ป่วยมี เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวานและไขมันในเลือดสูง ถ้าผู้ป่วยทานยาลดไขมัน ควรจะตรวจเลือดหาระดับไขมันในเลือด ทุก 3-6 เดือน
- โรคเบาหวาน ผู้ป่วยควรจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และรักษากับอายุรแพทย์
ผู้ป่วยต้องมาตรวจร่างกายกับแพทย์เป็นระยะทุก 2-4 เดือน และต้องทานยาที่จำเป็น เช่น Aspirin, Plavix, Ticlid ซึ่งจะช่วยทำให้เกล็ดเลือดทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ โอกาสที่จะเกิดก้อน เลือดในหลอดเลือดหัวใจก็ลดลง ทำให้อันตรายจากกล้ามเนื้อหัวใจตายลดลง หลังผ่าตัดผู้ป่วย ควรวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) ปีละ 1 ครั้ง
เมื่อท่านเป็นโรคนี้แล้ว จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่แพทย์ก็สามารถที่จะช่วยต่อ ชีวิต และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในระยะยาว อนาคตของผู้ป่วยนั้นขึ้นกับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเองและยา ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพอยู่ได้นานเป็นสิบๆ ปี เกิน 20 ปี ก็มี
ถ้าผู้ใดมีอาการน่าสงสัย หรือบ่งถึงโรคนี้ควรจะปรึกษาแพทย์ประจำตัว หรืออายุรแพทย์หัวใจให้เร็วที่สุด และควรจะได้รับการวินิจฉัยทีแน่นอนโดยการฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจ เพื่อแพทย์จะได้ให้การรักษาที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
|