.....






ทำอย่างไร! ....เมื่อเกิดภาวะตัวเตี้ยในเด็ก



ค้นพบภาวะตัวเตี้ย ได้อย่างไร ?

โรคตัวเตี้ยเป็นหนึ่งในภาวะที่พบบ่อยเป็นปัญหานำเด็กมาพบแพทย์โดยเริ่มจากการที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้เองหรือจากความกังวลของเด็ก
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่โรงเรียน ที่ชั้นเรียนพิเศษหรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่เด็กเข้าร่วมชั้นเรียน
นอกจากนั้นแล้วภาวะนี้จะถูกค้นพบในการตรวจร่างกายประจำปี หรือเด็กได้พบแพทย์เนื่องจากสาเหตุความป่วยไข้อื่นๆ
และแพทย์ผู้นั้นเกิดเอะใจในความสูงของเด็กที่เตี้ยผิดปกติ โดยทั่วไปในเด็ก 100 คน เราจะพบเด็กตัวเตี้ยประมาณ 3 -5 คน

ทำอย่างไร...เมื่อเกิดภาวะตัวเตี้ยในเด็ก ?
ทำไมถึงเกิดภาวะตัวเตี้ย ?

สาเหตุของภาวะนี้ เป็นได้ตั้งแต่ตัวเตี้ยที่เกิดจากความเบี่ยงเบนจากปกติที่ไม่ต้องรับการรักษา หรือเกิดจากความผิดปกติต่างๆ
เช่น เป็นอาการแสดงของโรคเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ อันจะส่งผลให้การเจริญเติบโตผิดปกติหรือเป็นอาการแสดงของภาวะที่มีอันตรายร้ายแรง เช่น เนื้องอกในสมองซึ่งจะกดเบียดการทำงานอันปกติของต่อมใต้สมอง ดังนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่รวมถึงกุมารแพทย์ ให้ความเอาใจใส่ในเรื่องการเจริญเติบโต นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพอันสมบูรณ์ของเด็กตามวัยแล้วยังจะเป็นการเ ฝ้าระวังความผิดปกติแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะลุกลามไปและสายเกินกว่าจะเยียวยาได้ทันการสังเกตอาการแสดง การตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดย
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเจริญเติบโต รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นจะนำไปสู่การวินิจฉัย และสิ่งที่สำคัญคือ การให้การรักษาอย่างทันท่วงที

การชะลอตัวของการเจริญเติบโตแบบปกติหรือภาวะม้าตีนปลาย คืออะไร ?

“ ภาวะม้าตีนปลาย ”คือการที่เด็กตัวเล็กเมื่อเทียบกับเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นเพราะเกิดความล่าช้าของการพัฒนาของร่างกาย
ทำให้โครงกระดูกอ่อนวัยกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ถ้าหากจะมีการเปรียบเทียบความสูงหรือขนาดของร่างกายก็ต้องเทียบกับเด็กที่มีอายุของร่างกายพอๆกัน
เด็กจะมีเวลาในการเจริญเติบโตยาวนานกว่าเพื่อนก่อนที่กระดูกจะปิดซึ่งจะหมายความว่าเด็กจะเข้าวัยรุ่นช้าไปด้วย

ภาวะม้าตีนปลาย คือ อะไร ?
จะรู้ได้อย่างไรว่ากระดูกปิดหรือยัง ?

อายุของร่างกายนี้สามารถทราบได้จากการถ่ายภาพเอกซเรย์ของกระดูก กระดูกส่วนที่ถูกถ่ายภาพทางรังสี เพื่อเป็นตัวแทนของกระดูกทั้งร่างกายก็ได้แก่
กระดูกมือและข้อแขนข้างซ้าย ทั้งนี้กระดูกบริเวณดังกล่าวมีอยู่มากชิ้น ทำให้มีรายละเอียดมากพอในการอ่านแยกอายุกระดูกได้อย่างแม่นยำ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเกิดภาวะม้าตีนปลาย ?

เด็กจะต้องมีส่วนสูงและน้ำหนักแรกเกิดปกติ หลังจากนั้นระหว่างช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบครึ่ง อัตราการเพิ่มของความสูงจะลดลงทำ
ให้ความสูงตกออกไปจากเกณฑ์ สังเกตง่ายๆ คือ ในกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน 20 คน จะมี 19 คน ที่มีคสามสูงมากกว่าหรือ อีกอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ก็คือ ขนาดของรองเท้า และเสื้อผ้าจะเปลี่ยนแปลงช้าในช่วงดังกล่าว หลังจากช่วงอายุ 2 ขวบครึ่งเป็นต้นไป ความสูงของเด็กจะเพิ่มในอัตราปกติสำหรับช่วงอายุนั้นๆ โดยกราฟความสูงจะขนานไปกับกราฟการเจริญเติบโตตามปกติ พอถึงช่วงเข้าวัยหนุ่มสาว ปัญหาก็จะเห็นได้ชัดอีกครั้ง ในขณะที่เด็กคนอื่นกำลังมีการยืดตัวขึ้นเร็วจากผลของฮอร์โมนเพศที่มาพร้อมกับวัยหนุ่มสาว เด็กที่มีภาวะม้าตีนปลายนี้จะตามเข้าสู่วัยหนุ่มสาวอย่างช้าๆ ความแตกต่างเรื่องความสูงก็จะเป็นที่สังเกตได้ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง

การบกพร่องของฮอร์โมน..การเจริญเติบโตคืออะไร ?

สาเหตุต่อไปสำหรับภาวะตัวเตี้ย ก็คือ การพร่องฮอร์โมนการเจริญเติบโต ( growth hormone ) ฮอร์โมนการเจริญเติบโตนี้จะสร้างจากต่อมใต้สมอง โดยอาจจะเกิดความบกพร่องแบบขาดฮอร์โมนตัวเดียว หรืออาจเกิดร่วมกับการขาดฮอร์โมนของต่อมใต้สมองตัวอื่นๆ ร่วมด้วย โดยทั่วไป
เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีความสูงเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 2 นิ้ว หรือ 5 ซม. ต่อปีการเจริญเติบโตจะเริ่มผิดปกติเมื่อเด็กอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป
โดยก่อนหน้านั้นเด็กมักจะเจริญเติบโตได้อย่างปกติ ร่างกายจะดูสมส่วนเมื่อเทียบกับความสูงคือจะไม่ผอมแกนหรือดูขาดอาหาร
นอกจากนั้นแล้วเด็กที่มีภาวะนี้จะดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง โดยจะเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดีญวกัน

 

จะทราบได้อย่างไรว่าเด็กเกิดภาวะพร่องฮอร์โมน การเจริญเติบโต ?

แพทย์จะเริ่มพิจารณาลักษณะการเจริญเติบโตย้อนหลัง จากการพิจารณาจากกราฟแสดงการเจริญเติบโตโดยน้ำหนักและส่วนสูงในอดีต
สามารถย้อนดูจากสมุดวัคซีนประจำตัว สมุดพกในโรงเรียน การบันทึกส่วนสูงและน้ำหนักจะมีส่วนสำคัญมากในจุดนี้ ต่อไปนี้แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด และตามมาด้วยการถ่ายภาพเอกซเรย์ของกระดูกข้อมือซ้ายเพื่อประเมินอายุกระดูก จากนั้นอาจจะมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม โดยอาจดำเนินการเจาะเลือดทีเดียวหรือเป็นการตรวจโดยการกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนการเจริญเติบโตด้วยการให้ยากินยาฉีด การนอนหลับลึกในตอนกลางคืน (โดยให้ผู้ป่วยนอนในโรงพยาบาล) หรือการออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน

แล้วจะมีวิธีการรักษาภาวะพร่องฮอร์โมนการเจริญเติบโตอย่างไร ?

การให้ฮอร์โมนจะทำได้ด้วยการให้ยาฉีดทุกวันวันละครั้ง หรือเกือบทุกวันวันละครั้ง เพื่อเป็นการลดความกลัว กังวล และความเจ็บปวดจากการฉีดยาเข็มที่ใช้ในการให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะมีขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่เห็น
การฉีดจะทำได้เองที่บ้านโดยคุณพ่อคุณแม่ หรือตัวเด็กเองทั้งนี้ผลการรักษาในเกือบทุกกรณีจะเป็นที่น่าพึงพอใจมากต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเด็กเองถึงแม้ว่าการรักษา
จะค่อนข้างยุ่งยากกว่าการรับประทานยา ธรรมดา

มีวิธีการป้องกันการเกิดภาวะตัวเตี้ยอย่างไร ?

การเฝ้าสังเกตของพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก รวมไปถึงคุณครู หรือกุมารแพทย์และการวัดส่วนสูงอย่างแม่นยำอย่างน้อยปีละครั้ง แล้วนำไปเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน โดยจุดลงในกราฟการเจริญเติบโตของเด็กไทยแยกตามเพศ และนำบุตรหลานมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ จะนำไปสู่การตรวจพบแต่เนิ่นๆ และการรักษาอย่างถูกต้องก่อนจะสายเกินไปเพราะถ้าหากมัวแต่รอให้กระดูกปิดไปแล้วต่อให้มีการให้ฮอร์โมนทดแทนมากเพียงใด
ก็ตามส่วนสูงจะไม่เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย





 














   
  

  

 
บริษัทโรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
436 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.ฯ 10240
โทร. 0 2743-9999 แฟกซ์ 0 2374 0804