เสียงจากผู้รับบริการ

คุณถนอม สุกรีภิรมย์

     ตนเองป่วยด้วยโรคเบาหวานอยู่แล้ว บังเอิญก่อนมาพบแพทย์ได้รับประทานสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งต่อมา ในช่วงกลางดึกคืนหนึ่งได้เกิดอาการร้อนไปทั่วตัว ใจสั่น แม้จะนั่งพักแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาเป็นปกติ ทำให้ตัดสินใจไปโรงพยาบาลรามคำแหง เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านและตนมีความมั่นใจในการรักษาอยู่แล้ว แต่หลังจากได้เข้ารับการตรวจหัวใจด้วยวิธีต่างๆแล้ว กลับไม่พบความผิดปกติแพทย์จึงตัดสินใจตรวจด้วยการฉีดสีเอกซเรย์ ซึ่งผลที่ปรากฏออกมาได้สร้างความตกใจให้ตนเองอย่างมาก เนื่องจากพบว่ามีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น โดยเส้นแรกตีบไปเกือบ 40% ขณะที่เส้นที่ 2 ตีบไปแล้ว 80% ส่วนเส้นสุดท้ายตีบสนิท 100% เลยทีเดียว ตนเองนั้นโชคดีที่มาหาแพทย์และตรวจพบได้ทันเวลา จึงได้ตัดสินใจให้แพทย์ทำการรักษาด้วยวิธีทำบอลลูนขยายหลอดเลือด ซึ่งทราบดีว่าเป็นการรักษาที่มีความเสี่ยงน้อย ไม่ต้องผ่าตัดและฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งการรักษาก็ประสบผลสำเร็จดีมาก สร้างความพึงพอใจให้ตนเองและครอบครัวอย่างมากและไม่นานก็กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

คุณทับทิม แซ่เจียม

     เป็นเบาหวานมานานกว่า 20 ปีกว่า เคยเกิดแผลเรื้อรังที่เท้าแต่รักษาไม่หาย จนต้องถูกตัดนิ้วเท้าไป 4 นิ้วแล้ว หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดมีจุดแดงเล็กๆ ที่ใต้ฝ่าเท้าเหมือนยุงกัดแล้วกลายเป็นแผล ซึ่งถึงแม้ว่าจะคอยเช็ดทำความสะอาดแผลดังกล่าวเป็นประจำ แต่กลับไม่มีทีท่าว่าแผลจะหาย ถัดมาประมาณ 6-7 เดือน นิ้วเท้าดังกล่าว เริ่มบวมแดง และมารดารู้สึกเจ็บนิ้วเท้า จึงพาไปพบแพทย์ที่ รพ.รามคำแหง ซึ่งหลังจากวินิจฉัยแล้ว แพทย์แจ้งให้ทราบว่าอาการที่เกิดขึ้น เกิดจากภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบและได้ทำการรักษาโดยวิธีบอลลูนขยายหลอดเลือด ซึ่งเป็นผลให้แผลที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายนั้นกลับค่อยๆ ดีขึ้น จนหายสนิทภายใน ระยะเวลา 1 เดือน

คุณภิรม แสงมาน

     ต้องทนกับอาการปวดหัวเข่ามานานกว่า 3 ปี ก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นอาการดังกล่าวเกิดขึ้นจากอาชีพการงานที่จำเป็นต้องยืนอยู่ตลอดเวลา จึงส่งผลให้เส้นเอ็นอักเสบ ผนวกกับการเป็นข้อเข่าเสื่อมเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว ทำให้อาการปวดเหล่านั้นไม่ทุเลาเบาบางลงยิ่งไปกว่านั้นในระยะ 5-6 เดือน ที่ผ่านมา อาการดังกล่าวยังกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถเดินได้หลังจากได้รับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานให้ไปปรึกษาแพทย์ที่ รพ.รามคำแหง และแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้ว พบว่ามีอาการของข้อเข่าเสื่อม โดยอาการที่ปรากฎในผู้ป่วยทั่วไป มักปวดข้อเข่ามาก ขาผิดรูป เช่น ขาโค้ง ขาโก่ง เดินลำบาก อาจทำให้หกล้มได้ง่าย แต่แพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่าอายุยังไม่มาก ยังไม่ควรเปลี่ยนข้อเข่า จึงแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดจัดกระดูก เพื่อตั้งแนวแรงใหม่สำหรับรองรับการถ่ายเทน้ำหนัก โดยใส่เหล็กดามที่ขาซึ่งเป็นการรักษาข้อขาที่โก่ง ให้กลับมาตรงเช่นเดียวกับคนปกติ ขณะเดียวกันการรักษาด้วยวิธีนี้ก็จะช่วยยืดระยะเวลาในการเปลี่ยนข้อเข่าออกไปได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะเมื่อแนวของขาตรงแล้ว ข้อเข่าก็ไม่ต้องรับน้ำหนักเพียงข้างใดข้างหนึ่งทำให้ชะลอการเสื่อมลงได้ระดับหนึ่ง