|



หมอนรองกระดูกสันหลัง
คือ
เนื้อเยื่อส่วนที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง
ทำหน้าที่รับน้ำหนักรับแรง
กระแทก
และยืดหยุ่นเวลาเราก้ม, เงย
กระดูกแข็งๆ จะไม่โค้งตาม
ต้องอาศัยความยืดหยุ่นของหมอน
แต่ละข้อทำให้เราก้ม
และโค้งหลังได้

(รูปที่ 1)
จากรูปที่ 1
จะเห็นหมอนรองกระดูกสันหลังเป็น
แว่นๆ กลมๆ
แทรกอยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง
แต่ละข้อ (กล่าวเฉพาะส่วนเอว)
เส้นประสาทจะรอดรูระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ
เพื่อไปขาแต่ละข้างควบคุม
กล้ามเนื้อและรับความรู้สึก
ถ้าเส้นประสาทถูกทับหรือถูกกดจะมีอาการอ่อนแรง,
ปวด, ชา ตามแนวของ
เส้นประสาทนั้นรับผิดชอบอยู่

(รูปที่ 2)
จากรูปที่ 2
ภาคตัดขวางของหมอนรองกระดูกสันหลัง
แสดงให้เห็นส่วนที่เป็นเส้นรอบวงหลายๆ
ชั้น
และตรงกลางเป็นเนื้อเยื่อที่ยืดหยุ่นเหมือนยางลบดินสอซึ่งเคลื่อนออกมาเป็นระยะต่างๆ
กัน
ตัวอย่าง

(รูปภาพ)
ถ้าหมอนรองกระดูกที่อยู่ระหว่างข้อที่
4 กับ 5 (ดังภาพ)
เคลื่อนออกมาทับเส้นประสาทจะถูกเส้นที่
5
ถ้าถูกข้างซ้ายอาการก็จะออกซ้าย
ถ้าถูกข้างขวาอาการก็จะออกขวา
บางคนออกทั้งซ้ายทั้งขวาก็จะเป็น
2 ข้าง คือ
ขาอ่อนแรงเดินแล้วหนักขา
ปวดชาจากก้นลงขา เป็นต้น
อาการดังกล่าวอาจจะมีไม่ครบก็ได้
เช่น ปวดชาขาแต่ไม่อ่อนแรง
ไม่หนักขา เป็นต้น
พึงสังเกตุว่าสิ่งที่จะมากดเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังเสมอไป
แต่บทความ
นี้เจาะมาเฉพาะเรื่องหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท
จึงกล่าวถึงเฉพาะหมอนรองกระดูกสันหลัง
เท่านั้น
สิ่งอื่นที่มากดทับเส้นประสาท
เช่น กระดูกงอกในคนสูงอายุ,
เนื้องอก, ลุกกระสุนปืน,
หนองวัณโรค, หนองจากเชื้ออื่น
ก็จะทำให้มีอาการของเส้นประสาท
ได้เช่นเดียวกัน
เวลาแพทย์ตรวจร่างกายแล้วส่งเอ็กซเรย์หลังดูทั้งๆ
ที่ทราบว่าหมอนรองกระดูกไม่สามารถมองเห็น
จากแผ่นเอ็กซเรย์ธรรมดา
ก็เพราะว่าต้องการแยกโรคอื่นที่จะปรากฏบนแผ่นเอ็กซเรย์ได้
ดังนั้น
เพื่อให้การวินิจฉัยเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น
อาจจะต้องตรวจเพิ่มเติม
ได้แก่ ฉีดสีเข้าช่อง
ไขสันหลังแล้วเอ็กซเรย์ดู
ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
เป็นต้น การตรวจ 2
อย่างหลังมีค่าใช้จ่ายสูง
จึงเลือกตรวจเฉพาะรายที่จำเป็นเท่านั้น

การรักษา
ได้แก่การนอนพัก กินยา
กายภาพบำบัด
ซึ่งส่วนใหญ่จะหาย
หรือถึงจุดที่ผู้ป่วยพอใจ
ส่วนน้อย
ที่ไม่หายก็ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นออกไป

(รูปภาพ)
|