จะรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นโรคหัวใจหรือเปล่าคนจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองกำลังเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ และมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่หลงไปว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่บ่อยๆ เป็นอาการของโรคที่ไม่ร้ายแรง เป็นเพราะมีกรดในกระเพาะมาก เป็นเพราะเพลียจากการหักโหมงาน กินยาขับลมช่วยย่อย หรือพองานน้อยลงทุกอย่างก็จะดีไปเอง
กว่าจะรู้ว่ามันเป็นอาการของโรคหัวใจมันก็สายไปเสียแล้ว
วิธีที่ดีที่สุดจะบอกให้ได้แน่นอนว่าอาการต่างๆ ที่น่าสงสัยนั้นเป็นอาการของโรคหัวใจหรือเปล่า ก็คือการไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คให้แน่
วิธีการตรวจความผิดปกติของหัวใจทำได้หลายวิธี
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) |
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือที่เรียกว่า EKG เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อหัวใจ
โดยจะมีรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความผิดปกติของหัวใจ
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจถือว่าเป็นการตรวจที่ง่ายและสะดวก ผู้รับการตรวจจะไม่เจ็บจากการตรวจ
การตรวจทำได้ โดยการวัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจผ่านทางสื่อนำคลื่นไฟฟ้าขนาดเล็กที่วางไว้ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ บริเวณหน้าอก แขน และขา แล้วบันทึกกราฟแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นลงบนกระดาษ
ขั้นตอนการตรวจนี้ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที
แต่บางทีเราอาจจะไม่พบสิ่งผิดปกติในคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจบางชนิดได้ในการตรวจตามธรรมดา เนื่องจากถ้าหากหัวใจไม่ได้ทำงานหนักขึ้น การเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งอาจต้องใช้การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกายต่อไป
การบันทึกคลื่นไฟฟ้าชนิดติดตัว (Holter moniter) |
ในผู้ป่วยบางรายที่มารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบความผิดปกติในขณะนั้น แต่ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการที่น่าสงสัยว่าหัวใจอาจมีความผิดปกติ แพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ชนิดติดตัว ซึ่งผู้รับการตรวจจะต้องนำเครื่องมือนี้พกติดตัวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรม
ต่างๆ ใน 24 ชั่วโมง ของผู้รับการตรวจมีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และเมื่อครบตามกำหนดเวลาจึงนำเทปที่บันทึกไว้มาแปลผลโดยเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ต่อไป
วิธีนี้จะทำให้สามารถบันทึกคลื่นหัวใจของผู้ที่มารับการตรวจในช่วงเวลาต่างกัน ในขณะที่มี กิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน
การตรวจสภาพหัวใจ (Exercise Stress Test) |
 |
|
เป็นการตรวจสมรรถภาพของหัวใจโดยผู้ป่วยออกกำลังกายด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน หรือปั่นจักรยาน เพื่อทดสอบว่าภายใต้สภาวะที่หัวใจทำงานมากขึ้น มีความต้องการออกซิเจนจากเลือดที่หล่อเลี้ยงมากขึ้นนั้น จะมีปริมาณเลือดมาเลี้ยงเพียงพอหรือไม่ ในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันอยู่เมื่อทำการทดสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะแสดงสภาพของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้อย่างชัดเจนและบ่งบอกระดับความรุนแรงของโรคว่าจะต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมด้วยการสวนหัวใจแล้วหรือยัง |
การตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) |
การตรวจหัวใจภายนอกโดยใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ ช่วยในการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงจะทำให้เห็นการเคลื่อนและการบีบตัวของหัวใจว่าปกติดีหรือไม่ ความเร็วและความดันเลือดเป็นอย่างไร ตลอดจนตรวจดูความพิการของหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ และโรคหัวใจชนิดอื่นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะใช้การรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด และพยากรณ์โรคได้
ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะไม่มีอันตรายและไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 20-30 นาที ใช้หลักการของการส่งคลื่นความถี่สูงความถี่สูงลงไปบริเวณหัวใจ เมื่อกระทบส่วนต่างๆ ของหัวใจก็สะท้อนกลับมายังเครื่อง เครื่องก็จะแสดงผลเป็นเงาตามความหนาบาง เนื้อเยื่อที่เลี้ยงไปกระทบและส่งกลับ ทำให้ทราบถึงรูปร่างของหัวใจ ความหนาของผนังหัวใจผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจ สามารถดูการเคลื่อนไหวของผนังหัวใจเปรียบเทียบกัน ทั้งขณะที่พักหรือนอนเฉยๆ กับขณะที่มีการออกกำลังกาย การตรวจวิธีนี้สามารถดูได้จากจอแสดงผล และบันทึกเก็บไว้เป็นรูปภาพได้ เพื่อการตรวจสอบต่อไป ในอนาคต บางคนเรียกการตรวจวิธีนี้ว่า ตรวจเอ็กโคหัวใจ
การตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดใหญ่ |
ตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดใหญ่ ช่วยบ่งชี้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอัมพาต อัมพฤกษ์ ซึ่งเมื่อพบความผิดปกติสามารถพิจารณาให้ยาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงรวมทั้งการบริการตรวจดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือด โดยใช้เครื่องวัด ABI (Ankle-Brachial Index) ซึ่งเป็นการวัดความผิดปกติของหลอดเลือดด้วยการวัดแรงดันโลหิตตรงส่วนปลายขา เทียบสัดส่วนกับแรงดันโลหิตที่แขนข้างเดียวกัน ซึ่งเป็นการบ่งชี้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอัมพาต อัมพฤกษ์ได้
MRI (Magnetic Resonance Imaging) |
 |
|
เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยล่าสุดที่รังสีแพทย์ใช้ในการตรวจและแสดงภาพอวัยวะต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับอวัยวะจริงมากที่สุดเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคที่มีความไวและจำเพาะในการวินิจฉัยโรค โดยการส่งผ่านคลื่นความถี่วิทยุไปยังผู้ป่วยอยู่ในอุโมงค์สนามแม่เหล็กแรงสูง ซึ่งไม่มีการรังสีเอ๊กซ์ (X-Ray) หรือสารทึบรังสีประเภทไอโอดีน ในการตรวจ MRI จะบอกความสามารถในการบีบตัวของหัวใจ และสามารถใช้ดูเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจว่าอุดตันหรือไม่ การตรวจนี้ไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการตรวจ สำหรับผู้ป่วยที่ให้ความร่วมมือในการนอนนิ่งๆ ได้ดี นานประมาณ 30-90 นาที โดยขณะนอนตรวจต้องนอนนิ่งๆ และหายใจเป็นจังหวะตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำจะไม่เจ็บปวดขณะตรวจ
|
การตรวจสวนหัวใจ (Coronary angiogram) |
 |
|
แพทย์จะทำการตรวจหรือการฉีดสีโดยการใช้สายสวนขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 2 มม. ใส่เข้าไปตามหลอดเลือดแดง อาจจะใส่จากบริเวณขาหนีบข้อพับแขนหรือข้อมือไปจนถึงจุดที่เป็นรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจทั้งซ้ายและขวา จากนั้นแพทย์จะใช้สารละลายทึบรังสีเอ๊กซ์เรย์ หรือ ที่เรียก สี ฉีดเข้าทางสายสวนนั้นไปที่หลอดเลือด โคโรนารี่
(ซึ่งก็คือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ) เพื่อตรวจสอบดูว่ามีการตีบแคบหรือตันของหลอดเลือดหรือไม่ ความรุนแรง
มากน้อยขนาดไหนและที่ตำแหน่งใดบ้าง เกิดขึ้นที่เส้นเลือดกี่เส้น ล้วนเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง
|
ตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ 64 Slice |
 |
|
เพื่อตรวจพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงเพื่อใช้ในการวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจอีกทั้งสามารถตรวจหาปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจและสามารถตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ลักษณะทางกายภาพของหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ ภาพที่ได้จะถูกประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพชัดเจนและแม้นยำ ใช้เวลาตรวจเพียง 15-30 นาที ผู้รับการตรวจสามารถกลับบ้านได้ทันทีเมื่อทำการตรวจเสร็จ
|
ก่อนที่ท่านกลับบ้าน ท่านจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและยาที่จำเป็น
โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดและบุคลากรที่ชานาญ เพื่อให้คำแนะนำและดูแลอย่างต่อเนื่องในช่วงฟื้นฟูสุขภาพภายหลังการผ่าตัดอย่างถูกต้องตลอดจนการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ป่วยนำไปปฏิบัติต่อไป
การกลับมาพบแพทย์ตามนัดภายหลังจากการกลับบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะอาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าเส้นเลือดของหัวใจมีการไหลเวียนโลหิตได้ดี