ตารางแพทย์


 




     ข่าวประชาสัมพันธ์

 

  • ศูนย์หัวใจ
  • ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
  • แผนกสูติ-นรีเวช
  • แผนกอายุรกรรม
  • แผนกศัลยกรรม
  • แผนกตา
  • แผนก หู คอ จมูก
  • แผนกเด็ก
  • แผนกทันตกรรม
  • แผนกผิวหนังศัลยกรรเลเซอร์
    และความงาม
  • แผนกกายภาพบำบัด
  • แผนกจิตเวช
  • แผนกนิติเวช
  • แผนกฉุกเฉิน
  • แผนกตรวจสุขภาพ
  • แผนกบริการเคาน์เตอร์จีน
    & ตะวันออกกลาง
    บริการอื่นๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 






 

 

 

 

 

 


 




นอนกรนอาจเป็นอันตราย         

นอนกรน อาจมีสาเหตุจากทางเดินหายใจอุดตัน ในขณะนอนหลับ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA SYNDROME (OSAS) คนที่เป็นโรคนี้จะนอนกรนเสียงดังมีอาการคล้ายสำลักหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก ต้องลุกไปถ่ายปัสสาวะ
ตอนกลางดึก รู้สึกสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกเพราะง่วงนอนขี้ลืม ไม่ค่อยมีสมาธิ ในการทำงานตื่นขึ้นมาด้วยอาการอ่อนล้า ไม่สดชื่นหรือปวด ศีรษะและต้องการนอนต่ออีกทั้งที่ไม่ได้นอนดึก บางคนอาจมีอาการร่วมด้วย อาทิเช่น จุกแน่นคอเหมือนมีอะไรติดคอ หูอื้อ หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห คนข้างเคียงไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่ทำงานบ่นว่า คุณอารมณ์เสียบ่อยๆ รวมทั้งมีความรู้สึกทางเพศลดลง

เป็นโรคอันตราย

  • นอนกรนเสียงดัง มีผลทำให้แฟนหรือเพื่อนร่วมห้อง ลำบากใจ
  • ง่วงนอนขณะขับรถ มีผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ
  • ขี้ลืม ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เต็มที่
  • เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคของหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็น สาเหตุการ
    ตายอันดับหนึ่งของคนไทย
  • หลับในห้องเรียน ความจำไม่ดี คิดไม่ออก มีผลทำให้เรียนหนังสือไม่เก่ง

    การนอนที่ปกติ
    เริ่มผิดปกติ
    ผิดปกติ
    รูปที่ 1 การนอนหลับปกติ

    รูปที่ 2 การนอนหลับที่เริ่มผิดปกติ เนื้อ
    บริเวณลำคอหย่อน ทำให้เกิดการกรน
    ขณะ นอนหลับ
    รูปที่ 3 การนอนหลับที่ผิดปกติกล้ามเนื้อ
    บริเวณลำคอปิดทับช่องทางเดินหายใจ
    ทำให้ไม่สามารถหายใจได้


    นอนกรนรักษาได้
            คุณเป็นคนนึง ที่นอนกรนเสียงดังหรือเปล่า? ตัวคุณเองอาจไม่รู้ ลองถามแฟนคุณ หรือเพื่อนร่วมห้องของคุณดูซิว่า เป็นยังไง
    คุณเคยรู้สึก ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลาทำงานกลางวัน หลับในห้องประชุม ปวดมืนหัวโดยไม่ได้เกิดจากความเครียด คิดอะไรไม่ออก ความจำและสมาธิแย่ลง รู้สึกไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า รึเปล่า ??
            อาการทั้งหมดนี้อาจมีสาเหตุจากโรคนอนกรน แต่โรคนี้สามารถรักษาทำได้โดย วิธีไม่ผ่าตัด (CPAP) หรือ วิธีผ่าตัดโดยเทคนิคทันสมัย เช่นเดียวกับสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก (Stanford University Medical Center)
            หลังการรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นมาก นอนหลับได้อย่างมีความสุข ไม่มีการสะดุ้งตื่นขณะหลับ ตื่นนอนด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส พร้อมที่จะทำงาน ความทรงจำและสติปัญญาดีขึ้น และอาการนอนกรนเสียงดังอันน่ารำคาญของคุณหายไป แฟนหรือเพื่อร่วมห้องของคุณจะมีความสุขมากขึ้น

    การรักษาอาการนอนหลับที่ผิดปกติ ในภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
    • งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา กาแฟ
    • การควบคุมน้ำหนักโดยการจำกัดปริมาณและชนิดอาหาร
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตื่นตัว และเป็นมาตรการในการลดน้ำหนัก
    • นอนในท่าตะแคง หลีกเลี่ยงการนอนในท่านนอนหงาย และควรนอนศีรษะสูงเล็กน้อย
    • รีบปรึกษาแพทย์ เมื่อมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ
    • แพทย์พิจารณาแนวทางการรักษาจากความรุนแรง และสาเหตุของโรค
    • ในกรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากผู้ป่วยควรใส่เครื่อง Nasal CPAP (Nasal Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องนี้จะปล่อยแรงดันบวก และจะทำให้ช่องทางเดินหายใจที่แคบกว้างขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกและหลับสบายขึ้น ในปัจจุบันการรักษา ด้วยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด
    • กรณีผู้ป่วยมีความผิดปกติชัดเจน บริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ต่อมทอนซิลโตมากหรือเพดานอ่อนยาว
      ผิดปกติ หรือกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหาในการใช้เครื่อง Nasal CPAP แพทย์อาจทำการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติดังกล่าวได้



      การผ่าตัดรักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ (LASER ASSISTED UVULOPALATOPLASTY)       เป็นวิธีหนึ่งในการผ่าตัดรักษานอนกรน โดยใช้เลเซอร์ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ กินอาหารอ่อน และไม่ทำให้เสียงพูดเปลี่ยนไป คุณยังคงสามารถ พูดได้เหมือนเดิม


      อัตราเสี่ยงต่อโรค เทียบกับคนปกติ

      โรคความดันโลหิตสูง ------------------ > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 1.5 – 2.5 เท่า

      โรคหัวใจขาดเลือด    ------------------ > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 2 - 4 เท่า

      โรคของหลอดเลือดในสมอง ---------- > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 2 เท่า

      วะหยุดหายใจจากทางเดินหายใจอุดตันในขณะนอนหลับ
      OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA SYNDROME (OSAS)

      ตามปกติเวลาคนเรานอนหลับ ทางเดินหายใจส่วนลำคอ จะแคบลงเนื่องจาก เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และลิ้นตกไปด้านหลังตามน้ำหนักของเนื้อเยื่อ ร่วมกับการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อของลิ้น และเพดานอ่อนขณะนอนหลับแต่อย่างไร ก็ตาม ในคนปกติ ทางเดินหายใจส่วนนี้กว้างขวางเพียงพอที่จะเป็นทางนำอากาศจากจมูกผ่านไปยังหลอดลมได้

      ผู้ป่วยโรคนี้ มีช่องคอแคบ จากเนื้อเยื่อเพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือลิ้น มีขนาดใหญ่และหย่อนยาน หรือมีคางสั้นมาก เวลาหายใจ ขณะหลับ จะมีการสั่นสะเทือนของเพดานอ่อน ลิ้นไก่ หรือโคนลิ้น ทำให้เกิดเป็นเสียงกรน ผู้ป่วยมักมีเสียงกรน ไม่สม่ำเสมอมีลักษณะของการกลั้นหายใจหรือสำลักน้ำลาย ตามด้วยการสะดุ้งหรือหายใจอย่างแรงเหมือนขาดอากาศ อาจเกิดขึ้นหลายสิบ หรือหลายร้อยครั้งต่อคืน

      ในขณะที่มีการหยุดหายใจ ออกซิเจนในเลือดแดงจะต่ำลงทำให้เกิดความผิดปกติ ในการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจ หลอดเลือด ปอด และสมอง เป็นผลให้สมองต้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เพื่อเปิดทางเดินหายใจ และทำให้ ออกซิเจนสามารถผ่านเข้าไปในปอดได้อีก หลังจากนั้นไม่นาน สมองจะเริ่มหลับอีก การหายใจก็จะเริ่มขัดข้องอีกแล้ว ปลุกสมองให้ตื่นขึ้นอีก วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีก
      เช่นนี้ไปตลอดคืน ทุกคืนเป็นผลให้สมรรถภาพการนอนหลับเสียไป รวมทั้งทำให้เกิดผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ แบบเรื้อรัง

      ปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติ

       การนอนหลับมีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพส่วนมากคนเราต้องการนอนหลับประมาณ 7-8 ชั่วโมง เราอาจสังเกตได้ด้วยตัวเองว่านอนหลับได้เพียงพอหรือไม่โดยอาศัยความรู้สึกของตัวเองเมื่อตื่นนอนเช้า ถ้าตื่นนอนเช้าด้วย ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส พร้อมที่จะทำงานต่างๆ อย่างเต็มที่ แสดงว่าได้รับการพักผ่อนนอนหลับมาอย่างเพียงพอ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ามี ความรู้สึกปวดหัวทุกวันหลังตื่นนอน หรือยังง่วงนอนอยู่ถึงแม้ว่าได้นอนมาแล้วหลายชั่วโมงแสดงว่านอนไม่พอหรือการหลับนั้น ขาดคุณภาพ

       ในผู้ป่วยที่มีปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติจากการนอนหลับที่ขาดคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี นอนกรนร่วมด้วย อาจมีสาเหตุจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก และมีความสัมพันธ์ กับโรคอื่นๆ อีกหลายโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดในสมอง อันเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้  

      การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography)

       เป็นการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถบอกได้ว่า คุณภาพในการนอนของคืนนั้นๆ เป็นอย่างไร หลับได้ดีหรือสนิทเพียงไร มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ โดยที่ผู้ป่วยเองไม่สามารถทราบได้ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจ การนอนหลับ นี้ประกอบด้วย  

      • การตรวจวัดคลื่นสมอง เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ

      • การตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ

      • การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ

      • การตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก

      • การตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอก และกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่ใช้ในการหายใจ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการตรวจวัดช่วงกลางคืน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาปกติของการหลับ ของคนทั่วไป


        การตรวจการนอนกรนด้วยเครื่อง PSG


        การรักษาด้วยเครื่องคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์

      เชิญปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคนอนกรนโดยเฉพาะ

      ได้ที่แผนก หู คอ จมูก โทรศัพท์ ต่อ 3220, 3228, 3229 ,


      กลับขึ้นด้านบน

  •  
     

     

     
     


     
       


       
       

     

       
             
       
    บริษัทโรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
    436 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
    โทร. 02-743-9999 แฟกซ์ 0 2374 0804