
โรคกระเพาะอาหาร (Dyspepsia) เกิดจากการอักเสบหรือระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยหากประเภทเฉียบพลันสามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ หากมีอาการบ่อยครั้งเป็นเวลานานจะเกิดการอักเสบเรื้อรังจนเกิดแผล
ชนิดของโรคกระเพาะอาหาร
- กลุ่มโรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล: เป็นกลุ่มที่พบบ่อยมากสุด โดยมีสาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติ เช่น การบีบตัวของกระเพาะกับลำไส้ที่ทำงานไม่ประสานกัน หรืออาจเกิดจากสภาพกรดในกระเพาะที่มีมากเกินไป แต่ไม่ทำให้เกิดแผล
- กลุ่มที่พบสาเหตุความผิดปกติของกระเพาะอาหาร: เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น จากการติดเชื้อแบคทีเรียเอช. ไพโลไร
- กลุ่มความผิดปกติจากโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร: พบได้น้อยมากประมาณ 2% ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดท้อง ซึ่งสงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหาร

สาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร
สาเหตุหลักเกิดจากการกรดในกระเพาะอาหารที่หลั่งออกมามากกว่าปกติจนทำลายเยื่อบุกระเพาะ ซึ่งเยื่อบุกระเพาะอาหารต้านทานกรดได้ไม่ดี รวมทั้งปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจึงเกิดโรคบ่อย
ปัจจัยที่ก่อเกิดโรคกระเพาะอาหาร
- ภาวะเครียด: วิตกกังวลจากการใช้ชีวิตที่เร่งรีบหรือจากสังคมในการทำงาน
- การติดเชื้อเอช. ไพโลไร (H. Pylori)
- อุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง: เช่น การรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบ รับประทานไม่ตรงเวลา และการอดอาหาร
- การรับประทานสิ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้: เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม รับประทานอาหารที่มีรสจัดเป็นประจำ เช่น รสเผ็ดจัด รสเปรี้ยวจัด
- การรับประทานยาบางประเภท: เช่น แอสไพริน ยาแก้ปวดบางชนิด
- การสูบบุหรี่: จะเป็นการเพิ่มโอกาสของการเป็นแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น

อาการของโรคกระเพาะอาหาร
- ปวดท้องเฉียบพลัน: จุกแสบ จุกแน่น บริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือช่องท้องส่วนบนเหนือสะดือแบบเป็นๆ หาย ๆ เรื้อรัง
- อาจคลื่นไส้ร่วมเรอเปรี้ยว: เวลาปวดมักจะสัมพันธ์กับมื้ออาหารทั้งเวลาก่อนรับประทานอาหารหรือหลังรับประทานอาหารใหม่ ๆ และเวลาท้องว่าง เหมือนที่มักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด”
- อิ่มเร็ว: รับประทานอาหารได้ไม่มากและไม่อยากอาหาร
การรักษาโรคกระเพาะอาหาร
เมื่อทราบว่าผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารมาจากสาเหตุใด แพทย์สามารถประเมินการรักษาที่เหมาะสม โดยวิธีการรักษาจะมี 2 วิธีหลัก ได้แก่
1. การรักษาด้วยยา
แพทย์จะรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบตามอาการและสาเหตุ กรณีที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากการติดเชื้อ เอช.ไพโลไร แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยในการฆ่าเชื้อ หรือจากสาเหตุอื่นๆ แพทย์จะรักษาตามอาการ และให้ยาลดกรด เพื่อช่วยให้เกิดการหลั่งกรดและรักษาแผลที่เกิดในกระเพาะอาหาร
2. การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต
เช่น ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก การรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่อดอาหาร เลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด รสเปรี้ยวจัด และสิ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ หลีกเลี่ยงความเครียด นอนหลับให้เพียงพอ เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม: ตรวจหาเชื้อ H.pylori ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหารมักเป็นโรคเรื้อรัง เมื่อหายแล้วยังมีโอกาสเป็นซ้ำ หากไม่รักษาอย่างถูกวิธีและปรับการใช้ชีวิตถูกต้อง