ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า
March 20 / 2017

ศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เท้า

 

" หากคุรตรวจพบว่ามีแผลเบาหวานที่เท้า หรือมีปัญหาหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน

อย่านิ่งนอนใจ เพราะนั่นอาจนำมาซึ่งความสูญเสียกับตัวคุณ และขาของคุณ

หากคุณเป็นเบาหวานและมีแผลที่เท้า ยังมีวิธีการอีกมากมายที่ช่วยคุณได้

ให้โอกาสกับตัวคุณและขาของคุณสักนิดก่อนที่คุณจะตัดสินใจตัดขา "

 

     ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลที่เท้าเกิดขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้า อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยถูกตัดขา เท้า หรือนิ้วเท้าได้

ร้อยละ 14-15 ของผู้ป่วยเบาหวานจะเกิดแผลที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้า
ร้อยละ 8-59 ของผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราการเกิดแผลซ้ำ
ผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดขา เท้า หรือนิ้วเท้า มีโอกาสมากถึงร้อยละ 50 ที่จะต้องถูกตัดขา เท้า หรือนิ้วเท้าอีกข้างหนึ่งหลังจากถูกตัดข้างแรกในระยะ 2-5 ปี

 

 สัญญาณเตือน... 

 

  • ขนที่เท้าหรือขาจะน้อย
  • สีผิวของขาจะคล้ำขึ้น บางรายอาจจะซีด
  • คลำชีพขจรที่หลังเท้าไม่ได้
  • เท้าจะเย็นอุณหภูมิเท้าสองข้างไม่เท่ากัน
  • แผลเรื้อรังที่เท้า
  • เล็บหนาตัว
  • หากเป็นมากจะมีการเน่าของนิ้ว 

 

 จะมีอาการอย่างไร ? 

 

  • ระยะแรก : อาจไม่มีอาการใดๆ เมื่อมีการตีบตันมากขึ้นจะเริ่มมีปัญหาการปวดที่ขาเวลาเดินได้ซักระยะหนึ่งจนจำเป็นต้องหยุดพัก  
  • ระยะต่อมา : การตีบตันเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยจะเริ่มเดินได้น้อยลงเพราะความปวด อาจมีแผลที่เท้าเกิดขึ้น ซึ่งแผลรักษาไม่หายด้วยการรักษาปกติ จนไปถึงนิ้วเท้าดำ และทำให้เสียขาได้

มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ที่ไม่มีอาการปวดขาใดๆ เลยจนกระทั่ง เกิดแผลไม่หาย หรือ นิ้วเท้าดำ ซึ่งโรคได้ดำเนินไปมากแล้ว

 

 จะรู้ได้อย่างไรว่ามีแผลที่เท้าจากเบาหวาน... ? 

 

     ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคแผลเบาหวานที่เท้า เช่น มีอาการปวดชาที่ขาเวลาเดินหรือมีแผลที่เท้าเกิดขึ้นนานเกินสองสัปดาห์ นอกจากประวัติและตรวจร่างกายซึ่งจำเป็นต้องทำในคนไข้เบาหวานทุกรายแล้วยังมีการตรวจคัดกรองด้วยการวัดความดันเทียบระหว่างขากับแขนที่เรียกว่า Ankle-Brachial index หรือ ABI ซึ่งสามารถบอกได้คร่าวๆ ว่าผู้ป่วยเบาหวาน มีภาวะแผลเบาหวานที่เท้านี้ซ่อนอยู่หรือไม่โดยเฉพาะในรายที่อาการไม่แน่ชัดหรือไม่มีอาการ เทคโนโลยีการรักษาแผลเบาหวานที่เท้าที่ง่าย ปลอดภัย และคุ้มค่าในการตรวจหาภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตันด้วยเครื่อง ABI การตรวจไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและทราบผลได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ อาหาร ก่อนเข้ารับการตรวจ

  1. เป็นการตรวจเช็คการอุดตันของหลอดเลือดแดงและความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
  2. สามารถนำไปสู่การค้นหาโรคอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดสมองตีบ
  3. เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และรู้จักดีในวงการแพทย์ คือ ABI และ PWV ตรวจเช็คพร้อมกันทุกจุดของร่างกาย
  4. TBI ซึ่งสามารถบอกได้คร่าวๆ ว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดส่วนปลายตีบ จากเบาหวานนี้ซ้อนอยู่หรือไม่โดยเฉพาะในรายที่มีอาการไม่แน่ชัดหรือไม่มีอาการ
  5. เพื่อค้นหาโรคหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน ซึ่งหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบหรือเส้นเลือดสมองตีบโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่มีอาการปวดขาอยู่เป็นประจำ

 

 ทำไมถึงต้องรักษา... ? 

 

     ผู้ป่วยเบาหวานนอกจากมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดที่ขาตีบตันแล้วตัวโรคเบาหวานเองยังทำให้เท้าชาอีกด้วย เมื่อเกิดแผลที่เท้าก็มักถูกปล่อยละเลย เพราะแผลไม่เจ็บปวดจนทำให้แผลลุกลามมีการติดเชื้อจนถึงขนาดต้องตัดขา บางรายมีการติดเชื้อรุนแรงอาจอันตรายถึงชีวิต การตัดนิ้วเท้าหรือตัดเนื้อตายเพียงอย่างเดียวมักไม่ทำให้แผลหายแต่กลับยิ่งทำให้แผลลุกลามมากขึ้นถึงขั้นเสียขาได้ ดังนั้น โรคนี้จึงต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องจึงจะหายและรักษาขาไว้ได้   

 

 รักษาอย่างไร... ? 

 

     เทคโนโลยี...รักษาแผลเบาหวานที่เท้า การรักษาแผลเบาหวานที่เท้าที่เกิดจากโรคหลอดเลือดตีบตันมีหลายวิธี ผู้ป่วยที่มีการตีบตันเพียงเล็กน้อยอาจเริ่มด้วยการใช้ยารักษา กรณีที่มีแผลเบาหวานที่เท้ามากขึ้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่มากขึ้น เช่น การสอดสายสวนขยายหลอดเลือด การผ่าตัดตัดต่อ bypass เส้นเลือดเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงที่ขา

 

 ข้อดีของการรักษา.. ? 

 

     ข้อดีของการรักษาแผลเบาหวานที่เท้า ด้วยการสอดสายสวนขยายหลอดเลือดผู้ป่วยโดยไม่ต้องผ่าตัด อาทิ ผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเกิดขึ้น มีเพียงรูเข็มเล็กๆที่ผิวหนังบริเวณที่เจาะเท่านั้น  เจ็บเพียงเล็กน้อยคล้ายการเจาะเลือด  ไม่ต้องเสี่ยงต่อการดมยาสลบเพียงแค่ฉีดยาชาบริเวณตำแหน่งที่จะเจาะหลอดเลือดเท่านั้นก็สามารถทำได้ หลังจากทำผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น ไม่ต้องนอนรพ.นานเป็นสัปดาห์เหมือนผ่าตัด  สามารถทำได้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายจากการผ่าตัด