
โรคใหลตายไม่ใช่เรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ แต่เป็นภาวะร้ายซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นได้ในยามหลับ หลายคนไม่อาจลืมตาตื่นอีกเลย และล่วงลับไปก่อนฟ้าสางของวันใหม่จะมาถึง แพทย์อาจเรียกโรคนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘โรคบรูกาดา’ (Brugada Syndrome) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันนี้ไม่ให้ก่อเกิด
โรคใหลตาย
โรคใหลตาย (Brugada Syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปรกติจากพันธุกรรมในการควบคุมการเคลื่อนเข้า-ออกของประจุไฟฟ้าในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ (Ion Channel) ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรงที่เรียกว่า ‘ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นสั่นพริ้ว’ (Ventricular Fibrillation: VF) หัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ ผู้ป่วยจึงมีโอกาสเสียชีวิตเฉียบพลันขณะที่ยังหลับอยู่ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันเวลา
ปัจจัยส่งเสริมให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ไข้สูง
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ๆ
- การใช้ยานอนหลับ หรือยาบางชนิดที่ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า สารสกัดจากกัญชา
- การขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม
สัญญาณอาการเตือนที่ต้องใส่ใจ
- ประวัติของคนในครอบครัวที่เสียชีวิตกะทันหันขณะหลับ
- เกร็งและกระสับกระส่าย หายใจเฮือก หายใจดังครืดคราดขณะนอนหลับ
- วูบ หรือ เป็นลม ขณะกำลังพักผ่อนหรือไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก
หากท่านหรือคนในครอบครัวมีประวัติเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยต่อไป

การวินิจฉัย: ก้าวแรกสู่ความเข้าใจ
การวินิจฉัยโรคใหลตายต้องอาศัยการตรวจที่ละเอียดและแม่นยำด้วยเครื่องมือสำคัญอย่าง
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG/EKG) ซึ่งจะแสดงรูปแบบคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติในลักษณะจำเพาะ (Brugada Pattern)
- การใช้ยากระตุ้นเพื่อช่วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Drug Challenge Test)
- การตรวจด้วยเครื่องเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)
- การบันทึกการเต้นของหัวใจชนิดต่อเนื่อง (Holter Monitoring)
นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณา:
- การซักประวัติครอบครัวอย่างละเอียด เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- การตรวจทางพันธุกรรม เพื่อยืนยันยีนที่ผิดปกติอันส่งผลให้เกิดโรคใหลตาย หากผลการตรวจบ่งชี้ความเสี่ยงสูง แพทย์ชำนาญด้านโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะให้การดูแลตนเองอย่างใกล้ชิด


การรักษาและการดูแล
แพทย์จะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามอาการ ทั้งการดูแลและการป้องกันในหลากหลายวิธี
- ลดและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น รีบลดไข้เมื่อมีไข้สูง ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักที่มีคาร์โบไฮเดรตและพลังงานสูง ป้องกันภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ
- การฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (AICD) เปรียบเสมือนเซฟตี้คัตยามที่หัวใจเต้นผิดปรกติรุนแรง ตัวเครื่องจะเฝ้าระวังทุกอัตราเต้นของหัวใจและช่วยกระตุกให้กลับมาเต้นตามจังหวะปกติ
- การจี้จุดนำไฟฟ้าที่ผิดปกติ (RF Ablation) แพทย์ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงผ่านสายสวนหัวใจเข้าทำลายจุดกำเนิดการเต้นผิดปกติของหัวใจ โดยแพทย์จะพิจารณาใช้ในรายที่เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง