
วัคซีนที่พ่อแม่มักจะลืม..แต่สำคัญ
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ, วัคซีนป้องกันโรคสุกใส (โรคอีสุกอีใส)
วัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ
ทำไมต้องฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ เอ
เมื่อก่อนไวรัสตับอักเสบ เอ อันตรายไม่มาก แต่ในปัจจุบันเนื่องจากสุขภาพอนามัยดีขึ้น ผู้ป่วย
ด้วยโรค ไวรัสตับอักเสบ เอ ลดน้อยลง เวลาที่เป็นมักมีอาการรุนแรงและอาจพบการระบาดติดต่อ
ได้ โดยการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนด้วยเชื้อโรค
เมื่อติดเชื้อจะมีอาการอย่างไร
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ อาจไม่มีอาการหรืออาการน้อย จนถึงอาการรุนแรง จนทำให้เกิดตับ อักเสบแบบเฉียบพลัน ตับวาย และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้จึงควรฉีดวัคซีนป้องกัน
ควรฉีดวัคซีนเมื่ออายุเท่าไร
เด็กสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ ได้ตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป
ทำไมก่อนฉีด..ต้องเจาะเลือดดูภูมิคุ้มกัน
ควรพิจารณาตรวจเลือดก่อนฉีดวัคซีนชนิดนี้ในผู้ใหญ่ซึ่งหากมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีก
ท ผู้ใหญ่
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ เอ เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงแต่ราคาแพง ในผู้ใหญ่จึงพิจารณาฉีดให้แก่ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน และมีความเสี่ยงต่อโรคตับรุนแรง เช่น ผู้ที่เป็นโรคตับ ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง ดังนั้น ในผู้ใหญ่จึงต้องเจาะเลือดดูว่ามีภูมิคุ้มกันต่อโรคตับอักเสบ เอ หรือไม่ ถ้ามีภูมิคุ้มกันแล้วไม่จำเป็นต้องฉีด
ท เด็ก
สำหรับเด็กทั่วไป อาจป้องกันโดยเคร่งครัดในเรื่องสุขอนามัยความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม หรือให้วัคซีนป้องกันโดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือด เพื่อหาภูมิคุ้มกันก่อน ฉีดในเด็กไทย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
วัคซีนไวรัสป้องกันโรคสุกใส
ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุกใส
อีสุกอีใส (Chicken pox) เป็นโรคที่ไม่รุนแรงในเด็กปกติแต่อาจทำให้มีผลเสียทางอ้อม เช่น ต้อง หยุดโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหยุดงานเพื่อดูแลและอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่ไม่สวยงาม
ทำไมเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เมื่อเป็นสุกใสถึงมีอาการรุนแรง
อาการของโรคและผลกระทบจะมากขึ้นกรณีเป็นเด็กโต, ผู้ใหญ่ เพราะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน รุนแรงได้มากขึ้น เช่น ปอดอักเสบ, ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม หรือมีอาการทางสมอง เป็นต้น
ทำไมคนที่เคยเป็นสุกใส จึงมีโอกาสเป็นงูสวสดมากกว่าคนที่ไม่เคยเป็น
หลังจากเป็นอีสุกอีใส เชื้อจะยังคงหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ทำให้มีโอกาสเกิดเป็นงูสวัดได้ เมื่อ ภูมิต้านทางของร่างกายอ่อนแอลง ประมาณว่า 15% ของคนทั่วไปที่เคยเป็นอีสุกอีใสจะเป็นงูสวัดในที่สุด
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส โดยในเด็กอายุ 1-13 ปี ฉีด 1 ครั้ง เด็กอายุเกิน 13 ปี และ ผู้ใหญ่ให้ 2 ครั้ง ห่างกัน 4-8 สัปดาห์
คนที่เคยฉีดวัคซีนสุกใสแล้วจะเป็นอีกหรือไม่
คนที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว เมื่อไปสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส เช่น อยู่ในบ้านเดียวกัน อาจติดโรคได้แต่อาการจะน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน วัคซีนป้องกัน การเกิดอีสุกอีใสได้ 70-90% และการป้องกันการเกิดโรคอีสุกอีใส รุนแรงได้ 95% เด็กที่ได้รับวัคซีนมี โอกาสเป็นโรคงูสวัดประมาณ 2% ซึ่งต่ำกว่าผู้ที่ติดเชื้ออีสุกอีใสตามธรรมชาติ (ประมาณ 15%)
ทำไมต้องฉีดวัคซีนสุกใสก่อนอายุ 13 ปี
แต่เนื่องจากวัคซีนต้องนำเข้าจากต่างประเทศจึงมีราคาแพง ดังนั้นอาจพิจารณาฉีดเมื่ออายุ 10-12 ปี แล้วยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส เพราะจะลดการฉีดวัคซีนลงได้ 60% แต่ถ้าให้วัคซีนในเด็กอายุเกิน 13 ปีไปแล้ว ต้องให้ 2 เข็มทำให้ต้องสิ้นเปลืองมากขึ้น จึงควรให้ก่อนเด็กอายุเกิน 13 ปี
* วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ และวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส เป็นวัคซีนที่ไม่อยู่ในแผนการฉีดของ กระทรวงสาธารณสุข