- จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมรักษาอย่างถูกต้อง พบว่ามีอาการผิดปกติทางตาได้บ่อย เช่น ตามัว จอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นตา ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการตรวจตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่อย่างน้อยปีละครั้ง ด้วยเครื่องตรวจวัดความดันลูกตา, เครื่อง Slit Lamp, เครื่อง Ophthalmoscope, เครื่อง Fundus Camera เพราะการตรวจพบและได้รับการดูแลในระยะแรกของโลก คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันจากจอประสาทตาเสื่อมในโรคเบาหวาน
จอประสาทตาปกติ |
จอประสาทตาเสื่อม |
เมื่อมีรูฉีกขาดที่จอประสาทตา น้ำวุ้นตาจะค่อยๆ เซาะเข้าไปในชั้นของจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นผิดปกติ โดยในระยะแรกผู้ป่วยจะมองเห็นจุดดำๆ ลอยไปมา, มีแสงแว๊บๆ ในลูกตา, มีม่านบังตาหรือตามัวลงเมื่อเป็นมาก
ผู้ที่มีความเสี่ยง ในการเกิดจอประสาทตาหลุดลอก คือ ผู้ที่มีสายตาสั้น, เคยมีอุบัติเหตุ
ที่ตาหรือใบหน้า, มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้หรือผู้ที่อายุมาก
ทำอย่างไรเมื่อจอประประสาทตาลอกหลุด
เมื่อเกิดจอประสาทตาลอกหลุด จักษุแพทย์จะใช้แก๊สดันจอประสาทตาให้กลับเข้าที่ โดยอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัยช่วยในการรักษา
พบได้ในผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีสายตาสั้นมากๆ ซึ่งเมื่อเกิดความเสื่อมของจุดรับภาพขึ้นจะทำให้มองเห็นตรงกลางภาพบิดเบี้ยว, มีจุดบอดที่ตรงกลางภาพหรือการมองเห็นสีผิดปกติไป
พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ในการตรวจจอประสาทตา จักษุแพทย์มีเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อช่วยในการตรวจหลายชนิด ดังต่อไปนี้
Slit lamp และ Ophthalmoscope ในการตรวจอาจจะต้องหยอดยาเพื่อขยายม่านตา ก่อนที่จะทำการตรวจด้วยเครื่องมือที่ต้องใช้ไฟสว่างและมีกำลังขยายสูง
Fundus Photography เพื่อตรวจและถ่ายรูปจอประสาทตา โดยไม่ต้องหยอดยาขยายม่านตา
การฉีดสี Fluorescein (Fluorescein Angiography) เป็นการตรวจพิเศษ เพื่อตรวจดูเส้นเลือดและภาวะต่างๆ ของจอประสาทตา
 |
 |
เครื่องตรวจวัดลานสายตา ด้วยคอมพิวเตอร์ |
โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา สามารถพบได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น การตรวจพบและวินิจฉัยได้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถทำให้ผู้ป่วยคงมีสายตาที่ปกติได้