โรคเบาหวาน ทำไมต้องรักษา
July 13 / 2017

 

โรคเบาหวาน ทำไมต้องรักษา ? 

 

 

โรคเบาหาวน เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ อันเป็นผลมาจากความบกพร่องของการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน หรือประสิทธิภาพลดลงจากภาวะดื้ออินซูลินหรือทั้งสองอย่างร่วมกัน ผู้ป่วยเบาหวานควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจระดับน้ำตาลและปรับขนาดของยา การที่ผู้ป่วยรับประทานยาขนาดเดียวกันอยู่ตลอดเวลาอาจจะไม่สามารถควบคุมน้ำตาลให้สม่ำเสมอได้ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณของอาหารและความก้าวหน้าของโรค) ตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) จอประสาทตาเสื่อม (Retinopathy) หากเมื่อพบภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยเร็ว แพทย์จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

    

 

 

เป้าหมายและการประเมินผลการรักษาเบาหวาน

 

  1. เพื่อให้ผู้ป่วยดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข
  2. การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด
  3. ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังทางตา ไต ระบบประสาทส่วนปลาย ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด 
  4. ป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน

นอกจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ควรควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดด้วย เช่น ความดันโลหิต, ระดับไขมันในเลือด, ลดน้ำหนักและงดสูบบุหรี่ การประเมินผลการรักษาเบาหวานมีความสำคัญมากเพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยทราบสถานะการควบคุม เบาหวานของตนเอง ทำให้มีการปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือใกล้เคียงปกติ

 

 

อาการของเบาหวาน

 

อาการที่เกิดขึ้นจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงคือ ปัสสาวะบ่อย, อ่อนเพลีย, ดื่มน้ำมาก, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, น้ำหนักตัวลดลง

 

 

โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากเบาหวาน

 

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูง อยู่นานๆ แล้วไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังทางตา ไต ปลายประสาท หัวใจและหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยที่อาจตามมาได้ ดังนั้น เบาหวานจึงเป็นโรคที่ต้องการการรักษาที่สม่ำเสมอต่อเนื่อง (ประกอบด้วย การควบคุมอาหาร, การออกกำลังกาย, การรับประทานยา) และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

ทำไมต้องพบแพทย์เป็นระยะ ?

 

  • เพื่อตรวจดูค่าระดับน้ำตาลและปรับขนาดของยา การที่ผู้ป่วยรับประทานยาขนาดเดียวอยู่ตลอดเวลา อาจจะไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สม่ำเสมอได้ (ขึ้นอยู่กับปริมาณของอาหารและความก้าวหน้าของโรค)
  • เพื่อเป็นการตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน (Diabetic Neuropathy) ภาวะเเทรกซ้อนทางหัวใจ และหลอดเลือด (Coronary artery disense, peripheral arterial disense) จอประสาทตาเสื่อม (Retinopathy) หากเมื่อพบภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยเร็ว แพทย์จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

 

 

ทำไมต้องออกกำลังกาย ?

 

เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดี และเกิดสมดุลย์ระหว่างการได้พลังงานจากอาหารและการใช้พลังงาน

 

 

ทำไมต้องควบคุมอาหารร่วมด้วย ทั้งๆ ที่รับประทานยาแล้ว ?

 

คนปกติมีการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลง แต่ในคนไข้เบาหวานกลไกลนี้มีความบกพร่อง หรือออกฤทธิ์ได้ไม่ดี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมอาหารร่วมกับการรับประทานยาด้วย

 

 

ทำไมต้องฉีดอินซูลิน ?

 

ในคนไข้ที่ได้ยารับประทานเต็มที่แล้ว ไม่ได้ผลเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าการใช้อินซูลินไม่ได้หมายความว่าเป็นระยะสุดท้ายของโรค เพราะแพทย์ย่อมคำนึงถึงผลดีของการใช้อินซูลินชนิดฉีด ทำให้ปัญหายุ่งยากจากการฉีดอินซูลินลดลง

 

 

ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูง แสดงว่า การรักษาโรคเบาหวานดีแล้วจริงหรือ ?

 

จุดประสงค์หลักในการรักษาโรคเบาหวานคือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติเพื่อป้องกัน หรือชลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ทราบถึงปัญหาที่อาจจะเกิด เช่น เวลาที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

 

 

ทำไมต้องตรวจ Hb A1C ?

 

ค่าของ Hb A1C จะช่วยบอกว่าระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉลี่ยถูกควบคุมได้ดีหรือไม่

 

 

ทำไมต้องตรวจตาทุกปี ?

 

ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมรักษาอย่างถูกต้องพบว่ามีอาการผิดปกติทางตาได้บ่อย เช่น ตามัว จอประสาทตาเสื่อมหรือเบาหวานขึ้นตา ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการตรวจตาอย่างละเอียด โดยจักษุแพทย์ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ อย่างน้อยปีละครั้ง ถ้าตรวจพบได้เร็วและได้รับการดูแลในระยะแรกของโรค ก็จะช่วยป้องกันสายตาของเราจากจอประสาทตาเสื่อม จากโรคเบาหวานได้

 

 

 

ทำไมต้องตรวจการทำงานของไตทุกปี ?

 

ภาวะไตเสื่อมจากเบาหวานในระยะแรกเริ่ม จะไม่ปรากฏอาการ  การวัดระดับสารพิษในเลือดจะยังไม่พบอะไรผิดปกติหากรอให้ระดับสารพิษในเลือดสูง ไตมักเสียหายไปกว่า 90 % แล้ว แต่การตรวจปัสสาวะจะพบอัลบุมินหรือไข่ขาวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การตรวจระดับไข่ขาวในปัสสาวะจึงมีความสำคัญมากในการคัดกรองความผิดปกติของไต ในระยะแรกเริ่มและควรได้รับการตรวจอย่างสม่ำเสมอทุกปี

 

 

 

 

ผู้ป่วยเบาหวานควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจระดับน้ำตาลและปรับขนาดของยา และตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ หากเมื่อพบภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยเร็ว แพทย์จะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที