คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
October 12 / 2015

 

 

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

 

 

 โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ หรือ อัมพาตเฉียบพลัน คืออะไร 


     เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้เส้นเลือดสมองตีบตัน หรือแตก ก่อผลทำให้มีอาการที่เรียกว่าอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต อาการเตือนอย่างไร ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลพบแพทย์ทันที 

  • แขนขา ชา หรือ อ่อนแรง ซีกใดซีกหนึ่งเป็นทันที 

  • ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด 

  • ตามัว หรือ ตามองไม่เห็น หรือ เห็นภาพซ้อน 

  • ปวดศีรษะรุนแรง เฉียบพลัน มีอาเจียนพุ่ง 

  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง ร่วมกับเดินเซ  เสียการทรงตัว 

  • ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ซึมลง ไม่รู้สึกตัว 


 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก


     หลอดเลือดในสมองตีบ และรองลงไปคือ หลอดเลือด ในสมองแตก 

 ตรวจวินิจฉัยโดย


     แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย อาการ ทางสมอง หากพบสิ่งผิดปกติ จะทำการส่งตรวจเอ็กซเรย์ คอมพิวเตอร์สมอง (CT brain) หรือตรวจ MRI, MRA ทางสมอง ทันที เพื่อวินิจฉัยหลอดเลือดสมองตีบ หรือ แตก การตรวจอื่นๆเพื่อหาสาเหตุร่วมวินิจฉัย  การตรวจหลอดเลือดที่คอตีบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง  Carotid Doppler การตรวจอุลตราซาวด์หัวใจ Echocardiogram เพื่อหาสาเหตุที่มาจากหัวใจ 

 รักษาอย่างไร


     เพื่อการรักษาที่ดี ควรนำส่งพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางหลอดเลือดสมองโดยเร็วที่สุด ทางโรงพยาบาลรามคำแหง ได้จัดเตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สำหรับการดูแลโดย หลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ที่มีอาการ ระยะเวลา ไม่เกิน 3 ชั่วโมง แพทย์จะพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดที่ อุดตันในหลอดเลือดสมอง (ถ้าผู้ป่วยไม่มีข้อห้ามในการใช้ยา) หรือ พิจารณา การทำหัตถการโดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัย มาใช้ในการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทาง Interventionist 
หลอดเลือดสมองแตก ท่านจะได้รับการดูแลจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมด้านสมอง อาจต้องได้รับการผ่าตัด ในผู้ป่วยบางราย

 

 ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ 

 

  • การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา

  • น้ำหนักเกินและอ้วน

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

  • ภาวะความดันโลหิตสูง

  • ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ

  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ/ ลิ้นหัวใจตีบ หรือรั่ว

  • ภาวะเครียด ทำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอ    

 

 ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ 

 

  • อายุ ผู้สูงอายุ มีภาวะหลอดเลือดเสื่อมตามวัย

  • เพศ เพศชาย > เพศหญิง  *ถ้าอายุ มากกว่า 45 ปี พบเท่ากัน

  • กรรมพันธุ์

 

 คำแนะนำการป้องกัน 

 

  • เลิกสูบบุหรี่ / หลีกเลี่ยงรับควันบุหรี่/ เลิกดื่มสุรา

  • ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ควบคุมความดันโลหิต โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยาตามการรักษา

  • ควบคุมระดับไขมันในเลือดร่วมกับการใช้ยา

  • พบแพทย์ตรวจร่างกาย และปฎิบัติตนตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

  • ควบคุมความเครียด ออกกำลังกาย การทำสมาธิ พักผ่อนให้เพียงพอ

 

 จะดูแลตนเองอย่างไร ภายหลังได้รับการรักษา เมื่อท่านกลับบ้าน 

 

  • ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ควบคุมความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนัก หยุด สูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 

  • ควบคุมภาวะแทรกซ้อน ในรายที่กลืนไม่ได้ อาจได้รับ การใส่สายยางให้อาหารเพื่อป้องกันการสำลัก เกิดโรคปอด อักเสบ

  • รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดตามแผนการรักษาอย่าง สม่ำเสมอเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำในภาวะหลอดเลือด สมองตีบ ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง สังเกตผลข้างเคียงของยา เช่น มีจุดจ้ำเลือด เลือดออก ให้แจ้งแพทย์ผู้รักษาทราบ 

  • กายภาพบำบัด ตามคำแนะนำ 

  • หากมีความจำเป็นต้องได้รับการทำฟัน การทำผ่าตัด ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ 

  • สังเกตพบอาการผิดปกติทางสมอง เช่น ซึมลง แขนขา อ่อนแรงมากขึ้น พูดไม่ชัด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที 

  • ตรวจตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ