ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

รายชื่อศูนย์การแพทย์หรือคลินิกของโรงพยาบาลรามคำแหง

 

ศูนย์สมองที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต
หลอดเลือดสมองตีบ สาเหตุของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน อาการของผู้ป่วยมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดได้รับความสูญเสีย ส่วนมากจะแสดงอาการใบหน้า แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีดหนึ่ง มีอาการชา ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว มองเห็นภาพซ้อน เดินเซ ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าอาจจะมีความผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

 

สำหรับวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันนั้น 

  • การตรวจด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งสามารถตรวจดูภาพหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ดี
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) สามารถบอกได้ว่าหลอดเลือดในสมองมีการแตกหรือตีบตัน
  • การฉีดสีเพื่อดูตำแหน่งของการตีบตันภายในสมองด้วยเครื่อง CATH LAB ภาพที่ได้จะสามารถเห็นมุมของหลอดเลือดสมองขณะทำการรักษาได้ในรูปแบบ 3 มิติ 2 ระนาบ

 

                     CATH LAB

 

การตรวจหาหลอดเลือดตีบที่คอสาเหตุของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน
 

สำหรับการตรวจหาความผิดปกติในผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้นสามารถตรวจด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพหลายอย่าง อาทิ การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง หรืออาจตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและโดยเฉพาะการตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์หลอดเลือด ซึ่งนอกจากจะเป็นการตรวจที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้ว ยังมีความรวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการตรวจด้วยวิธีอื่น ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวด้วย และช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  

 

เทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต 
 

โดยนำตัวผู้ป่วยเข้าตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาตำแหน่งที่แม่นยำก่อนการรักษาด้วยการทำบอลลูน ลักษณะเดียวกับการขยายหลอดเลือดที่หัวใจการรักษาหลอดเลือดตีบตันด้วยการขยายหลอดเลือดนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณ์คล้ายร่มสอดเข้าไปก่อนเพื่อรองรับเศษผนังหลอดเลือดและก้อนเลือดขณะทำการขยายหลอดเลือดเพื่อป้องกันมิให้เศษเล็กเศษน้อยดังกล่าวไหลไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง จากนั้นจึงทำการสอดสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดและสอดขดลวดค้ำยันเข้าไป ณ. ตำแหน่งหลอดเลือดเป้าหมายบริเวณลำคอเพื่อค้ำผนังหลอดเลือดไว้และเปิดทางให้เลือดไหลได้สะดวกตามปกติ 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณมาลี อรุณพูลทรัพย์

“ไม่มีอาการปวดหัว แต่มีอาการเหมือนโรคซึมเศร้ามาก คือชอบอยู่คนเดียว เอาแต่นอนไม่แต่งตัว”

 

ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2562 คือจะนอน ไม่พูดจากับใครไม่คุยกับใครไม่ยอมไปสอนหนังสือแล้วก็มีอาการมึนหัว งานการไม่เอา แม่ก็บอกว่าลองพาไปเช็คที่ รพ.รามคำแหง ซิว่าเขาเป็นอะไร ก็โทรมาปรึกษากับพยาบาลว่าอาการแบบเนี๊ยะ จากที่เราศึกษาดูเหมือนโรคซึมเศร้าเลย พามาหาหมอโรคจิตแต่อาการเขาน่ะไม่มีปวดหัวเลย ก็มาหาหมอช่วงเดือนธันวาคมประมาณเดือนหนึ่งมาทุกอาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้น เพราะว่าคุณไข้เริ่มปัสสาวะ อุจจาระ ไม่รู้เรื่องแล้วน่าจะเกี่ยวกับสมอง เพราะว่าสมองมันจะคุมทุกอย่าง วันนี้เลยต้องเข้าอุโมงค์เลยโดยรอ 4 ชม.เพื่อให้ท้องว่างให้ทุกอย่างว่างให้พร้อม คุณหมอก็บอกว่ามันเป็นเยอะมากเนื้องอกอยู่รอบไปหมดเลย

หมอบอกว่าให้มาเตรียมตัวเลยต้องผ่าตัดใช้เวลา 10 ชม. ที่จะทำการผ่าตัดก็ตกลงมาอยู่นี่แล้วก็เริ่มผ่าตัด พอผ่าตัดแล้วคือเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยออกมาก็อาละวาด จะดึงแผลออก ดึงทุกอย่าง ก็ต้องคอยเฝ้ากันไม่ให้เขาดึง ต่อมาอาการเขาก็ดีขึ้นๆ จำคนโน้นได้จำคนนี้ได้จำทุกอย่างได้ทุกครั้งที่มาหาหมอๆ ก็จะเช็คสมองโดยการให้บวกเลขบ้างให้ลบเลขบ้าง แต่เขาก็ดีขึ้นสามารถจำได้บวกลบเลขได้ คุณหมอบอกว่าจากการผ่าตัด คือสมองเนื้องอกส่วนที่เอาออกไปมันต้องรอเวลาที่จะให้มันกลับมาเหมือนเดิมจากที่มันโดนกดทับมาค่ะ

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณปราณี และมัด

“ผ่าตัด 4 ชม.ฟื้นมาก็ปกติ ต่างจากตอนมาอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”

 

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ นอนทั้งวันแล้วก็เหมือนถามอะไรก็จะตอบช้าๆ คิดไม่ออก จำ พ.ศ.เกิด วันเกิดของตัวเองไม่ได้ แม่ก็นอนอย่างเดียวเลยแล้วข้าวปลาก็ไม่กิน น้ำก็ไม่อาบหนูก็เอะใจมาก ก็เลยพาแม่ไปรพ.

เวลาเข้าพบหมอๆ ก็ถามอะไรแม่เกี่ยวกับอาการแล้วคุณหมอก็ให้ไปทำเอ็มอาร์ไอฉีดสี รู้ผลๆ ออกมา หมอก็บอกว่าเป็นเนื้องอกในสมองค่ะ ก็เลยต้องอยู่รพ. วันนั้นเลย และต้องผ่าวันรุ่งขึ้นเพราะสมองบวมเยอะแล้วค่ะ

หลังจากคุณหมอผ่าตัด 4 ชม. ก็รู้สึกตัวเลยค่ะ ลูกๆ ก็มาล้อมรอบเตียงถามว่าจำได้ไหม จำ พี่ๆ น้องๆ ได้ไหม คือลูกๆ กลัวว่าจะจำคนโน้นได้มั๊ย จำอะไรต่ออะไรได้มั๊ย แม่ก็จำได้หมดสื่อสารทุกอย่างได้หมด คล่องแคล่ว ดีใจกันใหญ่เลย ร้องไห้แบบดีใจว่าเออคุณแม่จำได้ทุกอย่าง กลับมาเป็นเหมือนเดิม

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณวนิดา จรกา

“ รู้สึกว่ามันดีขึ้นมันทำให้รู้สึกว่าเราอยากทานแล้วก็นอนหลับได้ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน เราไม่ปวดหัว เหมือนเคมีในสมองมันกลับมาปกติ ทำให้เราทำงานได้ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ดูแลแม่ได้ ช่วยทำงานบ้านได้ ”

 

เริ่มมีอาการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 61 นะคะ แล้วมันไม่ไหว มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ก็ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอก็ให้กินยานอนหลับให้กินสูงสุดถึงประมาณ 15 เม็ด แต่พี่กินไป 5 เม็ด แล้วก็ยังไม่หลับ ที่บ้านบอกว่าหยุดกินได้แล้ว ทีนี้ก็พอช่วงหลังๆ มาจะแบบรู้สึกกลัว ไม่กล้าขับรถใจมันสั่นหวิว เหงื่อออก ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 62 มาไม่กล้าขับรถ เหมือนว่าปวดหัวมาก ปวดตามไหล่ ปวดตามบ่า ปวดไปทั้งตัว เหมือนหัวมันจะแตก ไม่อยากอยู่ ต้องแอบไม่อยากเจอใคร เพราะเหมือนว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราช่วยดูแลแม่ไม่ได้ คือเพิ่งออกมาจากงานเพื่อจะดูแลแม่ แต่ทำไม่ได้มันก็เลยทำให้ไม่อยากอยู่

แม่ก็รักษาอยู่กับคุณหมออริยา เคยถามท่านว่าโรคแบบนี้ต้องทำยังไง หมอบอกว่าให้ลองทำ TMS ดูเผื่อจะดีขึ้น พอประมาณปลายเดือนกรกฎาคมก็เลยมาหาหมอค่ะ พอดีไม่สบายเป็นไข้ปวดหัวมาก ก็นอนแอดมิทที่ รพ.ประมาณ 3-4 วัน แล้ววันที่ 2 หมอก็ให้ทำ TMS ก็รู้สึกดีขึ้นก็ทานข้าวได้ นอนหลับ แล้วก็วันที่ 3 ก็ทำอีกทีก็ดีขึ้นค่ะ หมอบอกว่าให้ยากระตุ้นด้วยนะคะ

  • โรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน

  • ฟื้นฟูการทำงานของสมอง ด้วยเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

  • การผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมองแบบส่องกล้อง "แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว"

  • อาการชาจากสมองบ่งบอกสัญญาณอันตราย

  • หลอดเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกระโหลก

  • อัมพาตในคนอายุน้อย

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณมาลี อรุณพูลทรัพย์

“ไม่มีอาการปวดหัว แต่มีอาการเหมือนโรคซึมเศร้ามาก คือชอบอยู่คนเดียว เอาแต่นอนไม่แต่งตัว”

 

ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2562 คือจะนอน ไม่พูดจากับใครไม่คุยกับใครไม่ยอมไปสอนหนังสือแล้วก็มีอาการมึนหัว งานการไม่เอา แม่ก็บอกว่าลองพาไปเช็คที่ รพ.รามคำแหง ซิว่าเขาเป็นอะไร ก็โทรมาปรึกษากับพยาบาลว่าอาการแบบเนี๊ยะ จากที่เราศึกษาดูเหมือนโรคซึมเศร้าเลย พามาหาหมอโรคจิตแต่อาการเขาน่ะไม่มีปวดหัวเลย ก็มาหาหมอช่วงเดือนธันวาคมประมาณเดือนหนึ่งมาทุกอาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้น เพราะว่าคุณไข้เริ่มปัสสาวะ อุจจาระ ไม่รู้เรื่องแล้วน่าจะเกี่ยวกับสมอง เพราะว่าสมองมันจะคุมทุกอย่าง วันนี้เลยต้องเข้าอุโมงค์เลยโดยรอ 4 ชม.เพื่อให้ท้องว่างให้ทุกอย่างว่างให้พร้อม คุณหมอก็บอกว่ามันเป็นเยอะมากเนื้องอกอยู่รอบไปหมดเลย

หมอบอกว่าให้มาเตรียมตัวเลยต้องผ่าตัดใช้เวลา 10 ชม. ที่จะทำการผ่าตัดก็ตกลงมาอยู่นี่แล้วก็เริ่มผ่าตัด พอผ่าตัดแล้วคือเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยออกมาก็อาละวาด จะดึงแผลออก ดึงทุกอย่าง ก็ต้องคอยเฝ้ากันไม่ให้เขาดึง ต่อมาอาการเขาก็ดีขึ้นๆ จำคนโน้นได้จำคนนี้ได้จำทุกอย่างได้ทุกครั้งที่มาหาหมอๆ ก็จะเช็คสมองโดยการให้บวกเลขบ้างให้ลบเลขบ้าง แต่เขาก็ดีขึ้นสามารถจำได้บวกลบเลขได้ คุณหมอบอกว่าจากการผ่าตัด คือสมองเนื้องอกส่วนที่เอาออกไปมันต้องรอเวลาที่จะให้มันกลับมาเหมือนเดิมจากที่มันโดนกดทับมาค่ะ

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณปราณี และมัด

“ผ่าตัด 4 ชม.ฟื้นมาก็ปกติ ต่างจากตอนมาอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”

 

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ นอนทั้งวันแล้วก็เหมือนถามอะไรก็จะตอบช้าๆ คิดไม่ออก จำ พ.ศ.เกิด วันเกิดของตัวเองไม่ได้ แม่ก็นอนอย่างเดียวเลยแล้วข้าวปลาก็ไม่กิน น้ำก็ไม่อาบหนูก็เอะใจมาก ก็เลยพาแม่ไปรพ.

เวลาเข้าพบหมอๆ ก็ถามอะไรแม่เกี่ยวกับอาการแล้วคุณหมอก็ให้ไปทำเอ็มอาร์ไอฉีดสี รู้ผลๆ ออกมา หมอก็บอกว่าเป็นเนื้องอกในสมองค่ะ ก็เลยต้องอยู่รพ. วันนั้นเลย และต้องผ่าวันรุ่งขึ้นเพราะสมองบวมเยอะแล้วค่ะ

หลังจากคุณหมอผ่าตัด 4 ชม. ก็รู้สึกตัวเลยค่ะ ลูกๆ ก็มาล้อมรอบเตียงถามว่าจำได้ไหม จำ พี่ๆ น้องๆ ได้ไหม คือลูกๆ กลัวว่าจะจำคนโน้นได้มั๊ย จำอะไรต่ออะไรได้มั๊ย แม่ก็จำได้หมดสื่อสารทุกอย่างได้หมด คล่องแคล่ว ดีใจกันใหญ่เลย ร้องไห้แบบดีใจว่าเออคุณแม่จำได้ทุกอย่าง กลับมาเป็นเหมือนเดิม

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณวนิดา จรกา

“ รู้สึกว่ามันดีขึ้นมันทำให้รู้สึกว่าเราอยากทานแล้วก็นอนหลับได้ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน เราไม่ปวดหัว เหมือนเคมีในสมองมันกลับมาปกติ ทำให้เราทำงานได้ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ดูแลแม่ได้ ช่วยทำงานบ้านได้ ”

 

เริ่มมีอาการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 61 นะคะ แล้วมันไม่ไหว มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ก็ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอก็ให้กินยานอนหลับให้กินสูงสุดถึงประมาณ 15 เม็ด แต่พี่กินไป 5 เม็ด แล้วก็ยังไม่หลับ ที่บ้านบอกว่าหยุดกินได้แล้ว ทีนี้ก็พอช่วงหลังๆ มาจะแบบรู้สึกกลัว ไม่กล้าขับรถใจมันสั่นหวิว เหงื่อออก ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 62 มาไม่กล้าขับรถ เหมือนว่าปวดหัวมาก ปวดตามไหล่ ปวดตามบ่า ปวดไปทั้งตัว เหมือนหัวมันจะแตก ไม่อยากอยู่ ต้องแอบไม่อยากเจอใคร เพราะเหมือนว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราช่วยดูแลแม่ไม่ได้ คือเพิ่งออกมาจากงานเพื่อจะดูแลแม่ แต่ทำไม่ได้มันก็เลยทำให้ไม่อยากอยู่

แม่ก็รักษาอยู่กับคุณหมออริยา เคยถามท่านว่าโรคแบบนี้ต้องทำยังไง หมอบอกว่าให้ลองทำ TMS ดูเผื่อจะดีขึ้น พอประมาณปลายเดือนกรกฎาคมก็เลยมาหาหมอค่ะ พอดีไม่สบายเป็นไข้ปวดหัวมาก ก็นอนแอดมิทที่ รพ.ประมาณ 3-4 วัน แล้ววันที่ 2 หมอก็ให้ทำ TMS ก็รู้สึกดีขึ้นก็ทานข้าวได้ นอนหลับ แล้วก็วันที่ 3 ก็ทำอีกทีก็ดีขึ้นค่ะ หมอบอกว่าให้ยากระตุ้นด้วยนะคะ