โรงพยาบาลรามคำแหง - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณเถลิง พลวรรณาภา

 

คนไข้โรคเบาหวานและโรคหัวใจ เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด

 

“ที่มาก็เพื่อให้รู้ว่ามันดีกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องเช็คว่าเวลาเหนื่อยแล้วหัวใจจะปกติหรือไม่...ความดันเป็นเท่าใด คือมีมอนิเตอร์เช็คผลตั้งแต่เราเริ่มเดิน เขาจะเช็คทุกขั้นตอน”

 

ผู้สูงวัยที่มีโรคเบาหวานและมีประวัติการรักษากับโรงพยาบาลอยู่แล้ว โดยมีโรคแทรกซ้อนถึงกับต้องเข้ารับการสวนขยายหลอดเลือดหัวใจ และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูที่ “ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด” ที่ “รพ.รามคำแหง” ซึ่งได้ให้เหตุผลในการมาเข้ารับการฟื้นฟูว่า “...ผมมาที่นี่เพราะมีประวัติอยู่ อีกอย่างคือคุณหมอเก่งๆ ทั้งนั้น มีการทำเป็นแพ็คเกจเฉพาะโรคของผู้สูงอายุซึ่งต้องคอยมารับการตรวจติดตามอยู่เรื่อยๆ ...ส่วนที่มาฟื้นฟูสมรรถภาพก็เพื่อให้รู้ว่ามันดีกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องเช็คว่าเวลาเหนื่อยแล้วหัวใจจะปกติหรือไม่...ความดันเป็นเท่าใดเขาจะเช็คทุกขั้นตอนเลย คือก็มีมอนิเตอร์เช็คผลตั้งแต่เราเริ่มเดิน เช่นเรื่องน้ำตาลเป็นยังไงก่อนออกกำลังกายแล้ว มันมีผลให้น้ำตาลยุบไปกี่เปอร์เซ็นต์และถ้าเหนื่อยมากจะลดลงมาเท่าไหร่...ในกรณีเรื่องหัวใจนั้นอย่างแรกคือต้องการความพร้อมทั้งแพทย์ที่มีความรู้และเครื่องมือ จึงแนะนำด้วยความเป็นห่วงว่าถ้าพร้อมที่จะดูแลร่างกายละก็ไปเข้าโรงพยาบาลที่มีระบบดีกว่า...”

โดยในกรณีของคุณเถลิง ผศ.ดร.สิทธา พงษ์พิบูลย์...ผู้ชำนาญการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และการออกกำลังกาย ได้ให้เหตุผลสำคัญอย่างแรกคือ เพื่อปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงต่อการที่โรคหลอดเลือดจะเกิดการตีบซ้ำจากปัจจัยเสี่ยงเช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และจากการมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง รวมทั้งอ้วน ซึ่งคุณเถลิงเองก็เป็นเบาหวานโดยยังคุมน้ำตาลได้ไม่ค่อยดี จึงอาจมีโอกาสกลับมาเกิดการตีบใหม่ได้มากกว่าคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็เลยเข้ามาทำการฟื้นฟูฯ ตามโปรแกรมออกกำลังกาย ซึ่งช่วยให้น้ำตาลลดลง จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการที่จะช่วยให้คุมน้ำตาลในเลือดในกรณีที่เป็นเบาหวานได้ดีขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น ซึ่งถ้าทำต่อเนื่องไปในระยะยาวจะช่วยให้ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดการตีบซ้ำลดลงครับ 

มีข้อแนะนำดังนี้ “...โดยทั่วไป ข้อแรกคือถ้าเป็นคนไข้เบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสูง และมีเครื่องเจาะน้ำตาลก็จะให้หมั่นเจาะน้ำตาลตรวจบ่อยหน่อยหนึ่ง เพื่อให้ทราบว่าน้ำตาลมันสวิงมากน้อยแค่ไหนในช่วงเช้า - กลางวัน - บ่าย - เย็น จะได้ติดตามดูแลเรื่องการรับประทานอาหารได้ถูก ข้อที่ 2 คือ เมื่อติดตามตรวจวัดจนทราบระดับน้ำตาลแน่ชัดแล้วจะได้รู้แน่ว่าเขาควรจะออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน ถ้าสมมุติมันสูงในช่วงเช้าแต่จะต่ำในช่วงเย็น โดยชอบไปเดินออกกำลังตอนเย็นเขาก็จะได้รู้ว่า เขาควรจะเดินมากแค่ไหนอย่างไร ส่วนคำแนะนำอื่นๆ เช่น ปัจจัยเสี่ยงต่อการที่จะกลับมาตีบใหม่นั้น ควรต้องควบคุมอย่างไร ควรจะรับประทานอาหารอย่างไร ซึ่งถ้าต้องการให้ละเอียดมากเราก็จะจัดให้พบนักกำหนดอาหาร แต่โดยคร่าวๆ แล้วไม่ได้หมายความว่าจะทานไม่ได้เลย...ยังคงทานได้ทุกอย่างแต่ให้จำกัดปริมาณ เพราะบางคนจะเข้าใจว่าไม่กินหวาน ห้ามกินหวาน อย่างนั้นก็ไม่ใช่ เพราะว่าบางทีกินข้าวก็ทำให้น้ำตาลขึ้นอย่างนี้เป็นต้น..สำหรับคุณเถลิงนั้นดูดีขึ้น ดูเขามั่นใจขึ้นจากที่ช่วงแรกๆ จะกังวลว่าน้ำตาลสูงไปไหม แต่หลังจากเราเจาะน้ำตาลให้เขาเห็นว่าพอออกกำลังกายแล้วมันลดลงเขาก็เริ่มมั่นใจขึ้น ออกกำลังได้มากขึ้นโดยไม่มีอาการที่ผิดปกติครับ...”

 

 

 

คุณสุนทรีย์ นกงาม

 

ผู้ป่วยเนื้องอกต่อมใต้สมอง 

หลังจากผ่าประมาณ 3 เดือน ประจำเดือนก็เริ่มมา โดยรวมแล้วมันก็ดีขึ้น
 

ตอนแรกไปหาหมอสูติก่อนว่าปวดท้อง แล้วก็ประจำเดือนไม่มาตรวจภายในก็ปกติ เขาก็เลยส่งไปตรวจเลือด

เขาบอกมันมีค่าตัวหนึ่งเป็นค่าฮอร์โมนต่อมใต้สมองผิดปกติ เขาก็เลยส่งไปที่แผนกต่อมไร้ท่อ

จนให้ทำ MRI ก็ไปเจอก้อนเนื้ออยู่ที่ต่อมใต้สมอง

 

แล้วเขาก็ส่งไปผ่าตัด แต่ปรากฏว่ายังผ่าไม่ได้เพราะไปเจอว่าเป็นเชื้อราตรงโพรงไซนัสอีก ต้องผ่าตัดไซนัสก่อน

แล้วก็มีญาติแนะนำมาว่าถ้าเกิดผ่าตัดสมองผ่า รพ.รามคำแหงดีไหม มีหมอรักษาดี แล้วราคาก็แบบไม่ได้สูงมาก ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับ รพ.รามคำแหง

 

การผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมอง ก็เลยตัดสินใจเอาฟิล์มเอกซเรย์ไปหาหมอนภสินธุ์ ซึ่ง นพ.นภสินธุ์ กับ นพ.ภูริปัณย์ ผ่าตัดร่วมกัน 

คุณนิสา วงษ์วิชา

 

ผู้ป่วยเนื้องอกต่อมใต้สมอง

ในระยะเวลา 7-8 เดือน เริ่มจาก คัด จาม น้ำมูกไหล คิดว่าเป็น “ภูมิแพ้”

 

เริ่มจากคัดจมูก 1 ข้างเป็น 2 ข้าง...จนต่อมาหายใจไม่ได้เลย และเริ่มเห็นก้อนโผล่ออกมาที่จมูก ต้องหายใจทางปากตลอด แต่ก็รักษามาเรื่อยๆ นะ คืออาการหนักเลย จนกระทั้งวันหนึ่งมีเลือดออกทางจมูกด้านขวาเพราะด้านซ้ายจมูกตัน แล้วก็ออกลำคอไหลออกทั้งวัน

 

ไม่หยุดก็เลยไป รพ.ต่างจังหวัดแห่งหนึ่งเพราะมีประกันสังคมอยู่ที่นั่น...หมอเขาก็ตรวจแล้วก็ส่งตัวไป รพ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อเอาก้อนเนื้อจากจมูกไปตรวจ พอผลตรวจออกมาว่าเป็นมะเร็ง และลามขึ้นสมองแล้วเขาไม่สามารถที่จะผ่าได้เขาก็เลยส่งมาที่ รพ.รามคำแหง เพราะทีมแพทย์พร้อม เครื่องมือพร้อมเห็นคุณหมอบอกเนื้องอกของคุณใหญ่มาก บอกว่า ใช้เวลาในการผ่าตัดนาน ถามว่ากลัวไหม

 

มันก็กลัวนะ ...เราก็ไม่กล้านอนนะกลัวหายใจไม่ออก ต้องขอจับมือคุณพยาบาลให้เฝ้าจนนอนหลับก่อนค่อยออกไปได้ไหม อะไรประมาณนี้ค่ะ