
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้มีผู้ติดเชื้อหลายพันคนต่อวัน จนทำให้เตียงในโรงพยาบาลไม่เพียงพอ อีกทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล หรืออยู่โรงพยาบาลในระยะเวลาสั้น ๆ และไปพักฟื้นต่อที่บ้านหรือสถานที่ที่รัฐจัดให้ได้ หากต้องทำ Home Isolation ต้องทำอย่างไร
เช็กอาการป่วยเป็นโควิด-19 ตอนนี้คุณอยู่ระดับไหน?
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้แบ่งระดับอาการผู้ป่วยโควิด-19 ตามระดับอาการป่วยออกเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง เพื่อการดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ดังนั้นแนวทางการดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้านต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์ และอยู่ในระบบการตรวจสอบ ติดตามอาการ หากอาการเปลี่ยนแปลงก็มีระบบส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
การแยกกักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation) ควรอยู่ภายใต้เกณฑ์ดังนี้
- ผู้ป่วยที่กำลังรอ Admit หรือรอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและแพทย์พิจารณาแล้วว่าสามารถรักษาตัวที่บ้านได้
- ผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่รัฐจัดให้อย่างน้อย 10 วันแล้ว และแพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ Home Isolation ต่อได้
ผู้ที่เข้าเกณฑ์ในการทำ Home Isolation
- เป็นผู้ติดเชื้อที่สบายดี หรือไม่มีอาการ (asymptomatic cases)
- มีอายุน้อยกว่า 60 ปี
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ยินยอมแยกกักตัวในที่พักของตัวเอง
- อยู่คนเดียวหรือมีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน
- ต้องไม่มีภาวะอ้วน (ดัชนีมวลกาย>30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว>90 กก.)
- ไม่มีโรคร่วมดังต่อไปนี้
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
- โรคไตเรื้อรัง (CKD ระยะที่ 3,4)
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้หรือโรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับทำ Home Isolation
หากบ้านมีพื้นที่เพียงพอ เราสามารถแยกผู้ป่วยไปอยู่ในห้องส่วนตัวคนเดียว
- ถ้าเป็นไปได้ควรเป็นห้องที่มีห้องน้ำแยกในตัว มีภาชนะของใช้แยกส่วนตัว
- ส่วนเวลาทานข้าวให้เอามาวางไว้ให้ตรงหน้าห้องแล้วไลน์บอก เพื่อให้ผู้ป่วยเปิดประตูมาหยิบข้าวไปทานเองเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือการสัมผัสให้มากที่สุด
- ถ้าเป็นข้าวกล่องได้ก็จะดีมาก เพราะถ้าหยิบจานมาล้างอาจเสี่ยงสัมผัสเชื้อได้
- ถ้าที่อยู่อาศัยเป็นคอนโด ห้องเช่า แฟลต ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะแยกออกเป็นห้องชัดเจนเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องคนเดียวและคนอื่นที่ไม่ติดเชื้อให้ไปพักอาศัยที่อื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อให้กับคนในครอบครัว

การปฎิบัติตัวของผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อทำ Home Isolation
- แยกห้องพัก ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น หากแยกไม่ได้ควรแยกให้ห่างจากผู้อื่นให้มากที่สุด และควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
- ห้ามออกจากที่พัก และห้ามใครมาเยี่ยมที่บ้าน
- ห้ามเข้าใกล้หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร
- ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หากไม่ได้อยู่คนเดียว
- ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ เจลทุกครั้งที่สัมผัสกับของใช้ต่าง ๆ
- ห้ามทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- แยกซักเสื้อผ้าและเครื่องนอน ด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอกใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น และแยกทิ้งขยะ โดยมัดปากถุงขยะให้แน่น
ของที่ต้องใช้
อุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดตัวไว้เพื่อช่วยในการประเมินอาการเบื้องต้น
- เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพื่อบันทึกในแต่ละวัน
- เครื่องบอกระดับออกซิเจนในเลือดแบบหนีบนิ้ว ตัวนี้จะเป็นตัวประเมินการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดเราว่ายังไหวไหม ปรกติเลขควรอยู่ที่ประมาณ 97-100% ถ้าเลขแตะ 94% หรือต่ำกว่าให้เฝ้าระวังทันที เพราะมีแนวโน้มที่โควิดจะลงปอดแล้วซึ่งขณะพักอยู่ที่บ้านจะมีเจ้าหน้าที่และคุณหมอคอยมอนิเตอร์ผ่านเทเลเมดตลอดเวลา
- ถ้าอาการแย่ลงจะมีรถโรงพยาบาลไปรับและนำส่งโรงพยาบาลทันที

สิ่งที่ผู้ป่วยโควิด-19 จะได้รับการสนับสนุนเมื่อต้องทำ Home Isolation
- อาหารสามมื้อและการติดตามประเมินอาการ ให้คำปรึกษา
- อุปกรณ์ประเมินอาการ ได้แก่ ปรอทวัดไข้ และเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดแบบหนีบนิ้ว เพื่อประเมินการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดว่าปกติดีหรือไม่ ค่าปกติจะอยู่ที่ประมาณ 97-100% ถ้าตัวเลขอยู่ที่ 94% หรือต่ำกว่านั้น คืออยู่ในภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะมีแนวโน้มที่เชื้อโควิด-19 จะลงปอด
- ประเมินอาการผ่านระบบเทเลเมด หรือ การนําเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยตอบโต้กันได้แบบ Real-time โดยแพทย์และพยาบาลทุกวัน
- การให้ยากับผู้ป่วยในแต่ละวัน ประเมินตามอาการขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
- หากมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือแย่ลงให้แจ้งทีมแพทย์ และรีบนำส่งโรงพยาบาล
ข้อแนะนำสำหรับการทำงาน
สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากอาการแย่ลง เช่น หอบ เหนื่อย มีไข้สูง ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ ทางโรงพยาบาลจะมีรถไปรับเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากจำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาลด้วยตัวเอง แนะนำให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หากมีผู้ร่วมยานพาหนะมาด้วยให้เปิดหน้าต่างรถเพิ่มการระบายอากาศ เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เดินทางไปด้วย

ยาที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและอยู่ระหว่างรอเตียง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่นอนโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่และคุณหมอคงดูแลเรื่องนี้อย่างรอบคอบอยู่แล้ว แต่คนติดเชื้อที่ทำ Home Isolation แล้วอาจไม่เคยทราบข้อมูลมาก่อน ว่ายาประเภทไหนตอนเราเป็นโควิดควรเลี่ยงบ้างหลักๆ ก็มี 2 กลุ่มที่ต้องระวังด้วยกัน คือ
1. กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน (ระหว่างรอเตียง)
วิธีดูแลเบื้องต้นคือ พยายามตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ถ้าเห็นว่าน้ำตาลสูง ก็สามารถใช้ยาเดิมที่หมอจ่ายไว้ให้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว อันนี้คงต้องงดอินซูลิน หรือพวกยากินไปก่อน เพราะถ้าเป็นโควิดแล้วน้ำตาลต่ำมันค่อนข้างอันตรายกว่าปกติ
2. กลุ่มที่ทานยาขับปัสสาวะ
อันนี้ในกรณีที่เราดื่มน้ำน้อยก็ควรงดหรือลดไปก่อน เพราะการปัสสาวะออกมา โดยที่ไม่มีอะไรเติมเข้ามันจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและขาดน้ำได้ ยิ่งถ้ามีไข้ร่วมด้วย ร่างกายก็จะใช้พลังงานมาก และจะยิ่งเพลียมากขึ้นไปอีก
Home Isolation เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มไม่มีอาการ โดยแพทย์ได้พิจารณาแล้วว่าสามารถทำ Home Isolation ได้


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข