Messenger

หาเชื้อ HPV ตรวจสุขภาพ โรคมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ไม่มีอาการ

July 09 / 2026

ตรวจเชื้อ hpv

 

 

 

     การตรวจหาเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ไม่มีอาการ ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยในสตรี การตรวจนี้จะช่วยให้คุณทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตั้งแต่ไม่มีอาการ ระยะเริ่มแรก หรือก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที ในวันนี้หมอจึงอยากอธิบายถึงประโยชน์ของการตรวจ และการวางแผนดูแลรักษา HPV สำหรับทุกคน

 

เพราะเรื่องนี้สามารถรับรู้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็น วิธีการรักษา วิธีสังเกตอาการหากได้รับเชื้อ HPV รวมไปจนถึงสถานที่ ๆ ปลอดภัยในการฉีด HPV

 

 

ติดเชื้อ hpv

 

 

เชื้อ HPV คืออะไร มีวิธีการรักษายังไง

เชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ โดยสามารถติดเชื้อจากการสัมผัสโดยตรง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ทั้งจากบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ช่องปากและลำคอ และที่สำคัญ.. มักไม่แสดงอาการ ทั้งยังใช้เวลา 10-20 ปีสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ด้วย โดยสายพันธุ์สำคัญที่พบโดยทั่วไป ได้แก่

 

  • สายพันธุ์ 6 และ 11 ทำให้เกิดหูดหงอนไก่
  • สายพันธุ์ 16 และ 18 ก่อให้เกิดมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก

 

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

เนื่องจากผู้ติดเชื้อมักไม่รู้ตัว ทำให้สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว เชื้อ HPV จึงเป็นภัยเงียบที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาเชื้อ HPV แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งในประเทศไทยมีให้เลือก 3 ชนิด

 

  • วัคซีน 2 สายพันธุ์ (ครอบคลุมสายพันธุ์ 16 และ 18)
  • วัคซีน 4 สายพันธุ์ (ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18)
  • วัคซีน 9 สายพันธุ์ (ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58)

 

 

การได้รับวัคซีนเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งจากเชื้อ HPV ร่วมกับการปรับพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์

 

 

ติดเชื้อ hpv

 

โรคที่มีโอกาสเกิดหลังจากติดเชื้อ HPV

โรคที่มีโอกาสเกิดหลังจากติดเชื้อ HPV เชื้อ HPV เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น

 

1.  มะเร็งปากมดลูก

     เชื้อไวรัส HPV ชนิดสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น 16, 18 เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก พบได้ในเกือบทุกกรณีของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก (99.7%) โดยเชื้อนี้ติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ สายพันธุ์ในกลุ่มความเสี่ยงสูงอาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก ส่วนสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำทำให้เกิดหูดหงอนไก่

 

2.  มะเร็งช่องคลอด

มะเร็งช่องคลอดเป็นมะเร็งที่พบได้น้อย ซึ่งมักเริ่มจากเซลล์ภายในช่องคลอด ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่

 

  • การติดเชื้อ HPV ผ่านการมีเพศสัมพันธ์
  • อายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ประวัติเคยมีเซลล์ผิดปกติในช่องคลอดหรือปากมดลูก
  • การใช้ยา Diethylstilbestrol
  • การสูบบุหรี่ และการติดเชื้อ HIV

 

 

เนื่องจากโรคนี้เกี่ยวข้องกับ HPV การฉีดวัคซีนและป้องกันตนเองในขณะมีเพศสัมพันธ์จึงช่วยลดความเสี่ยงได้

 

 

3.  มะเร็งทวารหนัก

มะเร็งทวารหนักมักมีอาการคล้ายริดสีดวง เช่น ขับถ่ายผิดปกติ อุจจาระเล็กลง หรือมีสารคัดหลั่งจากทวารหนัก สาเหตุหลักคือการติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งติดต่อผ่านการสัมผัสหรือเพศสัมพันธ์ ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่

 

  • อายุที่มากขึ้น
  • การสูบบุหรี่
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV
  • พฤติกรรมทางเพศเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

 

 

การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ความรุนแรง และสุขภาพผู้ป่วย

 

 

4.  มะเร็งในช่องปากและลำคอ

มะเร็งในช่องปากและลำคอ เป็นโรคร้ายที่เกิดขึ้นจากเซลล์ผิดปกติในบริเวณช่องปากและลำคอ เติบโตและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ อาการหลัก ๆ จะมีแผลในช่องปาก พบก้อนเนื้อในปาก เสียงเปลี่ยน มีปัญหาในการกลืน และรู้สึกเจ็บ หรือชาในปาก มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

 

  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • เชื้อไวรัส HPV
  • สูบบุหรี่
  • เคี้ยวหมาก

 

5.  หูดหงอนไก่

     หูดหงอนไก่ (Genital warts) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ (low risk) เช่น 6 ,11ที่ทำให้เกิดหูดหรือติ่งเนื้อขรุขระบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือทวารหนัก อาจมีอาการคัน แสบร้อน หรือมีตกขาว เชื้อนี้เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น แม้รักษาได้ แต่เชื้อ HPV จะยังคงอยู่ในร่างกาย การป้องกันทำได้โดยการฉีดวัคซีน HPV

 

 

ตรวจเชื้อ hpv

 

 

เมื่อติดเชื้อ HPV จะมีอาการอะไรบ้าง

ตัวโรคอาจแสดงอาการหรือไม่แสดงอาการใดได้ กรณีที่มีอาการ ผู้ป่วยอาจมีอาการที่บ่งบอกว่าอาจติดเชื้อ HPV ได้ตั้งแต่เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด และอาการอื่นร่วม

 

อาการอื่นที่พบร่วม

อาการที่พบร่วมได้ เช่น ปวดท้องน้อย ต่อมน้ำเหลืองโตที่ขาหนีบ ปัสสาวะแสบขัด หรืออาการอื่น ๆ 

 

  • หูดหงอนไก่: ปรากฏเป็นตุ่มเล็ก ๆ บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณรอบ ๆ
  • ตกขาวผิดปกติ: อาจมีกลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีปริมาณผิดปกติ
  • ความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ: เช่น แผล ก้อน หรือการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง

 

ใครที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV

 เชื้อ HPV เป็นไวรัสที่แพร่กระจายผ่านทางเพศสัมพันธ์ แม้มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็ยังเสี่ยงติดเชื้อได้ ดังนั้น กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV มากเป็นพิเศษ ได้แก่

 

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย: โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • วัยรุ่น: ผู้ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ: เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีประวัติติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์: เช่น เริม หนองใน
  • ผู้สูบบุหรี่: การสูบบุหรี่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

 

ปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยง

  • การตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • การมีบุตรหลายคน
  • การไม่สวมถุงยางอนามัย

 

วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV

วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV จริงแล้ว ๆ เชื้อ HPV เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพการแต่ก็สามารถป้องกันได้ ซึ่งวิธีป้องกันที่ดีที่สุด มีดังนี้

 

  • การฉีดวัคซีน HPV: เป็นเหมือนเกราะป้องกันโรค ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้มาก
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ: เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV และความผิดปกติของเซลล์ตั้งแต่เนิ่น
  • การปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย: เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย สวมถุงยางอนามัย

 

 

ตรวจเชื้อ hpv

 

วัคซีน HPV ควรฉีดตอนไหน และควรฉีดกี่สายพันธุ์ เพราะอะไร

วัคซีน HPV เป็นเหมือนเกราะป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อฉีดตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี

 

  • ช่วงอายุที่เหมาะสม: ควรฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง
  • จำนวนสายพันธุ์: ปัจจุบันมีวัคซีน HPV หลายชนิด ทั้ง 2, 4 สายพันธุ์และ 9 สายพันธุ์ การเลือกชนิดของวัคซีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ควรปรึกษาแพทย์
  • ประโยชน์ของการฉีด: ช่วยป้องกันมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งในช่องปากและลำคอ รวมทั้งป้องกันหูดหงอนไก่
  • คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

 

มั่นใจในความปลอดภัยกับการฉีดวัคซีน HPV ที่โรงพยาบาลรามคำแหง

     มั่นใจในความปลอดภัยกับการฉีดวัคซีน HPV ที่โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลที่มีมาตรฐานระดับสากล บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และวัคซีนที่ได้รับการรับรอง ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ได้ถึง 90% แม้จะมีอาการไม่พึงประสงค์บ้าง แต่ก็หายได้เองภายใน 1-2 วัน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือสนใจตรวจสุขภาพสามารถปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลได้โดยตรง