นพ. ดนัย ลิ้มมธุรสกุล
อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ

ในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานข่าวการระบาดของเชื้อปรสิตชนิดหนึ่งในสหรัฐอเมริกา โดยพบผู้ติดเชื้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 3,300 รายในรัฐเดียว และมีแนวโน้มแพร่กระจายในหลายพื้นที่ ต้นตอสำคัญมักแฝงตัวมากับ "ผักสลัด" และ "ผักสด" ที่เราเลือกรับประทานเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาลรามคำแหงปรารถนาให้ทุกท่านเท่าทันโรคไซโคลสปอเรียซิส (Cyclosporiasis) เพื่อการดูแลตนเองและคนใกล้ชิดที่รักได้อย่างถูกต้องในทุกที่ทั่วโลก
โรคไซโคลสปอเรียซิส (Cyclosporiasis) เกิดจากการติดเชื้อปรสิตที่มีชื่อว่า Cyclospora cayetanensis ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กจิ๋วที่ไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า เชื้อชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อปรสิตนี้อยู่ โดยเฉพาะในผักผลไม้สดที่ใช้กระบวนการปลูกหรือล้างด้วยน้ำที่ไม่สะอาด นอกจากนี้เชื้อชนิดนี้ยังมีแนวโน้มพบบ่อยโซนเขตร้อนชื้นและเขตกึ่งร้อน เช่น อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย แอฟริกา

นอกเหนือจากนี้เรายังมีโอกาสได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนผ่านกิจกรรม เช่น ขณะว่ายน้ำในแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ (ทั้งจากสระว่ายน้ำ บึง ทะเลสาบ) การนำน้ำที่เปื้อนเชื้อหรือปุ๋ยชีวภาพที่มีส่วนผสมจากอุจจาระมาใช้ในการเกษตร ก็เป็นผลส่งทอดให้เกิด ‘ผลผลิตที่รวมเชื้อ’ นี้ไว้
โดยปกติแล้ว หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาการสำคัญที่คุณควรหมั่นสังเกตมีดังนี้
หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการอาจลุกลามและคงอยู่นานนับเดือน หรืออาจดูเหมือนจะหายดีแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้อีก (Relapse) ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะ ขาดน้ำและเกลือแร่ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีโอกาสติดเชื้อได้ แต่กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ หากผู้ใดชื่นชอบการรับประทานผักสดหรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น ผักสลัดเบลนด์ ผักกาดหอม ใบโหระพา ผักชี ราสเบอร์รี่ ควรใส่ใจล้างทำความสะอาดมากเป็นพิเศษ

เนื่องจากปรสิตชนิดนี้ค่อนข้างทนทานต่อสารฆ่าเชื้อทั่วไปอย่างคลอรีน การล้างผักด้วยวิธีปกติจึงอาจไม่เพียงพอ ทางโรงพยาบาลจึงขอแนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยที่ดี ดังนี้
หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการ ท้องเสียเรื้อรังนานเกิน 3 วัน หรือมีอาการรุนแรงตามที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด และเพื่อให้แพทย์เลือกการรักษาและการดูแลที่เหมาะสมที่สุดแม้ในช่วงเวลาวิกฤต