ผศ.นพ. ธวัชชัย จริยะเศรษฐพงศ์
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ

โรคฝีดาษลิง หรือ Mpox ไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับไข้ทรพิษ ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2569) ประเทศไทยพบสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มสูงขึ้น
ฝีดาษลิง หรือ "ฝีดาษวานร" (Mpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดผื่นตุ่มหนองตามผิวหนังร่วมกับไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต และอาการคล้ายไข้หวัด เดิมเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่ปัจจุบันแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดและเพศสัมพันธ์เป็นหลัก
เชื้อฝีดาษลิงได้รับการค้นพบครั้งแรกในลิงทดลองเมื่อปี 2501 และพบผู้ป่วยรายแรกที่คองโกในปี 2513 หลังจากนั้นโรคนี้ระบาดอยู่ในแอฟริกากลางและตะวันตกมานานหลายสิบปี โดยผู้ป่วยนอกทวีปแอฟริกามักเชื่อมโยงกับการเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดหรือการสัมผัสสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ
ปี 2565 สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อพบผู้ป่วยแพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกาและแปซิฟิกตะวันตก โดยไม่มีประวัติเดินทางจากแอฟริกาหรือสัมผัสสัตว์ป่วยเหมือนในอดีต องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้เป็น ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2565
ล่าสุดในไทยพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแซงหน้าสายพันธุ์เดิม (Clade II) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่องค์การอนามัยโลกเฝ้าระวังใกล้ชิด เนื่องจากกำลังระบาดในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ที่มีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น

A: คำตอบคือผู้ป่วยมักจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และมีอาการเด่นที่ช่วยในการวินิจฉัยคือ
ต่อมน้ำเหลืองบวม ฝีดาษลิง ซึ่งมักพบได้บริเวณคอ ขาหนีบ หรือหลังหู
A: หลังจากมีไข้ประมาณ 1-3 วัน จะเริ่มมีผื่นขึ้นตามใบหน้า ลำตัว แขนขา รวมถึงอวัยวะเพศ
A: ลักษณะจะเริ่มจากผื่นแดงแบนๆ แล้วพัฒนาเป็นตุ่มนูนที่มีน้ำใสอยู่ข้างใน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มหนองขุ่น ก่อนที่ระยะสุดท้ายตุ่มจะตกสะเก็ดและหลุดลอกออกมาเพื่อให้ผิวใหม่สร้างขึ้นแทนที่ ผู้ป่วยจะสามารถแพร่เชื้อได้จนกว่าสะเก็ดจะหลุดออกหมด
การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสแนบชิด ผิวหนังสัมผัสตุ่มหนอง หรือการมีเพศสัมพันธ์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด