
โรคตาแห้ง (Dry Eyes) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตน้ำตาออกมาไม่เพียงพอต่อการหล่อลื่นและปกป้องดวงตา ส่งผลให้มีอาการระคายเคืองในดวงตา ตาแดงและไวต่อแสง ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิต

สาเหตุของโรคตาแห้ง
โดยปกติแล้วในน้ำตาจะมีส่วนผสมของน้ำ ไขมัน และเมือก เพื่อช่วยให้พื้นผิวของดวงตาเรียบเนียน ทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อบริเวณดวงตา แต่หากปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอให้หล่อลื่นจะส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งตามมา โดยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ความเสื่อมของต่อมน้ำตาไมโบเมียน ซึ่งเป็นต่อมที่อยู่ตรงเปลือกตา ทำหน้าที่สร้างน้ำตามาหล่อลื่นดวงตา
- ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะในเพศหญิง ทำให้คุณภาพของน้ำตาลดลง
- การใส่คอนแทคเลนส์
- อาการภูมิแพ้ที่ตา ซึ่งอาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน และมลภาวะ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานเกินไป
- การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาคุมกำเนิด ยาแก้แพ้ ยาต้านซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตบางชนิด เป็นต้น
อาการของโรคตาแห้ง
ผู้ป่วยมักมีอาการที่เกิดกับตาทั้งสองข้าง ดังนี้
- รู้สึกระคายเคือง แสบร้อน หรือคันบริเวณดวงตา
- มีเมือกอยู่ในดวงตาหรือรอบๆ ดวงตา
- ตาไวต่อแสง
- ตาแดง โดยเฉพาะเมื่อถูกลม หรืออยู่ใกล้ควัน
- รู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ในตา เช่น ขนตา หรือฝุ่น
- ใส่คอนแทคเลนส์ได้ยาก หรือรู้สึกเจ็บเมื่อใส่คอนแทคเลนส์
- ตามัวหรือตาล้า โดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือหรือใช้สายตา




การป้องกันโรคตาแห้ง
อาการของโรคตาแห้ง สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ระวังไม่ให้ดวงตาสัมผัสโดนลมโดยตรง เช่น การใช้ไดร์เป่าผม การเปิดพัดลมจ่อหน้า
- หากอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ หรือสถานที่ที่มีสภาพอากาศแห้งมาก ควรเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ โดยอาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้นภายในห้อง
- สวมใส่แว่น หรืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันดวงตาจากการสัมผัสลม หรืออากาศแห้ง
- พักสายตาระหว่างการอ่านหนังสือ หรือการทำงานที่ต้องใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยการหลับตา 2-3 นาที หรือกระพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้น้ำตากระจายตัวในดวงตาอย่างทั่วถึง
- จัดตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา เพื่อลดการเปิดดวงตาเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งจะช่วยลดการระเหยของน้ำตา




การรักษาโรคตาแห้ง
- การใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา
- การใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบของผิวนัยน์ตาหรือผิวเยื่อบุตา และช่วยบรรเทาอาการคันระคายเคืองตา แต่การใช้ยากลุ่มนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และใช้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
- การทำความสะอาดเปลือกตาด้วยน้ำยาพิเศษ เพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา
- การประคบน้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 41-43 องศาเซลเซียส เป็นประจำเช้า-เย็น
- การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน และพักสายตาเป็นระยะๆ

อาการตาแห้ง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตน้ำตาออกมาไม่เพียงพอต่อการหล่อลื่นและปกป้องดวงตา ส่งผลให้เกิดระคายเคืองในดวงตา ตาแดง และไวต่อแสง อาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิต หากมีอาการควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์
แก้ไข
10/03/2565