
ฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Hypogonadism) เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนช่วยในการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลิกทางเพศ เมื่อขาดฮอร์โมนชนิดนี้จะส่งผลให้ร่างกายไม่มีแรง ความรู้สึกและอารมณ์ทางเพศลดลง และมีการผลิตอสุจิน้อยลงในเพศชายซึ่งนำไปสู่ภาวะมีลูกยากได้ โดยภาวะนี้เกิดจากการที่ต่อมใต้สมองหรือต่อมเพศเกิดความผิดปกติ จึงทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศได้อย่างเพียงพอ
สาเหตุของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ
อาการฮอร์โมนเพศชายต่ำอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อุบัติเหตุบริเวณลูกอัณฑะ อาจจะมีการบาดเจ็บร่วมด้วย เช่น แผลบาดเจ็บ การทำหมัน การฉายรังสี หรือ การทำเคมีบำบัด
- การติดเชื้อที่ลูกอัณฑะ
- ความผิดปกติทางด้านฮอร์โมนจากโรคเลือดกับสมอง เช่น โรคหรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นส่วนที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนเพศ
- โรคที่เกี่ยวกับระบบต่าง ๆ เช่น โรคเอดส์ โรคตับและไตเรื้อรัง ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
- มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น สูบบุหรี่จัด ดื่มสุรา มีความเครียดสูง พักผ่อนไม่เพียงพอ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

อาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ
ผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำ ส่งผลกับด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ทำให้มีอาการดังนี้
- อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย
- ไม่กระฉับกระเฉง
- มวลกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง
- อ้วนลงผุงหรือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว
- นอนไม่หลับ
- ความต้องการทางเพศลดลง
- อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่
- ขาดความมั่นใจ หรือซึมเศร้า





ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำรักษาได้อย่างไร?
ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย สามารถรักษาได้ด้วยการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชาย มี 2 วิธีหลัก ๆ คือ
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเป็นการลดปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สร้างฮอร์โมนเพศชายได้ดีขึ้น มีรายละเอียดดังนี้
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ควบคุมการรับประทานอาหารประเภทแป้งและไขมันให้เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการรับประทานของหวานและของทอด เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที/วัน ทำ 5 วัน/สัปดาห์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่น้อย หรือมากจนเกินไป
- พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียดจนเกินไป




2. การรักษาด้วยยา
หรือที่เรียกว่า "การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน" เป็นการให้ฮอร์โมนเพศชายเพื่อเสริมส่วนที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น การคงสภาวะกระดูก กล้ามเนื้อ อารมณ์ ความต้องการทางเพศ และสมรรถภาพทางเพศ การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน มี 3 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่
- ยารับประทาน
- ยาทาผิวหนัง เป็นลักษณะเจลใสบรรจุอยู่ในซอง ใช้ทาบนผิวหนังที่แห้งและสะอาด บริเวณหัวไหล่ ต้นแขน หรือหน้าท้อง
- การฉีดยา โดยจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อของผู้เข้ารับการรักษา
การรักษาด้วยยาต้องทำร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แก้ไข
18/08/2565