
การดูแลเรื่องการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับคุณแม่หลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากภาวะโภชนาการที่ดีจะช่วยให้คุณแม่มีความพร้อมสำหรับการให้นมบุตร ผลิตน้ำนมได้อย่างมีคุณภาพและเพียงพอ พร้อมส่งต่อสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก
สรุปความต้องการพลังงานของสตรีให้นมบุตร:
- ช่วง 6 เดือนแรก: ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติ 500 กิโลแคลอรีต่อวัน
- ช่วง 6 เดือนหลัง: ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน
โภชนาการและแนวทางการบริโภคอาหารสำหรับสตรีหลังคลอด
เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วน (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่) ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
- แบ่งมื้ออาหาร: รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยแบ่งเป็น 3 มื้อหลัก และมีมื้อว่าง 1-2 มื้อต่อวัน
- เน้นโปรตีนคุณภาพดี: เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และนม
- ผักและผลไม้หลากหลายสี:
- ผักใบเขียว: แหล่งธาตุเหล็ก แคลเซียม และโฟเลต
- ผลไม้รสเปรี้ยว: แหล่งวิตามินซี
- ผักผลไม้สีเหลือง: แหล่งวิตามินเอ
- เสริมแคลเซียม: เช่น นม โยเกิร์ต เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ และนมถั่วเหลืองสูตรเสริมแคลเซียม
- ดื่มน้ำเปล่า: ดื่มให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
อาหารกระตุ้นน้ำนม แม่ให้นมบุตร ควรรับประทานอะไร
นอกเหนือจากการได้รับวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น วิตามินบี วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินดี แคลเซียม และธาตุเหล็กแล้ว การเลือกอาหารที่เป็นสารอาหารจำเพาะและเน้นการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน) จะช่วยสนับสนุนการสร้างน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเมนูอาหารที่ช่วยในการเพิ่มน้ำนม

อาหารแสลงแม่หลังคลอด ห้ามกินอะไรบ้าง (ผ่าคลอด / คลอดธรรมชาติ)
เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และการส่งผ่านสารอาหารไปยังทารก ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารดังนี้
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด: และอาหารหมักดองทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน





ปริมาณอาหารที่ควรรับประทานใน 1 วัน

โดยทั่วไปหญิงให้นมบุตรในช่วง 6 เดือนแรก จะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากปกติ 500 กิโลแคลอรีต่อวัน และในช่วง 6 เดือนหลัง จะต้องการเพิ่มขึ้นเพียง 300 กิโลแคลอรีต่อวัน