
เมื่อส่องกระจกแล้วเห็นบางอย่างผิดปกติแบบเห็นชัดจะทำอย่างไร หากเกิดกับเราให้สงบใจไว้ก่อน แต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะนั่นเป็นสัญญาณให้เจ้าของคอรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีก็ควรรีบรักษาก่อนลุกลามเป็นเรื่องใหญ่
โรคไทรอยด์เป็นพิษ
โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) เป็นภาวะความผิดปรกติบริเวณของต่อมไทรอยด์ แรกเริ่มเมื่อเกิดโรคมักไม่พบความผิดปรกติใดนอกจากน้ำหนักที่ลดลง หลังผ่านสักระยะคอจะบวมโตใหญ่อย่างเห็นได้ชัด พร้อมอาการหัวใจเต้นเร็วมากขึ้นจนผิดจังหวะก็อาจชักนำสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันจากก้อนลิ่มเลือดอุดตัน

เมื่อพบหมอก็แน่นอนว่าได้รับการตรวจหาสาเหตุที่ยืนยันได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับต่อมไทรอยด์ เพราะฮอร์โมนที่สูงซึ่งวนเวียนอยู่ในกระแสเลือดนั่นเองจึงเป็นที่มาของ “โรคไทรอยด์เป็นพิษ”

สาเหตุของโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
- ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากขึ้น
- ต่อมใต้สมองเร่งให้ฮอร์โมนกระตุ้นไทรอยด์ ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์เพิ่มขึ้น ซึ่งพบมากในคนกลุ่มอายุ 20-40 ปี โดยเฉพาะผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
- การได้รับการถ่ายทอดผ่านพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมาก่อนก็มีแนวโน้มเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ
- การทานสารอาหารบางอย่างเกินขนาด เช่น ไอโอดีน
- บางครั้งอาจมาจากโรคในกลุ่มอื่น

อาการของโรคไทรอยด์เป็นพิษ
- น้ำหนักลด แม้ทานมากแต่กลับรู้สึกหิวบ่อย
- บริเวณคอเริ่มโตใหญ่กว่าปรกติ
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด เหงื่อออกง่ายร่วมกับอาการมือและใจสั่น
- บางคนเกิดผมร่วง กล้ามเนื้ออ่อนแรง สตรีที่ป่วยเป็นโรคอาจมีภาวะประจำเดือนขาดหรือมาน้อย
- บางกรณีพบว่ามีการแสดงออกทางตา เช่น ตาโปน หนังตาบวมตึง มีปัญหาขาอ่อนแรง





วิธีวินิจฉัยโรคไทรอยด์เป็นพิษ
แพทย์จะเริ่มซักประวัติอาการผู้ป่วยก่อนตรวจสัญญาณชีพว่าชีพจรเต้นเร็วหรือไม่ จากนั้นดูน้ำหนักตัวโดยเทียบกับประวัติเก่าว่ามีน้ำหนักลดจากเดิมหรือไม่ โดยใช้การตรวจวิธีอื่นร่วม
- ตรวจเลือด แพทย์จะเจาะเลือดเพื่อตรวจดูค่าฮอร์โมนว่าสูงหรือไม่ ถ้าสูงก็ยืนยันได้ว่าไทรอยด์เป็นพิษ
- ตรวจด้วยการกลืนน้ำแร่ไอโอดีน เพื่อยืนยันว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ด้วยการวัดการทำงานของต่อมไทรอยด์ ถ้าสูงผิดปกติก็เข้าข่ายเป็นโรคกลุ่มไทรอยด์เป็นพิษ
หลังจากแพทย์รู้อาการ จึงเริ่มวางแผนการทุเลาโรคให้สงบลงได้ หากเป็นตั้งแต่อายุยังน้อยก็กลับมาเป็นใหม่ได้
การรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ
โดยทั่วไปโรคไทรอยด์เป็นพิษสามารถรักษาได้ด้วย 3 วิธี ได้แก่
- การรักษาด้วยยา มักใช้ตอนเริ่มรักษา หากก้อนเนื้อมีขนาดเล็กกว่า 3 เซนติเมตร แพทย์สามารถใช้ยารักษาเพื่อกดขนาดก้อนดูก่อน เมื่อทานแล้วควบคุมโรคได้ แพทย์อาจปรับยาให้ทานต่อไปราว 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี หากทานแล้วโรคสงบลง แพทย์อาจให้หยุดทาน อย่างไรก็ตาม กรณีไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดไทรอยด์แบบส่องกล้อง
- การผ่าตัด เฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยไม่สะดวกทานยา เนื่องจากแพ้ยาบางชนิด อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือต่อมไทรอยด์โตมาก
- การรักษาด้วยสารรังสี แรกเริ่มให้ผู้ป่วยกลืนน้ำแร่ไอโอดีนซึ่งมีสารกัมมันตรังสีในสัดส่วนที่พอเหมาะกับบุคคล เพื่อลดการทำงานของไทรอยด์ บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาให้ทานฮอร์โมนทดแทนซี่งลดโอกาสเสี่ยงได้มากกว่า
ข้อควรระวังกรณีเป็นไทรอยด์เป็นพิษ
ระหว่างที่ผู้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษก็อาจมีโอกาสเจอโรคแทรกซ้อนได้โดยเฉพาะโรคหัวใจ หากควบคุมไทรอยด์ไม่ได้ก็อาจเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือโรคหัวใจโต แพทย์จะพิจารณาให้ปรับขนาดยาและเลือกใช้การรักษาที่ให้ผลที่ดีที่สุดตามอาการของผู้ป่วย
โดยเฉพาะใครที่มีคอโตอย่าวางใจ ควรตรวจให้ทราบและรักษาก่อนลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ในวันหน้า
แก้ไข
07/08/2566