
จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ในยุคนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องสุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของคนในสังคมปัจจุบัน และจะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่า นอกจากคนยุคใหม่จะหันมาเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายกันมากขึ้นแล้ว ยังหันมาใส่ใจกับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการตรวจสุขภาพ นับเป็นแนวทางการป้องกันการเกิดและยับยั้งโรคต่าง ๆ อย่างได้ผล ทั้งยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคที่นับเป็น “ภัยเงียบ” ตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือหากตรวจเจอ ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีในขณะที่โรคยังไม่ลุกลาม

ตรวจสุขภาพประจำปี ควรตรวจอะไรบ้าง
ตรวจสุขภาพประจำปี ควรตรวจอะไรบ้าง สามารถดูได้จากโปรแกรมดังนี้
1. โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับผู้อายุน้อยกว่า 30 ปี
- การตรวจค่าสายตา
- การตรวจการได้ยิน
- การตรวจฟัน
- การตรวจ X-ray ปอด
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
โดยแพทย์อาจให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการ และค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพ โดยหากพบความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแฝง แพทย์จะทำการตรวจเพื่อประเมินอย่างละเอียดในขั้นต่อไป
2. โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับอายุ 30-39 ปี
- การตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง การตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจร และการวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
- การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
- การตรวจระดับไขมันในเลือด
- การตรวจปัสสาวะ
- การตรวจการทำงานของไต
- การตรวจการทำงานของตับ
สำหรับผู้หญิงวัยนี้ควรรับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ ตรวจภายในทุก 1-2 ปี, ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 3-5 ปี, ตรวจเต้านมโดยแพทย์ทุก 3 ปี หากมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม แพทย์อาจด้วยแมมโมแกรมเพิ่มเติม
3. โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับอายุ 40-59 ปี
นอกจากการตรวจสุขภาพตามแบบช่วงอายุ 18-40 ปีแล้ว แนะนำให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมตามรายการดังต่อไปนี้
- การตรวจหากรดยูริคในเลือด
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
- การตรวจวัดค่าสายตา และความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา
- การตรวจอุจจาระ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ขึ้นไปควรได้รับการตรวจทุกปี
- การตรวจเบาหวานทุก 3 ปี
สำหรับผู้หญิงวัยนี้ ควรรับการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
- การตรวจภายในเป็นประจำทุกปี
- การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 3 ปี
- การตรวจเต้านมโดยแพทย์ทุกปี
- การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ทุก 1-2 ปี
4. โปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับอายุ 60 ปีขึ้นไป
นอกจากการตรวจสุขภาพตามรายการแบบเดียวกับช่วงวัยอื่น ๆ แล้ว แนะนำให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ตามรายการต่อไปนี้
- การตรวจวัดค่าสายตา และความผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาทุก 1-4 ปี
- การทดสอบการได้ยินทุก 1-2 ปี
- การตรวจมวลกระดูก หรือ การตรวจดูความหนาแน่นของกระดูก สำหรับผู้หญิงเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป
- การตรวจอุจจาระ
- การตรวจเบาหวาน
- การตรวจหาภาวะซีด โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป
- การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุก 5 ปี
- การตรวจคัดกรองโรคสมองเสื่อม
สำหรับผู้หญิงวัยนี้ ควรรับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจภายใน, การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก, การตรวจเต้านมโดยแพทย์ และการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ทุก 1-2 ปี

ข้อควรรู้เพิ่มเติมก่อนตรวจสุขภาพ
- สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามปริมาณปกติ
- กรณีที่มีการตรวจอัลตราซาวนด์ ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- ส่วนในกรณีที่มีการตรวจอุจจาระ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากเลือดสัตว์ รวมถึงวิตามินซีอย่างน้อย 3 วัน
เตรียมความพร้อมอย่างไร ก่อนไปตรวจสุขภาพครั้งแรก
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ ช่วยให้ผลการตรวจมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจสุขภาพ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่วิตกกังวลและทำจิตใจให้แจ่มใส โดยควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
ควรนอนหลับให้ครบ 6-8 ชั่วโมง และควรงดการออกกำลังกายหักโหม หรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากก่อนการตรวจสุขภาพอย่างน้อย 2 วัน
2. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
ผู้เข้ารับการตรวจควรงดกาแฟรวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากแอลกอฮอล์และยาบางชนิดอาจมีผลต่อการตรวจ โดยควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลรับทราบถึงยาประจำตัวที่ใช้ก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ
3. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่สบาย
โดยเฉพาะเสื้อที่สวมใส่ควรสามารถพับแขนขึ้นได้ เพื่อความสะดวกต่อการเจาะเลือดที่บริเวณข้อพับแขน
4. เตรียมเอกสารที่สำคัญให้ครบ
เพื่อการลงทะเบียนที่รวดเร็ว ควรเตรียมเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน ใบนัดตรวจสุขภาพ ให้พร้อมก่อนรับการตรวจสุขภาพ
5. แจ้งข้อมูลและประวัติส่วนตัวให้ครบถ้วน
หากมีประวัติสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติครอบครัว และการตั้งครรภ์ ควรแจ้งข้อมูลให้ครบถ้วน รวมถึงนำผลการตรวจหรือรายงานจากแพทย์มาด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย
ทั้งนี้สำหรับสตรีที่ต้องการตรวจปัสสาวะ ตรวจภายใน รวมถึงตรวจมะเร็งปากมดลูก ควรเข้ารับการตรวจหลังจากมีประจำเดือนวันสุดท้าย 7 วัน และในสตรีตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์ หรือการตรวจแมมโมแกรม

แพ็กเกจตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลรามคำแหง
แพ็กเกจตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลรามคำแหง ที่คุณสามารถเลือกตรวจเช็กได้มีดังนี้
- RAM Platinum Check up (ผู้ชาย) สำหรับผู้ชาย ราคา 30,990
- RAM Platinum plus program (ผู้ชาย) ราคา 59,990
- โปรแกรมตรวจสุขภาพ RAM Platinum plus program (ผู้หญิง) ราคา 59,990
- โปรแกรมตรวจสุขภาพ RAM Platinum Check up (ผู้หญิง) ราคา 30,990
- Hypertension care package แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 5,390
- Diabetic care package แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 4,890
- โปรแกรมตรวจสุขภาพ Cancer screening male แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง (ผู้ชาย) ราคา 6,790
- โปรแกรมตรวจสุขภาพ Cancer screening Female แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง (ผู้หญิง)
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนสมรส Pre-marriage screening package (ผู้ชาย) ราคา 5,190
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพก่อนสมรส Pre-marriage screening package (ผู้หญิง) ราคา 5,490
- Vitality care package อายุต่ำกว่า 35 ปี (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 2,590
- Premium Health package (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 3,990
- Strong & Healthy package (ผู้ชาย) ราคา 8,490
- Strong & Healthy package (ผู้หญิง) ราคา 8,490
- Superior health 45+ (สำหรับผู้ชาย) ราคา 11,490
- Superior health 45+ (สำหรับผู้หญิง) ราคา 11,490
- โปรแกรมตรวจสุขภาพโรคหัวใจ Healthy heart package (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 5,990
- โปรแกรมตรวจสุขภาพโรคหัวใจ Healthy heart plus package (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 6,990
- โปรแกรมตรวจสุขภาพโรคหัวใจ Advanced Intensive heart package (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 9,990
- โปรแกรมตรวจสุขภาพโรคหัวใจ Advanced Intensive heart plus (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 14,990