
ลมพิษจากความเย็น (Cold Urticaria) เป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อความเย็นมากเกินไป เมื่อร่างกายสัมผัสกับอุณหภูมิต่ำ ไม่ว่าจะจากอากาศเย็น น้ำเย็น หรือสิ่งของเย็นจัด เหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิด ผื่นแดง นูน คัน หรือแสบบริเวณที่สัมผัส อาการมักเกิดขึ้นทันทีหรือภายในไม่กี่นาทีหลังจากสัมผัสกับความเย็น
อาการของลมพิษความเย็น
- ผื่นแดงนูน คัน หรือบวมบริเวณที่สัมผัสกับความเย็น โดยเฉพาะบริเวณ มือ เท้า ใบหน้าและริมฝีปาก
- อาการคันแสบ หรือเจ็บในบางราย
- หากสัมผัสเย็นทั่วทั้งตัว เช่น ว่ายน้ำในน้ำเย็น อาจมีอาการหายใจลำบาก หน้ามืด มีความดันโลหิตต่ำลงจนเกิดภาวะช็อก (ในกรณีรุนแรงที่เราเรียกว่า anaphylaxis)
ใครบ้างที่เสี่ยง?
- มักเริ่มมีอาการในช่วงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น
- ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ เช่น แพ้อาหาร หรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ
- บางรายอาจเกิดขึ้นเอง ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม (ไม่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้)
- บางรายอาจเกิดขึ้นภายหลังการติดเชื้อไวรัส หรือการใช้ยาบางชนิด
สาเหตุของโรค
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของลมพิษจากความเย็น แต่เชื่อว่าเกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไวผิดปกติต่ออุณหภูมิต่ำ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการคันและผื่น
การวินิจฉัยโรค
- การสอบถามประวัติอาการและปัจจัยกระตุ้น
- การทดสอบสัมผัสความเย็น (Ice cube test) วางน้ำแข็งห่อผ้าบนผิวหนังประมาณ 1-5 นาที แล้วสังเกตว่าผิวหนังบริเวณนั้นเกิดผื่นหรือไม่
แม้จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการได้
การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรค
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสความเย็น ไม่ว่ายน้ำในช่วงน้ำเย็นจัด
- สวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นเมื่อออกนอกบ้านช่วงอากาศหนาว
- รับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamines) ลดผื่นและอาการคัน
- ติดตามอาการกับแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ภูมิแพ้ (ถ่ายรูปผื่นเก็บไว้ให้แพทย์ดู)
- ในรายที่รุนแรง อาจพิจารณาการใช้ยากลุ่มอื่นร่วมด้วย เช่น Omalizumab หรือ Epinephrine (ในกรณีฉุกเฉิน)
ลมพิษความเย็น เป็นโรคที่ควรรู้เท่าทัน โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ง่าย หากเริ่มมีผื่นคันหลังสัมผัสกับอุณหภูมิต่ำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม