Messenger

‘แผลเปปติก’ ปวดแบบไหนถึงรู้ว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

May 20 / 2026

แผลเปปติก

 

 

     แผลเปปติก (Peptic Ulcer) คือแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น อาการที่พบบ่อยอาจครอบคลุมตั้งแต่ปวดท้องที่ลิ้นปี่หรือชายโครงซ้าย คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระสีดำหรือเป็นเลือด

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นแผลเปปติก

เราสามารถสังเกตอาการทั่วไปที่พบบ่อยได้จากแผลเปปติกใน 4 กรณี

 

1. แผลเปปติกที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

          ผู้ป่วยอาจปวดท้องตรงลิ้นปี่หรือชายโครงซ้าย ซึ่งมักสัมพันธ์กับมื้ออาหาร อาการคลื่นไส้และอาเจียน

 

2. แผลเปปติกเลือดออก

เกิดจากแผลลึกถึงหลอดเลือด เลือดออกและอาจมีอาการ

  • อาเจียนเป็นเลือดหรือเป็นน้ำสีดำคล้ายกาแฟ
  • ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายดำ
  • ซีดเรื้อรัง

 

3. ปลายกระเพาะตีบจากแผลขนาดใหญ่เรื้อรัง

แผลดังกล่าวสามารถอุดกั้นช่องทางเดินอาหารจนเกิดอาการปวดท้องมาก อาเจียนมากและท้องอืดหลังรับประทานอาหารไม่นาน

 

4.  แผลเปปติดทะลุ

  • ปวดลิ้นปี่รุนแรงเฉียบพลันและมีไข้ร่วมด้วย

     

ทำไมถึงเกิดแผลเปปติก

แม้ว่าปรกติกระเพาะอาหารจะมีกลไกป้องกันไม่ให้เกิดแผล ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และทนต่อกรดได้อย่างดี แต่ก็มีหลายปัจจัย

 

  • เชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (H.pylori) โดยอาจได้รับจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) ส่วนใหญ่ใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ รวมถึงยาแอสไพรินที่ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วย
  • การเป็นโรคร่วม เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ตับแข็ง
  • การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์

 

หากสงสัยว่าเป็นแผลเปปติกต้องทำอย่างไร ?

          หากมีอาการดังกล่าวในอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจ โดยวิธีที่นิยม ได้แก่ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน

 

ใครควรได้รับการตรวจส่องกล้องทางเดินอาหาร ?

เนื่องจากกระเพาะอาหารวางตัวอยู่ใต้ลิ้นปี่ หากปวดจุกแน่นหรือไม่สุขสบายบริเวณลิ้นปี่ โรคกระเพาะอาหารอาจเป็นจุดแรกที่แพทย์สงสัย โดยทั่วไปผลการส่องกล้องจากผู้ป่วยพบว่าเป็นปกติถึงร้อยละ 70 และมีโอกาสพบมะเร็งได้น้อยกว่าร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงเลือการกส่องกล้องทางเดินเพื่อประกอบการวินิจฉัย กรณีที่สงสัยว่าทางเดินอาหารมีรอยแยกดังกล่าวและมีอาการที่ชวนสงสัย

 

  • ปวดท้องเรื้อรัง โดยได้รับการรักษาแล้ว แต่ยังไม่ดีขึ้น
  • มีประวัติอุจจาระสีดำ (เหมือนยางมะตอย) หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ซีดจากการขาดธาตุเหล็ก หรือน้ำหนักลดโดยไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน
  • คลำได้ก้อนบริเวณลิ้นปี่และสงสัยว่าเป็นก้อนในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น
  • กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ

 

การรักษาแผลเปปติก

  • การรักษาด้วยยา ส่วนใหญ่เป็นยาลดกรดในกระเพาะอาหาร เนื่องจากในภาวะที่มีแผล กรดจะทำให้แผลรุนแรงมากขึ้นหรือหายยากกว่าปรกติ ได้แก่
    • ยากลุ่ม PPI (Proton Pump Inhibitors) หรือยากลุ่ม PCAB
    • ยากลุ่มปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร เช่น Rebanomipide
    • ยากลุ่มเคลือบกระเพาะอาหาร เช่น Alum milk หรือยากลุ่มอัลจิเนต (Alginate)
  • การรักษาด้วยการส่องกล้อง ทำในกรณีที่มีเลือดออกจากแผลเปปติก เพื่อช่วยหยุดเลือดและยังใช้หาสาเหตุของแผลได้ด้วย
  • การผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เกิดการอุดกั้นทางเดินอาหารหรือการแตกทะลุของแผลเปปติก