นพ. อรรถพล เอี่ยมอุดมกาล
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

"ลูกนอนกรนเสียงดัง" สำหรับหลายครอบครัวอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการ "หลับสนิท" แต่ในทางการแพทย์แล้ว เสียงกรนในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสติปัญญา พัฒนาการ และการเรียนรู้ของลูกน้อยอย่างคาดไม่ถึง
ภาวะ OSA เกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนต้นเกิดการตีบแคบหรือปิดสนิทขณะหลับ ทำให้ลมหายใจผ่านได้ยากหรือไม่ได้เลย ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง และสมองต้องคอยปลุกร่างกายให้ "ตื่นตัว" เพื่อเริ่มหายใจใหม่บ่อยครั้งตลอดทั้งคืน
แม้เด็กอาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมานั่ง แต่สมองของเขากลับไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า แต่คือ "ภาวะสมองล้าจากการขาดการพักผ่อนที่มีคุณภาพ"
หลายท่านอาจสงสัยว่าการนอนเกี่ยวอะไรกับการเรียน? คำตอบอยู่ที่กระบวนการทำงานของสมองขณะที่เราหลับลึก

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้
หากพบว่าบุตรหลานมีอาการเข้าข่าย ผมแนะนำให้เข้ารับการตรวจเพื่อวัดระดับความรุนแรงและประเมินสภาวะของร่างกายขณะหลับอย่างละเอียด
ในเด็ก สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดขนาดเล็ก (Adenotonsillectomy) มักให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม ทำให้เด็กกลับมาหายใจได้คล่อง นอนหลับได้ลึก และที่สำคัญคือ "สมองกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ" อีกครั้ง
การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานสำคัญของศักยภาพมนุษย์ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้เสียงกรนขัดขวางอนาคตและการเรียนรู้ของลูก หากสงสัยว่าลูกมีปัญหาเรื่องการนอน การปรึกษากุมารแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเขา
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ