Messenger

ทำไมเด็กนอนกรนถึงเรียนไม่รู้เรื่อง? เจาะลึกภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

January 15 / 2026

เด็กนอนกรน พัฒนาการ

 

 

 

     "ลูกนอนกรนเสียงดัง" สำหรับหลายครอบครัวอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติ หรือแม้แต่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการ "หลับสนิท" แต่ในทางการแพทย์แล้ว เสียงกรนในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกถึงภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสติปัญญา พัฒนาการ และการเรียนรู้ของลูกน้อยอย่างคาดไม่ถึง

 

เมื่อ "เสียงกรน" ไม่ใช่แค่เรื่องของความรำคาญ

     ภาวะ OSA เกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนต้นเกิดการตีบแคบหรือปิดสนิทขณะหลับ ทำให้ลมหายใจผ่านได้ยากหรือไม่ได้เลย ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง และสมองต้องคอยปลุกร่างกายให้ "ตื่นตัว" เพื่อเริ่มหายใจใหม่บ่อยครั้งตลอดทั้งคืน

 

 

แม้เด็กอาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมานั่ง แต่สมองของเขากลับไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า แต่คือ "ภาวะสมองล้าจากการขาดการพักผ่อนที่มีคุณภาพ"

 

 

ทำไมเด็กนอนกรนถึง "เรียนไม่รู้เรื่อง"?

หลายท่านอาจสงสัยว่าการนอนเกี่ยวอะไรกับการเรียน? คำตอบอยู่ที่กระบวนการทำงานของสมองขณะที่เราหลับลึก

 

  • สมาธิสั้นและวอกแวก สมองที่ขาดออกซิเจนและพักผ่อนไม่เพียงพอ จะสูญเสียความสามารถในการจดจ่อ เด็กกลุ่มนี้มักจะนั่งเหม่อลอยในห้องเรียน หรืออยู่ไม่นิ่ง (Hyperactive) เพื่อกระตุ้นตัวเองให้ตื่น
  • ความจำถดถอย การนอนหลับคือช่วงเวลาที่สมองทำการ "บันทึกและจัดเก็บ" ข้อมูลที่เรียนมา (Memory Consolidation) เมื่อการนอนถูกขัดจังหวะ ข้อมูลเหล่านั้นจึงไม่ถูกบันทึกอย่างถาวร ทำให้เด็ก "เรียนแล้วลืม" หรือ "ทำความเข้าใจได้ช้า"
  • การควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม เด็กที่มีภาวะ OSA มักมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือมีความอดทนต่ำ ซึ่งส่งผลต่อการเข้าสังคมและบุคลิกภาพในระยะยาว

 

 

 

เด็กนอนกรน พัฒนาการ

 

 

สังเกตสัญญาณอันตราย ลูกเราเสี่ยงหรือไม่?

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้

 

  • นอนกรนเสียงดัง สลับกับช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ หรือมีอาการสะดุ้งเฮือก
  • นอนดิ้นผิดปกติ มักนอนในท่าแปลก ๆ เช่น แหงนคอมาก หรือนอนคว่ำเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
  • ตื่นยากในตอนเช้า ดูไม่สดชื่น ปวดศีรษะหลังตื่นนอน
  • ครูรายงานว่าหลับในห้องเรียน หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม สมาธิสั้นผิดปกติ

 

การวินิจฉัยและแนวทางการรักษาที่ตรงจุด

     หากพบว่าบุตรหลานมีอาการเข้าข่าย ผมแนะนำให้เข้ารับการตรวจเพื่อวัดระดับความรุนแรงและประเมินสภาวะของร่างกายขณะหลับอย่างละเอียด

 

ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต

     ในเด็ก สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดขนาดเล็ก (Adenotonsillectomy) มักให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม ทำให้เด็กกลับมาหายใจได้คล่อง นอนหลับได้ลึก และที่สำคัญคือ "สมองกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ" อีกครั้ง

 

 

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานสำคัญของศักยภาพมนุษย์ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้เสียงกรนขัดขวางอนาคตและการเรียนรู้ของลูก หากสงสัยว่าลูกมีปัญหาเรื่องการนอน การปรึกษากุมารแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเขา