พญ. วรลักษณ์ ภานุมาตรัศมี
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคผิวหนังในเด็ก (ตจวิทยา)
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

แม้เราจะได้สัมผัสลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล แต่สิ่งหนึ่งที่ชวนให้คุณแม่มือใหม่กังวลไม่น้อยคือการเห็น "หัวลูกเป็นสะเก็ดเหลือง" หรือมีแผ่นคราบมันวาวเกาะติดอยู่บนหนังศีรษะ ภาวะนี้หมออยากบอกให้คุณแม่วางใจว่า มันคือเรื่องธรรมดาที่ธรรมชาติฝากไว้ ซึ่งเราสามารถดูแลให้เบาบางลงได้ด้วยความเข้าใจ
ไขบนหัวทารก มักพบบ่อยในทารกแรกเกิดจนถึงอายุได้ 3 เดือน โดยมีลักษณะเป็นแผ่นสะเก็ดมัน ๆ สีออกเหลืองหรือขาวนวล เกาะติดแน่นอยู่บนหนังศีรษะ บางครั้งอาจลุกลามไปถึงหัวคิ้ว หรือหลังใบหูได้เช่นกัน ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า "Cradle Cap" ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ “เซ็บเดิร์ม” ที่เกิดขึ้นในเด็กทารกโดยเฉพาะ
การที่หัวลูกเป็นสะเก็ดนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติที่น่ากลัว หรือเกิดจากความไม่สะอาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือ ผื่นไขมันทารก ที่เกิดขึ้นเนื่องด้วยอิทธิพลของฮอร์โมนจากคุณแม่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวลูก ฮอร์โมนนั้นได้กระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากกว่าปกติในช่วงแรกเริ่มของชีวิตค่ะ

(Image Ref: https://www.scientificanimations.com/cradle-cap-symptoms-causes-treatment/uncategorized/)
แม้ภาพที่เห็นอาจดูไม่สบายตา แต่ไขบนหัวทารก ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวดหรืออาการคันให้กับเจ้าตัวเล็กเลยค่ะ ผิวบริเวณนั้นอาจดูแดงระเรื่อเพียงเล็กน้อยใต้สะเก็ด เปรียบเสมือนร่องรอยของไม้ผลัดใบ รอวันเผยผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่สุดคือความใจเย็น หมอไม่แนะนำให้แคะหรือแกะสะเก็ดเหล่านั้นออกแรง ๆ เพราะอาจนำไปสู่การอักเสบจนผิวที่บอบบางต้องบาดเจ็บได้
เมื่อคุณแม่พาลูกน้อยมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจประเมินด้วยความพิถีพิถัน เพื่อแยกแยะว่าสะเก็ดเหล่านั้นเป็นเพียงผื่นไขมันทารกธรรมดา หรือมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือการติดเชื้อรา ซึ่งการวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เราวางแผนการดูแลได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกให้ลูกน้อยต้องระคายผิวค่ะ
การดูแลด้วยความทะนุถนอมคือหัวใจสำคัญค่ะ เพียงแค่หยดน้ำมันออยล์บริสุทธิ์นวดเบา ๆ ทิ้งไว้เพื่อให้คราบนั้นนุ่มลง แล้วสระออกด้วยแชมพูเด็กสูตรอ่อนโยน เพียงเท่านี้สะเก็ดก็จะค่อย ๆ หลุดลอกออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่หากคุณแม่พบว่าผื่นเริ่มมีอาการแดงจัด ลุกลาม หรือมีน้ำเหลืองซึม การเข้าพบกุมารแพทย์เพื่อรับการรักษาเป็นสิ่งสำคัญ โดยแพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ยาทากลุ่มต้านเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม เพื่อให้ผิวของลูกน้อยกลับคืนสู่ความนวลใสและสามารถระบายยิ้มละไมอย่างเป็นสุขได้ตลอดต่อจากนี้
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคผิวหนังในเด็ก (ตจวิทยา)