Messenger

‘ลูกฝันร้าย’ ปัญหาทางใจและการโอบกอดดูแลเขาในความมืด

March 18 / 2026

ลูกฝันร้าย

 

 

 

     ‘ลูกฝันร้าย’ เป็นเรื่องที่นานครั้งจะเกิดขึ้นในทุกบ้าน ฝันมักเกิดในตอนที่เรานอนหลับ ในที่ ๆ มืดสนิท ฝันนั้นเหมือนจริงมากจนน่าตกใจ ชวนให้เด็กผวา ร้องไห้ในความมืด ก่อนที่ทุกอย่างจะสลายไปพร้อมไฟในห้องที่เปิดสว่าง โดยที่คนทั้งบ้าน ‘ไม่ได้นอน’ นั่นเองคือฝันร้ายของทุกคน

 

‘วันนอนหลับโลก’ กับมหาสมุทรแห่งความคิดและจิตใจ

     ‘วันนอนหลับโลก’ ตรงกับวันศุกร์ที่ 2 ของเดือนมีนาคมในทุกปี หากลองมัดรวมวิทยาศาสตร์กับเรื่องความเชื่อไว้ด้วยกัน เราอาจเห็นรหัสลับที่เชื่อมโยงมนุษย์เรามาเนิ่นนาน เดือนมีนาแทนราศีมีน ซึ่งเป็นเจ้าแห่งจินตนาการ ความเพ้อฝัน และการหลีกหนีความจริง เนปจูน (♆) เป็นดาวที่อยู่คู่ประจำตัว โดยสัญลักษณ์ตรีศูลของเนปจูนก็ช่างคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์แทนศาสตร์ด้านจิตวิทยา (Ψ) เข้าโดยบังเอิญ

 

 

ราวกับจะบอกเราว่าโลกแห่งความฝันและจิตใจของเราทุกคนนั้นกว้างใหญ่และลึกลับดั่งมหาสมุทร

 

 

เมื่อ ‘Amygdala’ ตื่นตัว ในค่ำคืนที่ลูกหวาดผวา

     ขณะที่ร่างกายหลับใหล สมองส่วนอารมณ์ที่เรียกว่า ‘อะมิกดาล่า’ (Amygdala) อาจทำงานมากเกินไปจนสร้างภาพจำลองที่น่าตกใจขึ้นมา โดยเฉพาะในช่วงหลับฝันที่เรียกว่า REM Sleep (Rapid Eye Movement) ซึ่งมักเกิดในช่วงครึ่งหลังของคืน ฝันนั้นดูสมจริงจนเด็กตื่นกลัวและจดจำฝันนั้นชัดเจนจนฝังใจ

 

 

 

ลูกฝันร้าย

 

 

‘ความโดดเดี่ยว’ คือฝันร้ายร่วมของเด็กเล็กและเด็กโต

     สำหรับเด็กเล็ก ฝันร้ายมักเกิดจากจินตนาการที่ยังแยกแยะความจริงได้ยาก บางครั้งอาจมาจากการดูหนังหรืออ่านนิทานน่ากลัวก่อนนอน ส่วนในวัยรุ่น มักมีปัจจัยเรื่องความเครียดสะสมหรือประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตร่วมด้วย ความกลัวของพวกเขานั้นไม่ได้มีเพียงความกว้างใหญ่ที่เวิ้งว้าง แต่ยังรวมถึงความดิ่งลึกและความมืดมิดที่ชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยว

 

 

บางครั้งลูกอาจมีอาการ "ฝันผวา" (Night Terrors) ซึ่งต่างจากฝันร้าย เพราะมักเกิดในช่วงหลับลึกต้นคืน ลูกอาจกรีดร้องแต่ยังไม่ตื่น และมักจำเหตุการณ์ไม่ได้เมื่อตื่นเช้า

 

 

ลูกฝันร้าย

 

 

 

ความมืด: สิ่งล้ำค่าที่ผู้คนมักเข้าใจผิด

เรามักมองว่าความมืดคือสัญลักษณ์ของฝันร้ายหรือสิ่งชั่วร้าย แต่ในทางสรีรวิทยา “ความมืดนั้นช่างงดงาม” และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโต

 

  • Melatonin ฮอร์โมนแห่งความมืด (Hormone of Darkness) ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ‘ที่พำนักของจิตวิญญาณ’ ร่างกายจะเริ่มหลั่งสารนี้เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้าและหลั่งมากที่สุดเมื่ออยู่ในที่มืดสนิทเพื่อช่วยให้หลับลึกและมีคุณภาพ สารนี้จึงเปรียบเสมือน "นายช่างใหญ่" ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยดูแลเซลล์ในร่างกาย การเปิดแสงไฟหรือหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแสงสีฟ้าจะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนนี้ ทำให้คุณภาพการนอนเสียไป
  • Growth Hormone ในขณะที่เด็กหลับ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต เปรียบเสมือนปุ๋ยชั้นดีที่ช่วยให้ต้นไม้ตัวน้อยเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง

 

ถึงเวลาต้องจุดไฟตะเกียงในใจลูก

     ฝันร้ายนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน เด็กกลัวการเข้านอน อ่อนเพลียในกลางวัน และฝันร้ายในกลางคืน บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของ ‘โรคฝันร้าย’ หน้าที่ของจิตแพทย์เด็ก โรงพยาบาลรามคำแหงนั้นจึงเปรียบเสมือนผู้ช่วยจุดประกายไฟในใจเด็กให้ส่องไสวในความมืด แม้แสงนั้นจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา

 

อ้อมกอดรักจะคอยช่วยประคองให้ไฟยังส่องไสว

     เรามักถูกสอนให้กลัวความมืด และรอคอยเพียงแสงสว่าง... แต่คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมว่า 'หมู่ดาวที่พร่างพราว' จะปรากฏกายให้เห็นได้สวยที่สุด ก็ต่อเมื่อท้องฟ้ามืดสนิทเท่านั้น สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้สิ่งใดคือ ‘อ้อมกอดรักของพ่อแม่’ เพื่อให้ลูกของเรานั้นอยู่ในความมืดได้อย่างสวยงาม บางทีเราอาจไม่ได้กลัวความมืด แต่การอยู่อย่างโดดเดี่ยวอาจเป็นสิ่งที่เราทุกคนนึกกลัว ทว่าหากในความมืดนั้น มีคนคอยอยู่เคียงข้างล่ะ “ความมืดมิดนั้นอาจงดงาม” เหมือนในเพลงที่เรานึกฝันทั้งยามหลับและยามตื่น