นพ. พชร ลี้มิ่งสวัสดิ์
อายุรศาสตร์ สาขาประสาทวิทยา อนุสาขาโรคหลอดเลือดสมอง

กลางดึกคืนหนึ่ง ในห้องนอนที่เงียบสงัด...ถึงแม้จะเงียบ แต่เรากลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นชัดเจน หรือแม้แต่เสียงเดินของนาฬิกาแขวนผนัง ถ้าเข็มเย็บผ้าตกพื้น เราอาจจะได้ยินเสียงมันกระทบพื้นด้วยซ้ำตัวเลขบนหน้าจอสมาร์ทวอทช์บอกเวลาตีสาม ในขณะที่ความคิดในหัวยังตีกันวุ่นวาย "ทำไมยังนอนไม่หลับ" "พรุ่งนี้มีงานสำคัญที่ต้องพรีเซนต์" "สมองเหนื่อยล้ามากแล้วนะ แต่ทำไมยังลืมตาอยู่แบบนี้"
ถ้าคุณเคยตกอยู่ในสภาวะนี้ คุณไม่ได้เป็นคนเดียว
อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) คือการที่ไม่สามารถเริ่มนอน หรือไม่สามารถนอนหลับต่อเนื่องได้ทั้งที่มีโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน โดยสถิติพบว่าประชากรถึง 1 ใน 3 เคยเผชิญปัญหานี้

อาการนอนไม่หลับของคนส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราวและหายไปเอง แต่ประมาณ 6-15% อาจพัฒนาไปสู่ "โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง" ซึ่งมีเกณฑ์วินิจฉัยคือ นอนไม่หลับอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันนาน 3 เดือนขึ้นไป และเริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น ความจำแย่ลง อารมณ์แปรปรวน หรือเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและโรคหัวใจ
สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด วิถีชีวิตอย่างการใช้หน้าจอก่อนนอน (Lifestyle) เช่น การปวดเรื้อรัง โรคหยุดหายใจขณะหลับ
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การประเมินความรุนแรงและความเรื้อรังของการนอนไม่หลับ การรักษาในปัจจุบันมี 2 ทางหลัก ได้แก่
"การนอนไม่หลับ" ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ต้องทน หากเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุจะช่วยให้คุณกลับมามีค่ำคืนที่สงบและเช้าวันที่สดใสได้อีกครั้ง