Messenger

แค่เครียดหรือเป็นโรค: สอบสัญญาณเตือน “โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง”

April 09 / 2026

โรคนอนไม่หลับ

 

 

     กลางดึกคืนหนึ่ง ในห้องนอนที่เงียบสงัด...ถึงแม้จะเงียบ แต่เรากลับได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นชัดเจน หรือแม้แต่เสียงเดินของนาฬิกาแขวนผนัง ถ้าเข็มเย็บผ้าตกพื้น เราอาจจะได้ยินเสียงมันกระทบพื้นด้วยซ้ำตัวเลขบนหน้าจอสมาร์ทวอทช์บอกเวลาตีสาม ในขณะที่ความคิดในหัวยังตีกันวุ่นวาย "ทำไมยังนอนไม่หลับ" "พรุ่งนี้มีงานสำคัญที่ต้องพรีเซนต์" "สมองเหนื่อยล้ามากแล้วนะ แต่ทำไมยังลืมตาอยู่แบบนี้"

 

 

ถ้าคุณเคยตกอยู่ในสภาวะนี้ คุณไม่ได้เป็นคนเดียว

 

อาการนอนไม่หลับ

     อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) คือการที่ไม่สามารถเริ่มนอน หรือไม่สามารถนอนหลับต่อเนื่องได้ทั้งที่มีโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอน โดยสถิติพบว่าประชากรถึง 1 ใน 3 เคยเผชิญปัญหานี้

 

 

โรคนอนไม่หลับ

 

เมื่อไหร่ที่เรียกว่า "โรค"?

     อาการนอนไม่หลับของคนส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราวและหายไปเอง แต่ประมาณ 6-15% อาจพัฒนาไปสู่ "โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง" ซึ่งมีเกณฑ์วินิจฉัยคือ นอนไม่หลับอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันนาน 3 เดือนขึ้นไป และเริ่มส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น ความจำแย่ลง อารมณ์แปรปรวน หรือเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและโรคหัวใจ

 

 

โรคนอนไม่หลับ

 

 

สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ

สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด วิถีชีวิตอย่างการใช้หน้าจอก่อนนอน (Lifestyle) เช่น การปวดเรื้อรัง โรคหยุดหายใจขณะหลับ

 

การรักษาโรคนอนไม่หลับ

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การประเมินความรุนแรงและความเรื้อรังของการนอนไม่หลับ การรักษาในปัจจุบันมี 2 ทางหลัก ได้แก่

 

  • CBT-I (Cognitive Behavioral Therapy for Insomnia): การปรับความคิดและพฤติกรรมการนอน ซึ่งเป็นการรักษามาตรฐานหลักที่ไม่ใช้ยา
  • การใช้ยาช่วยนอนหลับ: ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การรักษาเสริม: คำแนะนำเรื่องสุขอนามัยการนอน (Sleep hygiene) เทคนิคเพื่อช่วยผ่อนคลาย

 

 

"การนอนไม่หลับ" ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ต้องทน หากเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขที่ต้นเหตุจะช่วยให้คุณกลับมามีค่ำคืนที่สงบและเช้าวันที่สดใสได้อีกครั้ง