Messenger

โรคไข้ดิน (Melioidosis) ภัยเงียบ ที่อาจรุนแรงถึงชีวิต

April 23 / 2026

โรคไข้ดิน

 

 

 

     ไข้นานไม่หาย… ไอเรื้อรัง… อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการติดเชื้อทั่วไป แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “โรคไข้ดิน” (Melioidosis) โรคติดเชื้อที่พบได้ในประเทศไทย และอาจลุกลามรุนแรงจนเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก

 

โรคไข้ดินคืออะไร?

     โรคไข้ดิน (Melioidosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติใน “ดิน” และ “น้ำ” ประเทศไทยพบผู้ป่วยได้ในทุกภูมิภาค แต่จะมีอุบัติการณ์สูงสุดในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อจะกระจายตัวได้ดีในสิ่งแวดล้อม

 

 

โรคนี้พบได้มากในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเชื้อสามารถกระจายตัวได้ดีในสิ่งแวดล้อม และเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น

 

เชื้อไข้ดินเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

 

  • ทางผิวหนัง ผ่านบาดแผล เมื่อสัมผัสดินหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • ทางการหายใจ จากการสูดดมฝุ่นดิน หรือละอองน้ำที่มีเชื้อ
  • ทางการรับประทาน จากน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย

 

 

โรคไข้ดิน

 

 

อาการของโรคไข้ดินที่ควรสังเกต

อาการของโรคมีได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ติดเชื้อ เช่น

 

  • อาการทั่วไป เป็นไข้นานไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
  • การติดเชื้อที่ปอด ไอ มีเสมหะ เจ็บหน้าอก บางรายไอมีเลือดปน
  • การติดเชื้อเฉพาะที่ ฝีหนองตามผิวหนัง ฝีในตับหรือกระดูก แผลเรื้อรัง
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด (อันตรายมาก) ช็อก ความดันต่ำ อาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

 

กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ป่วย โรคเบาหวาน (ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด)
  • ผู้ที่ต้องสัมผัสดิน น้ำ เช่น เกษตรกร
  • ผู้ป่วยโรคไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

 

โรคนี้อันตรายแค่ไหน?

     โรคไข้ดิน ถือเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรงสูงโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อัตราการเสียชีวิตอาจสูงได้ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที สิ่งที่อันตราย คือ อาการ “ไม่จำเพาะ” ทำให้วินิจฉัยช้า

 

การวินิจฉัยโรค

     การวินิจฉัยที่แม่นยำ จำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเพาะเชื้อจากเลือด เสมหะ หรือหนอง เพื่อยืนยันชนิดของเชื้อ และเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

 

วิธีป้องกันโรคไข้ดิน

การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น

 

  • สวมรองเท้าบูทและถุงมือเมื่อสัมผัสดิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า หากมีบาดแผล
  • ล้างร่างกายหลังสัมผัสดินหรือน้ำ
  • ดื่มน้ำสะอาด

 

 

โรคเมลิออยโดสิสสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากมีการวินิจฉัยถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก หากมีไข้สูง เป็นเวลานานเกิน 3 วัน หรือเกิดแผล ฝี หนอง ตามร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์