
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบภายในห้องที่อากาศกำลังเย็นสบาย อาการคัดจมูก จามบ่อย อาจทักทายคุณจนหายใจติดขัด บางคนอาจได้เจอขณะนอนตะแคง ซึ่งมักเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวสลับไปมาตามท่าทางที่เปลี่ยนไป อาการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบทางเดินหายใจของคุณกำลังขอความช่วยเหลือจากคุณ
รู้จักอาการคัดจมูก
อาการคัดจมูกคือความอึดอัดที่เกิดขึ้นได้ เมื่อจมูกไม่อาจรับและส่งผ่านอากาศได้โดยสะดวก ซึ่งอาจเกิดจาก
- หลอดเลือดในโพรงจมูกขยายตัวจนทำให้เนื้อเยื่อบุโพรงจมูกบวมขึ้น
- ปริมาณน้ำมูกมีมากเกินไปจนไปขวางกั้นทางเดินอากาศ
- เส้นประสาทในจมูกอาจไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ ทำให้เราหายใจไม่ออกทั้งที่อากาศยังผ่านได้
เกิดจากสิ่งใดได้บ้าง
สาเหตุของอาการคัดจมูกและจามบ่อยนั้นมีหลายอย่าง
- การอักเสบจากภูมิแพ้: ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์
- จมูกอักเสบชนิดไม่แพ้: สัมผัสสิ่งระคายเคืองในอากาศ เช่น ควันบุหรี่ น้ำหอม สารเคมี การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและความชื้น
- การติดเชื้อ: เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่มักเป็นสาเหตุเบื้องต้นที่พบบ่อย
- ปัจจัยอื่น: ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ การรับประทานอาหารรสจัด การใช้ยาบางชนิด หรือแม้แต่โครงสร้างจมูกที่ผิดปกติ เช่น ผนังกั้นจมูกเบี้ยว หรือริดสีดวงจมูก

หากเกิดแล้วส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไร
จมูกคือประตูบานแรกของระบบหายใจ หากประตูบานนี้ติดขัด ย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่
- การนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: เมื่อคัดจมูกจนต้องหายใจทางปาก อาจนำไปสู่การนอนกรนและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
- โรคหัวใจและหลอดเลือด: การขาดออกซิเจนเรื้อรังจากการหายใจติดขัดอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- การรับกลิ่นที่ลดลง: อาการคัดจมูกขัดขวางไม่ให้อากาศพาโมเลกุลกลิ่นไปถึงประสาทรับกลิ่น ทำให้ความสามารถในการดมกลิ่นถดถอยลง (Hyposmia หรือ Anosmia)
- ไซนัสอักเสบ: อาการคัดจมูกเรื้อรังอาจอุดกั้นรูระบายของไซนัส จนเกิดการสะสมของเชื้อโรคและอักเสบตามมา
หากน้ำมูกไหลร่วมด้วย
น้ำมูกคือดัชนีชี้วัดสุขภาพเบื้องต้น หากคุณมีน้ำมูกใส คันจมูก คันตา จามติดกันหลายครั้งแม้ไม่มีไข้ มักบ่งชี้ถึงโรคภูมิแพ้อากาศหรือจมูกอักเสบ แต่หากน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขุ่นหรือเขียว มีกลิ่นเหม็น หรือไหลลงคอจนไอเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไซนัสอักเสบที่ต้องการการดูแลจากแพทย์

การวินิจฉัยโรคและการรักษา
แพทย์เฉพาะทางจะวินิจฉัยผ่านการถามประวัติอย่างละเอียด โดยใช้อื่นร่วมด้วย เช่น การตรวจภายในโพรงจมูก (Endoscopy) หรืออาจมีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Test) การตรวจเลือดเพื่อระบุสารก่อภูมิแพ้ การรักษามีตั้งแต่การหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ การใช้ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านฮิสตามีน ไปจนถึงการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy) ในรายที่อาการรุนแรง
ข้อควรคำนึงในบางกรณี
- แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่ติดเชื้อร่วมด้วย และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข้ กรณีที่ใช้ยาไม่ดีขึ้น เช่น ริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ผนังกั้นจมูกคด
เราจะดูแลตัวเองและคนที่รักได้อย่างไร
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: สังเกตและหลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน หรือกลิ่นฉุนที่ทำให้อาการกำเริบ
- จัดการสิ่งแวดล้อมในห้องนอน: งดการใช้ที่นอนนุ่น ไม่ปูพรม ควรซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์เพื่อกำจัดไรฝุ่น
- ระวังการใช้ยาพ่นแก้คัดจมูก: ไม่ควรซื้อยาพ่นแก้คัดจมูกชนิดออกฤทธิ์เร็วมาใช้เองติดต่อกันเกิน 3-5 วัน เพราะจะทำให้เกิดภาวะจมูกอักเสบจากการใช้ยาจนคัดจมูกเรื้อรังกว่าเดิม
- หากยังมีอาการเรื้อรัง: พบแพทย์ด้านหู คอ จมูก เพื่อตรวจร่างกายและหาสาเหตุของอาการคัดจมูก
แด่คุณและคนที่รัก ร่วมดูแลลมหายใจพร้อมกับเรา
เพราะลมหายใจคือสิ่งสื่อแทนความหมายของการอยากมีชีวิตอยู่ โรงพยาบาลรามคำแหงจึงอยากมอบการดูแลแด่คุณและคนใกล้ชิดได้มีจังหวะลมหายใจที่ราบเรียบและสงบ เราพร้อมแพทย์เฉพาะทางอยากช่วยคุณ ให้ทุกคืนวันของคุณนั้นผ่อนคลาย หลับสบาย และตื่นขึ้นมาอย่างไร้กังวล