Messenger

ครรภ์ช่วงไหน เที่ยวได้ และเที่ยวได้แค่ไหน ?

October 06 / 2026

ท้องช่วงไหน ควรเที่ยว

 

     การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาที่งดงามและเหมือนฝันที่สุดในชีวิตของผู้หญิง การได้เดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน หย่อนใจ และคลายความเครียดนับเป็นสิ่งที่ดีต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวอย่างละเอียดรอบคอบและการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนออกเดินทาง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งคุณแม่และคนที่รักใกล้ชิดได้ท่องเที่ยวอย่างไร้ห่วงค่ะ

 

 

ท้องช่วงไหน ควรเที่ยว

 

ระดับ hCG หรือฮอร์โมนการตั้งครรภ์ที่พุ่งขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 8-14 สัปดาห์ แหล่งอ้างอิง https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics/medical-student-5/3657/ 

 

1. ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการท่องเที่ยวสำหรับคนท้อง

  • ไตรมาสที่ 1 (1–12 สัปดาห์): ควรระวังเป็นพิเศษ ร่างกายกำลังปรับตัว มีอาการแพ้ท้อง เหนื่อยล้า และมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรสูงตามธรรมชาติ
  • ไตรมาสที่ 2 (13–27 สัปดาห์): ช่วงเวลาทอง (Golden Period) ปลอดภัยและดีที่สุดในการเดินทาง อาการแพ้ท้องลดลง มีพลังกระฉับกระเฉง และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำที่สุด
  • ไตรมาสที่ 3 (28 สัปดาห์ขึ้นไป): ควรระวังความเหนื่อยล้า ท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้อึดอัดและเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล

 

ข้อปฏิบัติการเดินทางอย่างปลอดภัย

เดินทางด้วยเครื่องบิน

  • เกณฑ์เบื้องต้น: เดินทางได้อย่างปลอดภัยจนถึงก่อนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ (สำหรับครรภ์เดี่ยวที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน)
  • ข้อกำหนดสายการบิน: หลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly) และมักไม่อนุญาตให้บินหลัง 36 สัปดาห์ (หรือ 32 สัปดาห์สำหรับครรภ์แฝด)
  • กลุ่มเสี่ยงที่ควรงดบิน: คุณแม่ที่มีประวัติเลือดออกทางช่องคลอด แท้งบุตร โลหิตจางรุนแรง ครรภ์เป็นพิษ ความดัน/เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือตั้งครรภ์แฝด

 

ข้อปฏิบัติบนเครื่อง

  • คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ใต้หน้าท้อง (บริเวณกระดูกเชิงกราน) ตลอดเวลา
  • ดื่มน้ำสะอาดสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดแก๊ส เช่น น้ำอัดลม บรอกโคลี
  • ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน (DVT): หากบินเกิน 4 ชั่วโมง ให้ลุกเดินหรือขยับข้อเท้าทุก 30–60 นาที สวมเสื้อผ้าสบาย ๆ และใส่ถุงน่องรัดขาเพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน

 

เดินทางด้วยรถยนต์

  • คาดเข็มขัดนิรภัยให้สายคาดตักอยู่ต่ำกว่าหน้าท้อง (ห้ามพาดทับหน้าท้องเด็ดขาด)
  • จอดพักเพื่อยืดเส้นยืดสายและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเป็นระยะ
  • ไม่ควรเดินทางไกลเพียงลำพัง ควรมีผู้ร่วมเดินทางดูแลเสมอ

 

เดินทางด้วยเรือ

  • เรือเฟอร์รี่/เรือเร็ว: ตรวจสอบข้อห้ามของบริษัทเรือก่อนเดินทาง (มักงดรับหลังอายุครรภ์ 28–32 สัปดาห์)
  • เรือสำราญ: เลือกลำที่มีห้องพยาบาลพร้อมดูแลสตรีมีครรภ์และเทียบท่าใกล้สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

 

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • อาหารและน้ำ: ดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท รับประทานอาหารสุกสะอาด เพื่อป้องกันท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ
  • พื้นที่เสี่ยง: หลีกเลี่ยงพื้นที่ระบาดของ ไวรัสซิกา (Zika) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองของทารก
  • ยาและวัคซีน: 
    • ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นและความเสี่ยงของจุดหมายปลายทาง
    • หลีกเลี่ยงวัคซีนชนิดเชื้อเป็น สามารถรับวัคซีนชนิดเชื้อตาย หรือสารพิษหมดฤทธิ์ที่จำเป็นเฉพาะโรค
  • เอกสารและประกัน: พกสำเนาประวัติฝากครรภ์ติดตัวเสมอ และเลือกทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอดก่อนกำหนด

 

ตรวจความพร้อมก่อนเดินทาง

  • ตรวจประเมินสุขภาพ & ออกใบรับรองแพทย์: ให้บริการตรวจความพร้อมและออกใบรับรองแพทย์ Fit to Fly / Fit to Travel โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • บริการตรวจโควิด-19 (รับผลพร้อมใบรับรอง Fit to Fly):
    • แบบ RT-PCR (5,000 บาท): รู้ผลภายใน 4–6 ชั่วโมง (เมื่อเก็บตัวอย่างก่อน 15.00 น.)
    • แบบ Fit to Fly Express (6,000 บาท): ตรวจด้วยระบบด่วนพิเศษ รู้ผลรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง (เมื่อเก็บตัวอย่างก่อน 18.00 น.)