Messenger

ลูกปวดท้องบ่อย อาเจียน เริ่มขับถ่ายผิดปกติ อาจถึงเวลาต้องส่องกล้อง

October 29 / 2026

ลูกปวดท้อง

 

 

     เมื่อลูกรักบ่นปวดท้องบ่อย ๆ มีอาการอาเจียน หรือเริ่มมีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย ปัญหานี้สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่อย่างมาก หลายครอบครัวเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาลดกรดหรือยาแก้ท้องเสียให้ลูกรับประทาน แต่เมื่อหยุดยาก็กลับมาเป็นอีก อาการเรื้อรังเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่โรคกระเพาะอาหารหรือท้องเสียธรรมดา

 

แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าระบบทางเดินอาหารกำลังมีปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน และอาจถึงเวลาที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วย “การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก”

 

8 อาการ แบบไหนที่ควรพาเด็กมาพบแพทย์

หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย

 

  • ปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดท้องบ่อย ๆ: โดยเฉพาะปวดจนสะดุ้งตื่นกลางดึก ปวดบริเวณรอบสะดือหรือใต้ลิ้นปี่
  • อาเจียนเรื้อรัง หรืออาเจียนเป็นเลือด: มีสีน้ำตาลเข้ม คล้ายกากกาแฟ หรือมีเลือดสดปน
  • กลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรือมีอาหารติดคอ: อาการนี้อาจเกิดจากหลอดอาหารอักเสบ หรือหลอดอาหารตีบแคบ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำคล้ายยางมะตอย: สัญญาณบอกเหตุว่ามีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
  • ท้องเสียเรื้อรัง หรือสงสัยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD): ถ่ายเหลวติดต่อกันหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ภาวะซีด หรือโลหิตจางโดยหาสาเหตุไม่ได้: อาจเกิดจากการเสียเลือดเรื้อรังปริมาณน้อยๆ ในลำไส้
  • น้ำหนักลด เติบโตช้า ร่างกายแคระแกร็น: สงสัยภาวะลำไส้ดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
  • สงสัยหรือแน่ใจว่าเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น เหรียญ ถ่านกระดุม หรือของเล่นขนาดเล็ก

 

ลูกปวดท้อง

 

 

รู้จักการส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก

     หลายคนอาจเข้าใจว่าการส่องกล้องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ทำให้ การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก (Pediatric Endoscopy) มีความปลอดภัยสูง โดยใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทำการตรวจโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ร่วมกับวิสัญญีแพทย์เพื่อดูแลความปลอดภัยตลอดกระบวนการ

 

ชนิดของการส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก

การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามวัตถุประสงค์และตำแหน่งที่ต้องการตรวจ

 

 

 

 

1. การส่องกล้องแบบใช้กล้องชนิดอ่อน (Flexible Endoscopy)

เป็นการใช้สายกล้องขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง มีไฟและกล้องบันทึกภาพคมชัดตรงปลายสาย แบ่งการตรวจออกเป็น 2 ส่วน

 

  • การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Upper GI Endoscopy): แพทย์จะสอดกล้องผ่านทางปาก เข้าสู่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อตรวจหารอยโรค เช่น แผลในกระเพาะอาหาร การอักเสบ หรือภาวะกรดไหลย้อน
  • การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง (Lower GI Endoscopy / Colonoscopy): แพทย์จะสอดกล้องผ่านทางทวารหนัก เข้าไปตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนปลาย เพื่อหาสาเหตุของอาการถ่ายเป็นเลือด ลำไส้อักเสบ หรือติ่งเนื้อ

 

ข้อดีของการส่องกล้องชนิดอ่อน คือนอกจากจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพภายในได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสามารถตัดเก็บชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ หรือทำการรักษาได้ทันที เช่น การหยุดเลือด การตัดติ่งเนื้อ หรือการคีบวัตถุแปลกปลอมออก

 

 

 

 

2. การส่องกล้องด้วยแคปซูล (Capsule Endoscopy)

     เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตรวจลำไส้เล็กส่วนกลางซึ่งกล้องชนิดอ่อนเข้าไม่ถึง โดยให้เด็กกลืนแคปซูลขนาดเท่าเม็ดยาที่มีกล้องจิ๋วอยู่ภายใน แคปซูลจะเคลื่อนที่ไปตามระบบย่อยอาหารด้วยการบีบตัวตามธรรมชาติ พร้อมถ่ายภาพส่งมายังอุปกรณ์บันทึกสัญญาณภายนอก ก่อนจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมอุจจาระ

 

ข้อระวัง: วิธีนี้มีข้อห้ามสำคัญในเด็กที่สงสัยว่ามี ภาวะลำไส้อุดตัน หรือลำไส้แคบ เพราะแคปซูลอาจเข้าไปติดค้างและทำให้เกิดอันตรายได้

 

กระบวนการเตรียมตัวและการดูแลเมื่อต้องส่องกล้อง

     การส่องกล้องในเด็กไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยขั้นตอนจะเริ่มจากการประเมินร่างกายของเด็กอย่างละเอียด เด็กจะต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อให้กระเพาะอาหารและลำไส้ว่าง ในระหว่างการตรวจ วิสัญญีแพทย์จะให้ยานอนหลับหรือยาชา เพื่อให้เด็กหลับสบาย ไม่รู้สึกเจ็บ และลดความกังวล หลังการตรวจเสร็จสิ้น เด็กจะพักฟื้นที่โรงพยาบาลช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อฟื้นตัวดีและไม่มีอาการแทรกซ้อนก็สามารถกลับบ้านได้

 

 

ลูกปวดท้อง

 

FAQ คลายประเด็นที่พบบ่อย

Q1: การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็กอันตรายหรือไม่ ?

A: มีความปลอดภัยสูงมาก หากทำโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและวิสัญญีแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน แม้จะมีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น ผลข้างเคียงจากยาชาหรือการเลือดออก แต่โอกาสเกิดขึ้นต่ำมาก

 

Q2: เด็กเล็กมาก ๆ หรือทารก สามารถส่องกล้องได้ไหม ?

A: สามารถทำได้ครับ ปัจจุบันมีอุปกรณ์กล้องส่องทางเดินอาหารขนาดเล็กพิเศษ (Pediatric Scope) ที่ออกแบบมาเพื่อทารกและเด็กเล็กโดยเฉพาะ

 

Q3: หลังส่องกล้องเสร็จ เด็กจะเจ็บคอหรือปวดท้องมากไหม ?

A: อาจมีความรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืดเล็กน้อยจากลมที่ใส่เข้าไปเพื่อขยายลำไส้ขณะตรวจ หรือระคายเคืองคอเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน

 

Q4: ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่ ?

A: โดยทั่วไปเป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอก (Day Case) เมื่อเด็กฟื้นตัวเต็มที่หลังยาสลบหมดฤทธิ์ก็สามารถกลับบ้านได้ เว้นแต่กรณีที่มีการหัตถการซับซ้อน หรือเด็กมีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง

 

สรุป

     อาการปวดท้อง อาเจียน หรือการขับถ่ายที่ผิดปกติในเด็ก ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยให้เป็นอาการเรื้อรัง เพราะการรักษาที่ตรงจุดเริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็กถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ปลอดภัย คมชัด และช่วยให้แพทย์หาสาเหตุของโรคได้อย่างแม่นยำ หากพบว่าลูกน้อยมีสัญญาณเตือน ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจประเมิน เพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง ทานอิ่ม นอนอุ่น และเจริญเติบโตได้อย่างสมวัยครับ