พญ. เมธินี ตันนุกิจ
กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ

เมื่อลูกรักบ่นปวดท้องบ่อย ๆ มีอาการอาเจียน หรือเริ่มมีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย ปัญหานี้สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่อย่างมาก หลายครอบครัวเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาลดกรดหรือยาแก้ท้องเสียให้ลูกรับประทาน แต่เมื่อหยุดยาก็กลับมาเป็นอีก อาการเรื้อรังเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่โรคกระเพาะอาหารหรือท้องเสียธรรมดา
แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าระบบทางเดินอาหารกำลังมีปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน และอาจถึงเวลาที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วย “การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก”
หากลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย

หลายคนอาจเข้าใจว่าการส่องกล้องเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ทำให้ การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก (Pediatric Endoscopy) มีความปลอดภัยสูง โดยใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทำการตรวจโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ร่วมกับวิสัญญีแพทย์เพื่อดูแลความปลอดภัยตลอดกระบวนการ
การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็กแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามวัตถุประสงค์และตำแหน่งที่ต้องการตรวจ

เป็นการใช้สายกล้องขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง มีไฟและกล้องบันทึกภาพคมชัดตรงปลายสาย แบ่งการตรวจออกเป็น 2 ส่วน
ข้อดีของการส่องกล้องชนิดอ่อน คือนอกจากจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพภายในได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสามารถตัดเก็บชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ หรือทำการรักษาได้ทันที เช่น การหยุดเลือด การตัดติ่งเนื้อ หรือการคีบวัตถุแปลกปลอมออก

เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตรวจลำไส้เล็กส่วนกลางซึ่งกล้องชนิดอ่อนเข้าไม่ถึง โดยให้เด็กกลืนแคปซูลขนาดเท่าเม็ดยาที่มีกล้องจิ๋วอยู่ภายใน แคปซูลจะเคลื่อนที่ไปตามระบบย่อยอาหารด้วยการบีบตัวตามธรรมชาติ พร้อมถ่ายภาพส่งมายังอุปกรณ์บันทึกสัญญาณภายนอก ก่อนจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมอุจจาระ
ข้อระวัง: วิธีนี้มีข้อห้ามสำคัญในเด็กที่สงสัยว่ามี ภาวะลำไส้อุดตัน หรือลำไส้แคบ เพราะแคปซูลอาจเข้าไปติดค้างและทำให้เกิดอันตรายได้
การส่องกล้องในเด็กไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยขั้นตอนจะเริ่มจากการประเมินร่างกายของเด็กอย่างละเอียด เด็กจะต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อให้กระเพาะอาหารและลำไส้ว่าง ในระหว่างการตรวจ วิสัญญีแพทย์จะให้ยานอนหลับหรือยาชา เพื่อให้เด็กหลับสบาย ไม่รู้สึกเจ็บ และลดความกังวล หลังการตรวจเสร็จสิ้น เด็กจะพักฟื้นที่โรงพยาบาลช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อฟื้นตัวดีและไม่มีอาการแทรกซ้อนก็สามารถกลับบ้านได้

A: มีความปลอดภัยสูงมาก หากทำโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารและวิสัญญีแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน แม้จะมีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น ผลข้างเคียงจากยาชาหรือการเลือดออก แต่โอกาสเกิดขึ้นต่ำมาก
A: สามารถทำได้ครับ ปัจจุบันมีอุปกรณ์กล้องส่องทางเดินอาหารขนาดเล็กพิเศษ (Pediatric Scope) ที่ออกแบบมาเพื่อทารกและเด็กเล็กโดยเฉพาะ
A: อาจมีความรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืดเล็กน้อยจากลมที่ใส่เข้าไปเพื่อขยายลำไส้ขณะตรวจ หรือระคายเคืองคอเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
A: โดยทั่วไปเป็นการตรวจแบบผู้ป่วยนอก (Day Case) เมื่อเด็กฟื้นตัวเต็มที่หลังยาสลบหมดฤทธิ์ก็สามารถกลับบ้านได้ เว้นแต่กรณีที่มีการหัตถการซับซ้อน หรือเด็กมีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง
อาการปวดท้อง อาเจียน หรือการขับถ่ายที่ผิดปกติในเด็ก ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยให้เป็นอาการเรื้อรัง เพราะการรักษาที่ตรงจุดเริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็กถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ปลอดภัย คมชัด และช่วยให้แพทย์หาสาเหตุของโรคได้อย่างแม่นยำ หากพบว่าลูกน้อยมีสัญญาณเตือน ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจประเมิน เพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง ทานอิ่ม นอนอุ่น และเจริญเติบโตได้อย่างสมวัยครับ