คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
ก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด
การปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัด
- งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันปัญหาการสำลักเศษอาหารเข้าหลอดลมและปอด ระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึก
- ควรอาบน้ำ สระผม ล้างหน้าให้สะอาด งดการใช้ครีมและครื่องสำอางทุกชนิด ตัดเล็บให้สั้น ล้างสีเคลือบเล็บมือและเท้าออก เพื่อช่วยให้แพทย์และพยาบาล สังเกตอาการผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดออกซิเจน ในระหว่างการผ่าตัดและหลังผ่าตัด
- ถอดของมีค่าต่าง ๆ เครื่องประดับทุกชนิด เช่น แหวน กิ๊บ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู แว่นตา คอนแทคเลนส์ ฟันปลอม (ชนิดถอดออกได้) เพื่อป้องกันการหลุดของฟันปลอมเข้าไปอุดหลอดลมขณะผ่าตัด
- ถ่ายปัสสาวะ อุจจาระให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- งดโกนขนบริเวณที่จะผ่าตัดด้วยตัวเอง
- แนะนำงดสูบุหรี่ก่อนมาผ่าตัดอย่างน้อย 30 วัน



การปฏิบัติตัวเมื่อกลับจากห้องผ่าตัด
- หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้นประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเมื่อฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก จึงย้ายกลับมาห้องพัก
- หลังผ่าตัด พยาบาลจะให้การดูแลในเรื่องความเจ็บปวด โดยจะถามระดับความเจ็บปวดจากผู้ป่วย เพื่อประเมินการให้ยาระงับปวดตามแผนการรักษาของแพทย์
- หลังผ่าตัดผู้ป่วยบางรายอาจมีเครื่องบริหารยาเพื่อลดความเจ็บปวด (PCA) มาด้วย ผู้ป่วยสามารถกดให้ยาแก้ปวดได้ด้วยตัวเองเมื่อมีอาการปวด อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลตามแผนการรักษาของแพทย์ ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัดได้
- บริเวณที่ทำผ่าตัดอาจมีสายยางจากแผลหรือข้างแผลเพื่อระบายเลือดและของเหลวออกจากแผล ห้ามผู้ป่วยดึงสิ่งเหล่านี้ออกเอง และถ้าปวดแผลควรแจ้งพยาบาลเพื่อขอยาระงับปวด
- การเคลื่อนไหวร่างกายและการลุกนั่ง หลังผ่าตัดควรมีการ เปลี่ยนท่านอน พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงและลุกนั่งพร้อมทั้งเริ่มบริหารร่างกายทันทีเมื่ออาการดีขึ้น
- หากแพทย์อนุญาตให้รับประทานอาหารได้ควรรับประทานน้อยๆ ก่อน แล้วสังเกตว่ามีอาการแน่น อึดอัดท้องหรือไม่ วันต่อมาจึงเริ่มรับประทานอาหารตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านต้องบำรุงร่างกายให้มากขึ้น เพราะอาหารทำให้สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
- รับประทานยาให้ครบตามแผนการรักษาของแพทย์
- รักษาสุขนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระให้สม่ำเสมอ ป้องกันอาการท้องผูก
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอโดยเฉพาะ 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
วิธีหายใจเข้าออกทที่ถูกต้อง
หายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างถูกวิธีจะทำให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยต้องการยาระงับปวดน้อยลงและสามารถทำได้ทันทีเมื่อรู้สึกตัว
1. หายใจเข้าออกลึก ๆ โดยทำจำนวน 5 ครั้งในทุก ๆ 1 ชั่วโมง
- นอนศรีษะสูงหรือลุกนั่ง งอเข่าเล็กน้อยยกเว้นในกรณี Block หลัง
- ใช้มือทั้ง 2 ข้าง วางหรือประสานกันบริเวณแผลหรือใช้หมอนวางบริเวณแผลทำให้ลดความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น
- หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ทางจมูก ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที (นับ 1-2-3 ในใจ)
- ห่อริมฝีปากเหมือนจะผิวปาก แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ยาวๆ
2. ไอแบบมีประสิทธิภาพ เพื่อเอาเสมหะออกจากลำคอ
- หายใจเข้าออกลึกๆ ประมาณ 4 ครั้ง (ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น)
- ครั้งที่ 4 หายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้ประมาณ 3 วินาที (นับ 1-2-3 ในใจ)
- ใช้มือทั้ง 2 ข้างกดแผลก่อนไอ
- แล้วไอออกมาจากส่วนลึกของลำคอ 1-2 ครั้ง เพื่อขับเสมหะที่คั่งค้างออกมา

คำแนะนำเรื่องการดูแลแผลหลังผ่าตัด
- ไม่ต้องเปิดทำแผลจนถึงวันที่แพทย์นัดเปิดแผล
- กรณีพลาสเตอร์ปิดแผลหลุด แนะนำให้ไปทำแผลก่อนวันนัดได้ที่โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน
- กรณีที่แผลปิดพลาสเตอร์แบบไม่กันน้ำ ให้ระมัดระวังดูแลไม่ให้แผลสกปรก และไม่ควรให้แผลถูกน้ำ
- กรณีที่ปิดแผลชนิดป้องกันน้ำ เวลาอาบน้ำไม่ควรใช้น้ำราดบริเวณแผลโดยตรง และไม่ควรถูหรือฟอกบริเวณแผล เพราะอาจจะทำให้พลาสเตอร์กันน้ำหลุดได้ง่าย โดยหลังอาบน้ำให้ใช้ผ้าขนหนูซับบริเวณพลาสเตอร์ที่ปิดแผลไว้ให้แห้ง ไม่ถูแรงๆ เพื่อป้องกันพลาสเตอร์หลุด
- ไม่ควรออกกำลงกายที่มีเหงื่อออกมาก เพราะทำให้คันบริเวณที่ติดพลาสเตอร์ หรืออาจทำให้พลาสเตอร์หลุดได้
- รับประทานยาฆ่าเชื้อให้ครบ ตามแผนการรักษาของแพทย์
- แนะนำให้มาตรวจตามนัดของแพทย์ หรือหากมีอาการ ผิดปกติ ดังต่อไปนี้ เช่น มีสิ่งคัดหลั่ง น้ำหรือหนองซึมออกมาจากแผล หรือมีไข้ ปวด บวม แดง ร้อน และกดเจ็บบริเวณแผลผ่าตัด ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที
- อื่น ๆ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด จะช่วยให้ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจร้ายแรงถึงชีวิต และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น