
โรคฉี่หนู (Leptospirosis) คือโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียทรงเกลียวชื่อ Leptospira (หรือ pathogenic Leptospires) จัดเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเชื้อจะอาศัยอยู่ในไตของสัตว์ที่เป็นพาหะ ได้แก่ หนู สุกร โค กระบือ และสุนัข
สาเหตุที่ได้ชื่อว่า ‘โรคฉี่หนู’
สัตว์ที่เป็นพาหะส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะขับเชื้อออกมาพร้อมกับปัสสาวะลงสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการปนเปื้อนตามดิน โคลน แอ่งน้ำขัง ร่องน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง และน้ำตก เชื้อแบคทีเรียนี้สามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำจืดและดินที่ชื้นแฉะได้นานเป็นเดือนขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สาเหตุที่ได้ชื่อว่า "โรคฉี่หนู" เนื่องจากเริ่มแรกมีการตรวจพบเชื้อในปัสสาวะของหนู แต่ในเวลาต่อมาพบว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นก็เป็นพาหะนำโรคได้เช่นกัน
ช่องทางการติดต่อ
การติดเชื้อโรคฉี่หนูสู่คนสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านช่องทางหลักๆ ดังนี้:
- การสัมผัสโดยตรง: เกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคโดยตรง เช่น บุคลากรที่ทำงานปศุสัตว์ สัตวแพทย์ หรือผู้ที่ต้องจับต้องสัตว์พาหะ
- เยื่อบุอ่อน: เกิดจากการสัมผัสทางอ้อมกับสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน โคลน หรือน้ำท่วมขังที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ โดยเชื้อแบคทีเรียสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ทาง:
- ผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือรอยขีดข่วน
- เยื่อบุอ่อนหรือเยื่อเมือก บริเวณตา ปาก และจมูก
การบริโภค
เกิดจากการสำลักน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ร่างกายขณะว่ายน้ำหรือดำน้ำ รวมถึงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์พาหะ
(หมายเหตุ: โรคฉี่หนู ไม่พบการติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง)

อาการของโรคฉี่หนู
หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการ การดำเนินโรคจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ดังนี้:
1. ระยะแรก (อาการเฉียบพลัน)
เกิดจากการติดเชื้อโดยตรง มักแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ สัญญาณเตือนสำคัญ ได้แก่
- ไข้สูงขึ้นอย่างทันทีทันใด ร่วมกับหนาวสั่น และปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณ น่อง และหลัง
- อาการตาแดง หรือมีปื้นเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว
- อาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน สับสน ท้องเสียถ่ายเหลว
อาการในระยะนี้จะเกิดอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่สองหากไม่ได้รับการรักษา

2. ระยะรุนแรง (ภาวะแทรกซ้อน)
เป็นระยะที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนและปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกาย แม้พบได้น้อยกว่าระยะแรกแต่มีความรุนแรงสูง
- ตับวาย / ตับอักเสบ: เกิดภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ไตวาย / การทำงานของไตลดลง: ทำให้ปัสสาวะออกน้อยลง
- เลือดออกผิดปกติ: เช่น เลือดออกใต้เยื่อตาขาว หรือเลือดออกในปอด
- ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ: เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ปอดอักเสบ ความดันโลหิตต่ำ และทางเดินหายใจล้มเหลว
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์จะพิจารณาจากอาการแสดงของผู้ป่วย (ไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง) ร่วมกับ ประวัติความเสี่ยง เช่น การเดินลุยน้ำท่วมขัง ย่ำโคลน หรือสัมผัสมูลสัตว์/สัตว์พาหะ จากนั้นจะยืนยันด้วยการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ
การรักษา
- การใช้ยาปฏิชีวนะ: เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย
- การรักษาตามอาการและประคบประคอง เช่น ให้ยาลดไข้บรรเทาปวด การให้น้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือดดำกรณีความดันโลหิตต่ำหรือสูญเสียน้ำ
- การดูแลภาวะแทรกซ้อน เช่น การดูแลฟื้นฟูระบบไตและตับ
หากมีอาการเข้าข่าย ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้นและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางป้องกันโรคฉี่หนู
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำขังและโคลน: หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ เดินลุยน้ำ หรือย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือรอยขีดข่วน
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน: หากจำเป็นต้องลุยน้ำหรือทำงานเสี่ยง (เช่น เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน คนงานขุดลอกท่อ) ควรใส่ รองเท้าบูท และ ถุงมือยาง พร้อมระวังไม่ให้น้ำเข้าไปขังด้านในรองเท้า
- ชำระร่างกายทันที: หลังจากแช่น้ำ ลุยน้ำ หรือย่ำโคลน ควรรีบอาบน้ำฟอกสบู่ทำความสะอาดร่างกายทันที และเช็ดตัวให้แห้ง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ: หลีกเลี่ยงการจับต้องสัตว์พาหะโดยตรง หากจำเป็นต้องสัมผัส ควรรักษาสุขอนามัยและสวมเครื่องป้องกัน
- กำจัดแหล่งสะสมเชื้อและสัตว์พาหะ: ควบคุมและกำจัดหนูตามบริเวณที่อยู่อาศัย รวมถึงกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู
- งดเล่นน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่เสี่ยง: หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หรือน้ำตกที่อาจมีเชื้อปนเปื้อน

Q&A คลายข้อสงสัยประเด็นอื่น
Q: โรคฉี่หนู อาการเริ่มต้นและระยะฟักตัวกี่วัน?
- ระยะฟักตัว: โดยปกติเชื้อโรคฉี่หนูจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ (หรืออาจเร็วที่สุด 2-3 วัน) และในบางรายอาจนานได้ถึง 3 สัปดาห์ (21 วัน) หลังจากได้รับเชื้อ
- อาการเริ่มต้น: เริ่มแรกผู้ป่วยจะมี ไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ และมีอาการเด่นที่ชัดเจนคือ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง รวมถึงอาจพบอาการตาแดงร่วมด้วย
Q: วิธีป้องกันโรคฉี่หนูช่วงน้ำท่วมและน้ำขังทำอย่างไร ?
- หลีกเลี่ยงการย่ำน้ำท่วมขังด้วยเท้าเปล่า หากมีบาดแผลต้องระวังเป็นพิเศษ
- สวมใส่ รองเท้าบูท กันน้ำ และระวังอย่าให้น้ำขังในรองเท้าขณะเดิน
- เมื่อกลับเข้าบ้าน ควรรีบ อาบน้ำ ฟอกสบู่ชำระร่างกายทันที แล้วเช็ดตัวให้แห้งสะอาด
Q: อาการไข้เลือดออก กับ ฉี่หนู ต่างกันอย่างไร ?
แม้ว่าทั้งสองโรคจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามตัวคล้ายคลึงกันในระยะแรก แต่อาการของ โรคฉี่หนู มีจุดสังเกตเด่นที่แตกต่างจากไข้เลือดออก ดังนี้
- จุดปวดกล้ามเนื้อ: โรคฉี่หนูจะมีอาการ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่อง และหลัง
- อาการทางตา: โรคฉี่หนูมักพบอาการ ตาแดง หรือมีปื้นเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว
- ประวัติความเสี่ยง: โรคฉี่หนูสัมพันธ์กับการย่ำน้ำท่วม ลุยโคลน หรือสัมผัสสัตว์พาหะ ในขณะที่ไข้เลือดออกมีมียุงลายเป็นพาหะนำโรค
เอกสารอ้างอิง (References)