Messenger

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง: คลายกังวลร่วมเทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้อง "แผลเล็ก"

February 11 / 2026

ผ่าตัดกระดูกสันหลัง

 

 

     "ผ่าตัดกระดูกสันหลัง" ฟังดูแล้วเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน เพราะมีภาพจำจากสมัยก่อนว่ามีแผลผ่าตัดที่ยาวและอาจจำเป็นต้องนอนภายในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ที่มีบุคลากรแพทย์เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันโลกของการแพทย์ได้พัฒนาไปไกลกว่าเดิม วันนี้ผม นพ. อัครวิทย์ อัศวศักดิ์สกุล อยากสร้างความเข้าใจใหม่ว่าทำไมการผ่าตัดกระดูกสันหลังในยุคนี้ ถึงกลายเป็นเรื่องที่เล็กลงตามขนาดแผลที่เล็กจนคุณรู้สึกประหลาดใจ

 

‘การผ่าตัดกระดูกสันหลัง’ จากอดีตสู่ปัจจุบันด้วยผลข้างเคียงที่ลดลง

     การผ่าตัดกระดูกสันหลังในสมัยก่อนคือการ "เปิดแผลใหญ่" เพื่อให้แพทย์มองเห็นพื้นที่ในการผ่าตัดได้ชัดเจนที่สุด ทว่ากลับแลกมาด้วยการเสียเลือดมากและการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อโดยรอบ การแพทย์จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อคลายข้อจำกัดนี้ การใช้กล้องไมโครสโคป (Microscope) เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ช่วยขยายภาพให้เห็นการผ่าตัดได้ชัดเสมือนมีแว่นขยายประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะจุดที่สำคัญอย่าง ‘เส้นประสาท’ ทำให้แพทย์ทำงานได้แม่นยำและลดการบาดเจ็บบริเวณใกล้เคียง

 

 

การใช้กล้องไมโครสโคปจึงเป็นจุดต่อยอดการผ่าตัดแผลเล็กชนิดอื่น เช่น การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว (MIS-TLIF) หรือเข้าทางด้านข้างลำตัว (OLIF) การผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทแบบเปิด เป็นต้น

 

 

 

ผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็ก

 

 

การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก (MISS)

การพัฒนาของเทคโนโลยีส่องกล้องทำให้เกิด การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery) ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ดังนี้ครับ

 

  • Microscope ใช้กล้องภายนอกขยายเพื่อให้มองเห็นบริเวณที่ผ่าตัดชัดขึ้น โดยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง
  • การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) แพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปในตัว ผ่านรูแผลเล็กขนาดเพียง 1-1.5 เซนติเมตร และผ่าตัดผ่านตัวกล้อง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง

 

 

ผ่าตัดกระดูกสันหลังส่องกล้อง

 

 

การผ่าตัดด้วยกล้องเอ็นโดสโคป

ปัจจุบันแพทย์จึงประยุกต์ใช้กับการรักษาโรคหลายชนิด เช่น การผ่าตัดกระดูกสันหลังคอ การผ่าตัดลดอาการปวดจากมะเร็งกระดูกสันหลัง การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อจำกัดที่ต้องอาศัยความชำนาญด้านการผ่าตัดของแพทย์

 

  • Full-Endoscopic Surgery แผลผ่าตัดมีเพียงแผลเดียว
  • Bi-portal Endoscopic Surgery (UBE/BES) แผลผ่าตัดมี 2 จุด จุดแรกใช้สำหรับสอดกล้อง อีกจุดสำหรับสอดเครื่องมือในการผ่าตัด

 

เหมาะกับใคร?

  • หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท
  • ช่องไขสันหลังตีบแคบจากความเสื่อมตามวัย
  • กรณีที่กระดูกสันหลังผิดรูปมากหรือต้องแก้ไขหลายจุด การผ่าตัดแบบเปิดยังจำเป็นในบางรายครับ

 

ข้อดีของการผ่าตัดแบบแผลเล็ก: เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวกว่า

  • ทำลายเนื้อเยื่อน้อย กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังแทบไม่ถูกแตะต้อง
  • เสียเลือดน้อย ไม่ต้องกังวลเรื่องการให้เลือดหรือการพักฟื้นยาวนาน
  • ฟื้นตัวเร็ว โดยปกติหลังผ่าตัดด้วยกล้องเอ็นโดสโคป ผู้ป่วยมักลุกเดินได้ทันทีและกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น
  • กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ ภายในเวลาไม่กี่เดือนก็เริ่มออกกำลังกายได้ และเมื่อครบ 6 เดือน ก็แทบจะใช้งานชีวิตได้เต็มที่เหมือนเดิม โดยผู้ป่วยจะได้รับความเสี่ยงในการผ่าตัดต่ำ

 

 

 

 

สิ่งที่แพทย์คำนึงเสมอ: คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยคือหัวใจ

     สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การวินิจฉัยได้แม่นยำเท่านั้น แต่คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังได้รับการรักษาครับ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด แพทย์ของเราจะเริ่มถามประวัติ ตรวจร่างกาย และใช้เครื่องมืออย่าง MRI หรือ CT Scan เพื่อระบุให้ชัดว่า "จุดของโรคอยู่ที่ไหน" โดยไม่หลงลืมคติที่ว่า "ต้องเลือกวิธีที่เจ็บตัวน้อยที่สุดและฟื้นตัวเร็วที่สุดให้ผู้ป่วยก่อนเสมอ"

 

 

แม้แต่การแพทย์ยังต้องพัฒนาเพื่อหลบหลีกข้อจำกัดจากอดีต เราเองก็สามารถสละความกังวลจากคำพูดที่ว่า ‘การผ่าตัดกระดูกสันหลังจะทำให้เดินไม่ได้’ และกลับมาเดินได้อย่างสง่างาม สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า โรคทางกระดูกสันหลัง "รักษาให้หายได้" ขอเพียงอย่างน้อยเราได้พบกัน โดยไม่ปล่อยให้เส้นประสาทถูกกดทับนานเกินไป