พญ. ยอดพร หิรัญรัศ
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

เชื่อไหมคะว่า... อีกเพียงแค่ปีเดียว ลูกน้อยที่เคยร้องไห้ตามคุณแม่ในวันคลินิกเด็กดีวันนั้น กำลังจะอายุครบ 15 ปี และต้องโบกมือลา "หมอเด็ก" เพื่อก้าวสู่โลกของวัยรุ่นอย่างเต็มตัวในวัย 16 วัย 14 จึงเป็นปีรองสุดท้ายที่คุณพ่อคุณแม่และหมอเองจะร่วมกันสร้าง "ภูมิคุ้มกันชีวิต" ที่สำคัญที่สุดให้เขา โดยเฉพาะในเทศกาลแห่งความรักที่ช่วง ‘พายุฮอร์โมน’ ของวัยรุ่นกำลังพลุ่งพล่าน
หมอจึงอยาก 'ซื้อเวลา' ให้คุณพ่อคุณแม่ได้กอดลูกไว้ด้วยความเข้าใจ ก่อนที่ลูกจะปล่อยมือไปเดินในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งเร้า
ทำไมวัย 14 ถึงเป็นช่วงที่ฮอร์โมนและอารมณ์พุ่งพล่านมาก เราสามารถอธิบายผ่านกลไกทางธรรมชาติได้ดังนี้ค่ะ:
1. สมองวัยรุ่น: เมื่อ “เบรก” ยังสู้ “คันเร่ง” ไม่ได้
ในวัย 14 ปี สมองของเด็กกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะสมองส่วนอารมณ์ ความกลัว และการตอบสนองที่รุนแรงจะพัฒนาขึ้นก่อน ในขณะที่ สมองส่วนคิดวิเคราะห์ วางแผนและยับยั้งช่างใจที่เปรียบเสมือน “เบรก” กลับเป็นส่วนสุดท้ายที่จะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์หลังผ่านช่วง 20 ปีไปแล้ว

สมองของวัยรุ่นจึงทำงานโดยเน้นอารมณ์และการตอบสนองฉับพลันมากกว่าเหตุผล ส่งผลให้พวกเขามักจะ
ในช่วงอายุ 14 ปี คือช่วงพีคของการทำงานของ แกน HPG Axis ซึ่งเป็นส่วนประสานงานระหว่างสมองส่วนไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง และอวัยวะสืบพันธุ์ เพื่อหลั่งฮอร์โมนเพศออกมาในปริมาณมหาศาล ฮอร์โมนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของลูก แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรู้สึกทางเพศและความต้องการสำรวจโลกใบใหม่ของเขาค่ะ
ความอยากรู้อยากลองในวัย 14 มักเกี่ยวข้องกับสาร โดพามีน (Dopamine) ในสมอง ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขและความพึงพอใจค่ะ ในวัยรุ่น สมองจะตอบสนองต่อโดพามีนอย่างรุนแรงเมื่อได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือความตื่นเต้น ทำให้เขามีพฤติกรรมแสวงหาความรู้สึกที่แปลกใหม่ การลองมีความรักครั้งแรก หรือการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ในวันวาเลนไทน์ จึงกลายเป็นเรื่องเปราะบางและท้าทายสำหรับพวกเขาอย่างยิ่งค่ะ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมนะคะ แต่คือ “ภัยเงียบ” จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ค่ะ ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มผู้ติดเชื้อ STI รายใหม่ในแต่ละปี คือเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี
การที่ลูกอยากรู้อยากลองจึงไม่ใช่ "ความผิด" ของนิสัย แต่มันคือวิวัฒนาการตามช่วงวัย การใช้ "กฎเหล็ก" ห้ามเด็ดขาดมักจบลงด้วยการโกหก แต่การใช้ "ความเข้าใจ" จะเป็นสะพานเชื่อมให้ลูกกล้าเดินกลับมาปรึกษาเราเมื่อเจอปัญหา

ในช่วงวาเลนไทน์นี้ คุณหมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ดูค่ะ:
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ลูกของเราเองก็เริ่มอยากลองรู้จักคำว่า ‘รัก’ ทว่ารักนั้นอาจทำลายลูกของเรา หากรักที่มีนั้น ‘มากเกินไป’
เราไม่อาจตามลูกไปได้ทุกที่ แต่เรามอบ "เกราะป้องกัน" ให้เขาได้ในวันที่การดูแลของเราดูเหมือนจะเอื้อม… ไปไม่ถึง
ก่อนที่ลูกจะก้าวพ้นรั้วหมอเด็กไป... ให้วาเลนไทน์ปีที่ 14 นี้ เป็นปีที่เราได้ "เปิดใจ" คุยกับลูกให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าความลับอาจหายไปตามกาลเวลา แต่รักที่มีความเข้าใจจะปกป้องลูกเราได้ตลอดไปค่ะ เป็นไปได้อยากให้เริ่มบอกเขาตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นว่า เราพร้อมจะเป็น ‘บ้าน’ ที่ให้เขากลับไปเสมอ ไม่ว่าลูกจะเจอสิ่งใดมา เราจะอยู่ข้าง ๆ ลูกของเราตลอดไป
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม