พญ. สโรบล เจาฑะเกษตริน
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ

โนโรไวรัส (Norovirus) คือเชื้อไวรัสตัวร้ายที่ก่อให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในระบบทางเดินอาหาร เชื้อชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
จุดเด่นของโนโรไวรัสคือแม้ร่างกายจะได้รับเชื้อในปริมาณเพียงน้อยนิด ก็สามารถล้มป่วยได้ทันที นอกจากนี้ตัวเช่วยังมีความทนทานต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิด ทำให้ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำดื่มรอบตัวเราได้ง่ายยิ่งขึ้น
เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโนโรไวรัสเข้า ภายใน 24–48 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติทางร่างกายอย่างชัดเจน โดยอาการหลักที่พบได้บ่อยตามข้อมูลทางการแพทย์ มีดังนี้:

หากสงสัยว่าติดเชื้อ แพทย์จะทำการวินิจฉัยเบื้องต้นผ่านการซักประวัติและเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อในห้องปฏิบัติการ เนื่องจากในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยาเฉพาะสำหรับรักษาโนโรไวรัสโดยตรง แนวทางการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว
อาการมักจะดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2-3 วัน โดยเน้นการดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย รวมถึงใช้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้อาเจียนและยาแก้ปวดท้อง
หากมีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายท้องตลอดเวลาจนร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะช็อกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
โนโรไวรัสสามารถติดต่อสู่คนเราได้ง่ายผ่านช่องทางหลัก ๆ ดังนี้:
แม้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงในการรับเชื้อได้ด้วยสุขอนามัยที่ดี ดังนี้:

โนโรไวรัสเป็นเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารที่แม้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโดยตรง แต่ความรุนแรงของโรคสามารถรับมือได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ การเลือกทานอาหารที่ปรุงสุกสดใหม่ และการดื่มน้ำสะอาด หากเกิดอาการเจ็บป่วยควรเน้นการดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที