Messenger

“ท้องผูกในผู้สูงอายุ” แก้อย่างไร?

October 28 / 2026

คนแก่ท้องผูก

 

 

     อาการท้องผูกในผู้สูงอายุอาจดูเป็นเรื่องใกล้ตัวและเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะลำไส้อุดตัน ริดสีดวงทวาร หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ การใส่ใจและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

 

โรงพยาบาลรามคำแหงขอพาทุกท่านทำความเข้าใจถึงสาเหตุ ภาวะแทรกซ้อน และแนวทางการดูแลระบบขับถ่ายของผู้สูงอายุให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

 

สาเหตุของอาการท้องผูกในผู้สูงอายุ

  • รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย: ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือเลือกทานอาหารที่ขาดไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้สด และธัญพืช จะทำให้ลำไส้ขาดตัวช่วยกระตุ้นการบีบตัว
  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอ: หลายท่านลดการดื่มน้ำลงเพราะกังวลเรื่องปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน การขาดน้ำทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับจากอุจจาระ ส่งผลให้อุจจาระแห้ง แข็ง และขับถ่ายยาก
  • ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย: ภาวะการเคลื่อนไหวน้อยหรือไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ช้าลง การเคลื่อนตัวของอุจจาระจึงทำได้ยากขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางประเภท เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ หรือยาต้านซึมเศร้า มีผลข้างเคียงทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานช้าลง
  • ความเครียดและอารมณ์: ความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบประสาทในวัยสูงอายุ ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

 

 

คนแก่ท้องผูก

 

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • ริดสีดวงทวาร: เกิดจากการเบ่งอุจจาระที่แข็งและใช้แรงบ่อยครั้ง ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพองและเจ็บปวด
  • ลำไส้อุดตัน: หากปล่อยให้อุจจาระตกค้างและแข็งตัวจนอัดแน่นในลำไส้ อาจก่อให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
  • การติดเชื้อในลำไส้: ของเสียและอุจจาระที่ค้างอยู่นาน จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและสารพิษ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

 

วิธีป้องกันและแก้ไขอาการท้องผูก

  • เพิ่มปริมาณกากใยในอาหาร: เน้นรับประทานผักใบเขียว ผลไม้สด และธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อเพิ่มกากใยและกระตุ้นการทำงานของลำไส้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวันอย่างสม่ำเสมอตลอดวัน และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอนเพื่อลดปัญหาปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การเดินราบ หรือการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา: สร้างกิจวัตรประจำวันในการเข้าห้องน้ำช่วงเวลาเดิมทุกวัน และไม่ควรกลั้นอุจจาระเมื่อรู้สึกปวด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายพร่ำเพรื่อ: การใช้ยาระบายควรเป็นทางเลือกสุดท้ายและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะการใช้ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ลำไส้ดื้อยาและสูญเสียการทำงานตามธรรมชาติ

 

การดูแลผู้สูงอายุให้มีระบบขับถ่ายที่ปกติไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม โรงพยาบาลรามคำแหงพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุทุกท่าน เพื่อให้ทุกวันเป็นวันที่เปี่ยมด้วยคุณภาพชีวิตและความสุขของครอบครัว

 

 

คนแก่ท้องผูก

 

 

FAQ คลายข้อสงสัยที่พบบ่อย

Q: ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำวันละเท่าไหร่จึงจะช่วยลดอาการท้องผูก ?

  • A: ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว โดยจิบค่อยๆ สม่ำเสมอตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและช่วยให้อุจจาระนิ่มลงขับถ่ายง่ายขึ้น

 

Q: การกินยาระบายทุกวันอันตรายหรือไม่สำหรับผู้สูงอายุ ?

  • A: การใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นประจำโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจเป็นอันตราย เพราะจะทำให้ลำไส้สูญเสียการทำงานตามธรรมชาติ เกิดภาวะดื้อยา และเสisอความสามารถในการขับถ่ายด้วยตนเองในระยะยาว

 

Q: อาการท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุบ่งบอกถึงโรคโรคร้ายแรงอะไรได้บ้าง ?

  • A: ท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ภาวะลำไส้อุดตัน ติ่งเนื้อในลำไส้ หรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ ควรรีบพบแพทย์ทันที