Messenger

โรคพยาธิใบไม้ตับ จุดเริ่มจากของสุกดิบ สู่มะเร็งท่อน้ำดี

July 10 / 2026

พยาธิใบไม้ตับ

 

 

 

     ในวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เมนูจากปลาน้ำจืดดิบถือเป็นอาหารเลิศรสที่มีสืบทอดกันมานาน อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความอร่อยนั้นกลับแฝงไปด้วยภัยเงียบที่ร้ายแรงอย่าง "พยาธิใบไม้ตับ" เป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่นำไปสู่การอักเสบเรื้อรังในระบบท่อน้ำดี และอาจพัฒนากลายเป็น มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนไทยเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

 

โรคพยาธิใบไม้ตับ

     โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver Flukes) ในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากพยาธิชนิด Opisthorchis viverrini พยาธิชนิดนี้มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ส่วนหัวและท้ายเรียวมน ขนาดประมาณ 5-10 มิลลิเมตร พยาธิตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่ในท่อทางเดินน้ำดี ภายในตับของคน รวมถึงสัตว์รังโรคอย่างสุนัขและแมว เมื่อพยาธิผสมพันธุ์จะวางไข่จำนวนมาก ไข่เหล่านั้นจะปนออกมากับน้ำดีลงสู่ลำไส้และขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระ

 

หากมีการถ่ายนอกห้องสุขาและไข่ตกลงสู่แหล่งน้ำ วงจรชีวิตของมันจะเริ่มขึ้นอีกครั้งผ่านหอยและปลาน้ำจืด

 

อาการจากพยาธิใบไม้ในตับ

ความน่ากลัวของโรคนี้คือใน ระยะเริ่มแรกมักจะไม่มีอาการ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่ามีการติดเชื้อ แต่เมื่อมีการสะสมของพยาธิมากขึ้นหรือปล่อยไว้นานจะเริ่มปรากฏอาการเด่น ดังนี้

 

1. อาการเบื้องต้น

  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เป็นครั้งคราว
  • บางรายอาจรู้สึก จุกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา หรือใต้ลิ้นปี่

 

 

พยาธิใบไม้ตับ

 

 

2. อาการรุนแรง

     เมื่อพยาธิทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร ผอมลง อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ๆ และเริ่มพบอาการภาวะดีซ่านคือตัวเหลือง ตาเหลือง เนื่องจากการอุดตันของท่อน้ำดี

 

3. ระยะสุดท้าย

     หากพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดี จะพบอาการตับโต ท้องมาน (มีน้ำในช่องท้อง) น้ำหนักตัวลดลงมาก ตาเหลืองและเบื่ออาหารมากขึ้น ตับจึงได้รับความเสียหายอย่างถาวรและนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

สาเหตุ

สาเหตุหลักเกิดจากการมีพฤติกรรมรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาว วงศ์ปลาตะเพียน เช่น ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากระสูบ ที่นำมาปรุงแบบดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เมนูที่เสี่ยงสูง เช่น

 

  • ก้อยปลา ลาบปลาดิบ
  • ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา
  • ปลาร้า (ที่ยังไม่ผ่านการต้มสุก)

 

 

พยาธิใบไม่ตับ

 

 

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสุขาภิบาล เช่น การขับถ่ายอุจจาระลงแหล่งน้ำหรือนอกส้วม ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของไข่พยาธิเข้าสู่สิ่งแวดล้อม

 

 

ความชุกของโรค

สถานการณ์ของโรคพยาธิใบไม้ตับในประเทศไทยยังคงมีความรุนแรง โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

 

  • จำนวนผู้ติดเชื้อ: คาดว่ามีคนไทยติดเชื้อไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน
  • พื้นที่ที่พบมาก: พบมากที่สุดใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคเหนือดยเฉพาะในภาคอีสานพบว่ามีอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก
  • ลักษณะบุคคล: พบใน เพศชาย มากกว่าเพศหญิงประมาณ 2.5 เท่า เนื่องจากมีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่า
  • อัตราการเสียชีวิต: มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีปีละประมาณ 15,000 - 20,000 ราย (โดยอาจพัฒนาจากโรคพยาธิใบไม้ตับ สู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีในอีก 20-30 ปีข้างหน้า)

 

การตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับ

  • การตรวจอุจจาระ (Stool Examination): เป็นวิธีการที่ ง่ายที่สุดและเป็นมาตรฐาน โดยการนำอุจจาระมาส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาไข่พยาธิ ซึ่งไข่จะมีลักษณะเฉพาะคือรูปทรงคล้ายหลอดไฟฟ้ากลมมีไส้ และมีสีน้ำตาลเหลือง
  • การตรวจปัสสาวะ (Urine Test): เป็นเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยรูปแบบใหม่ โดยการตรวจหา แอนติเจน (Antigen) หรือสารคัดหลั่งของพยาธิในปัสสาวะของผู้ติดเชื้อ
  • การตรวจทางวิธีอื่น ๆ: บางกรณีอาจใช้การตรวจทางวิทยาภูมิคุ้มกัน (Immunology) ร่วม

 

การตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนและมะเร็งท่อน้ำดี

  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นวิธีที่แพทย์ใช้เพื่อดูลักษณะของตับและท่อน้ำดี วิธีนี้สามารถตรวจพบความผิดปกติ เช่น ผนังท่อน้ำดีหนาตัวขึ้น หรือพบก้อนเนื้อที่เป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง
  • การตรวจทางรังสีวินิจฉัย (Radiology): อาจใช้การตรวจทางรังสีอื่นร่วมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์เพื่อวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้น

 

แนวทางการป้องกันและการรักษา

การรักษาปัจจุบันใช้ยา พราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งให้ผลดีมาก แต่การรับประทานยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ยั่งยืนหากยังมีพฤติกรรมรับประทานปลาดิบอยู่ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือหลัก "5 "

 

  • สุก: รับประทานปลาที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น
  • สะอาด: ล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงและรับประทานอาหาร
  • สุขลักษณะ: ขับถ่ายในห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ
  • ส่งตรวจ: หากมีประวัติรับประทานปลาดิบ ควรส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิอย่างน้อยปีละครั้ง
  • สาธารณสุข: รับยารักษาทันทีเมื่อตรวจพบเชื้อ และเลิกรับประทานปลาดิบเด็ดขาด

 

แหล่งอ้างอิง

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2564). คนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ขจัดภัย โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569, จาก https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1149120210529085028.pdf  [ออนไลน์]
  • โกศล รุ่งเรืองชัย. (2553). พยาธิใบไม้ตับ...ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=779  [ออนไลน์]
  • โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน. (2563). โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver flukes). สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.tropmedhospital.com/knowledge/846131.html  [ออนไลน์]
  • Centers for Disease Control and Prevention. (2024). About Liver Flukes. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/liver-flukes/about/index.html [ออนไลน์]