Messenger

ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

รายชื่อศูนย์การแพทย์หรือคลินิกของโรงพยาบาลรามคำแหง

ศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

 

 

     ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลรามคำแหงได้เตรียมพร้อมให้บริการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม หนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต โรงพยาบาลรามคำแหงจึงมุ่งมั่นให้การรักษาผู้ป่วยโดยเฉพาะด้วยการจัดตั้งศูนย์อัมพาตเฉียบพลัน

 

โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน

     โรคหลอดเลือดสมองตีบเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน อาการของผู้ป่วยมีได้หลายรูปแบบซึ่งขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดได้รับความสูญเสีย ส่วนมากจะแสดงอาการใบหน้า แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีดหนึ่ง มีอาการชา ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว มองเห็นภาพซ้อน เดินเซ ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน อาการเหล่านี้ยังบ่งบอกว่าถึงความผิดปกติของโรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

 

สำหรับวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตันนั้น

  • การตรวจด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งสามารถตรวจดูภาพหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ดี
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) สามารถบอกได้ว่าหลอดเลือดในสมองมีการแตกหรือตีบตัน
  • การฉีดสีเพื่อดูตำแหน่งของการตีบตันภายในสมองด้วยเครื่อง CATH LAB ภาพที่ได้จะสามารถเห็นมุมของหลอดเลือดสมองขณะทำการรักษาได้ในรูปแบบ 3 มิติ 2 ระนาบ

 

การตรวจหาหลอดเลือดตีบที่คอซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอัมพาตเฉียบพลัน

     แพทย์สามารถตรวจหาความผิดปกติในผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพหลายอย่าง เช่น การตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เครื่องเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และโดยเฉพาะการตรวจด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์หลอดเลือด ซึ่งนอกจากช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปรกติได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ การตรวจชนิดนี้ยังเป็นที่ยอมรับ มีความรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการตรวจด้วยวิธีอื่น

 

เทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดตีบที่คอ...ป้องกันอัมพาต

     แพทย์จะนำตัวผู้ป่วยเข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาตำแหน่งที่แม่นยำก่อนวางแผนการรักษาด้วยการทำบอลลูน ซึ่งเป็นการรักษาที่มีลักษณะเดียวกับการขยายหลอดเลือดที่หัวใจ แพทย์จะเริ่มใช้อุปกรณ์คล้ายร่มสอดเข้าไปก่อน เพื่อรองรับเศษผนังหลอดเลือดและก้อนเลือดเพื่อมิให้ไหลไปอุดตันหลอดเลือดสมองขณะขยายหลอดเลือด หลังจากนั้นจึงสอดสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดและใช้ขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดบริเวณลำคอเพื่อเปิดทางให้เลือดไหลเวียนสะดวก 

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

ร.อ.ขจิต หัพนานนท์

 

อดีตผู้ป่วยสมองขาดเลือดชั่วคราว

 

“ ขณะเดินออกกำลังกายรอบเย็นอยู่ที่บ้านตามปกติ คือหลังจากเดินไปแค่ 3-4 ร้อยเมตรก็รู้สึกว่าเหนื่อยเร็วกว่าที่เคย แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนจึงนั่งพักไปราว ๆ 10 กว่านาทีก็ไม่หายเหนื่อยจึงตัดสินใจเลิกเดินเพื่อจะได้ไม่ฝืนกำลังตัวเอง..

..เมื่อถึงเวลาอาหารทานได้ 2-3 คำก็วางช้อน และมานั่งดูทีวีโดยเอาหัวพิงเก้าอี้เพื่อจะได้เอนตัวแต่ความจริงรู้สึกว่าเหนื่อย สักพักภรรยามาคุยและถามอะไรอีกหลายเรื่องก็ตอบไป ซึ่งภรรยาผมได้สงสัยแล้วว่าเหตุใดถามอย่างกลับตอบอีกอย่าง ส่วนผมเองไม่รู้เลยว่าตอบอะไรไปแต่รู้สึกว่ามึนหัว...ง่วงจนจะหลับแต่พอหลับตาก็เหนื่อย...ภรรยาจึงบอกไปหาหมอดีกว่า ระหว่างที่จะลุกขึ้นยืนก็เกิดอาการปลายนิ้วสั่น มือซ้ายชาไปหมด ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง เริ่มชาก็เลยนวด แต่ไม่นานก็ชาไปทั้งแขนขึ้นไปที่ไหล่ จึงเริ่มไหวตัวว่านี่เป็นคลาสสิกเคสของอัมพฤกษ์ ซึ่งผมเคยมีประวัติเส้นเลือดใหญ่ขึ้นสมองอุดตันตรงต้นคอเมื่อปีก่อน ทำให้สงสัยจะเป็นแบบเดิมอีกแล้วโดยอาจจะมีก้อนไขมันหรืออะไรมาอุด...แต่ระหว่างที่นั่งรอรถมารับอยู่ประมาณ 2 นาทีอาการชาก็หายไป พอหายไปปุ๊บก็หายง่วงตาสว่างขึ้นมาทันที…”

 

พญ.อริยา ทิมา แพทย์ผู้ชำนาญการโรคสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง

 

หลังจากคนไข้เข้าตรวจด้วย “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” หรือ MRI Scan แล้วได้ทราบว่า... เส้นเลือดที่เคยตรวจพบมาแล้วได้ตีบไปเพียง 50%...เป็นภาวะ “สมองขาดเลือดชั่วคราว” หรือ TIA จึงปรากฏอาการหลายอย่างขึ้นมาแต่ก็ได้หายไปในเวลาเพียง 5-10 นาที ถือเป็นสัญญาณเตือนของอัมพาตโดยเกิดการตีบที่เส้นเลือดในสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเรื่องการสื่อสาร ทำให้คนไข้พูดหรือตอบคำถามไม่ตรงประเด็น อีกทั้งคนไข้เคยมีภาวะเส้นเลือดใหญ่ที่คอตีบอยู่ด้วย  ถ้าตีบเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นที่สมองหรือที่คอ รักษาด้วยการให้ยาต้านเกล็ดเลือดทานพร้อมกับให้น้ำเกลือและปรับลดยาความดันโลหิต ซึ่งในกรณีนี้โชคดีว่าสะเก็ดไขมันไม่ใหญ่มากจึงละลายไปเอง โดยทำให้สมองขาดเลือดแค่ชั่วคราวและหายเองได้  ที่น่าดีใจคือไม่ได้อยู่โดยลำพังขณะเกิดอาการ

 

โดยสถิติประมาณ 10% ของคนไข้จะมีโอกาสเป็นซ้ำใน 72 ชั่วโมงแรก จึงต้องบอกตัวเองไว้เลยว่า TIA เป็นสัญญาณเตือนอัมพาต เพราะฉะนั้นถ้าเป็นขึ้นมาแล้วถึงจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว 5-10 นาทีก็แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณประเสริฐ ตีทอง

 

ต้องบอกว่าทำ TMS ไปแค่ 2 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 2 วัน ชีวิตเปลี่ยนทันที คือเป็นการรักษาที่ทำให้คุณภาพชีวิตเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ ภายในเวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเอง

 

คุณธิดารัตน์  ตีทอง (ลูกสาวให้ข้อมูล)

 

มีโรคประจำตัวคือ “ความดันโลหิตสูง” ได้เกิดภาวะอาการทานอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งนมก็ไม่ได้ ลองฝืนทานหรือดื่มเข้าไปเป็นต้องสำลักและอาเจียนออกมา จึงได้พาไปเข้ารับการรักษาโดยเป็นผู้ป่วยในที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อหมอให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 2 สัปดาห์อาการเวียนศีรษะก็กลับมารังควานอีก

 

  “...เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ หมอก็บอกว่าถ้าคุณพ่อเป็นอย่างนี้ต้องมีคนดูแลนะ เราก็เลยจ้างคนมาคอยดูแล เพราะเวลาเขานั่งอยู่เดี๋ยวๆ ก็มีเสมหะ ก็ต้องประคองเขาลุกขึ้นมา คือต้องมีคนเฝ้าตลอดทั้งคืน บางทีกลางคืนก็จะมีเสียงครืดๆ อยู่ในคอ แล้วพอใส่สายอาหารมาหลายวันก็เริ่มมีแผลกดทับที่ก้นเพราะว่านอนนาน...คือทุกครั้งที่สะอึก ทั้งคนไข้ทั้งญาติก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย...อีกแล้วเหรอ เพราะสะอึกแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะหยุด ซึ่งทำให้สภาพจิตใจทั้งของคนไข้และญาติแย่ไปหมด เลยมาคิดว่าถ้ากินยาให้หยุดสะอึกไม่หาย ต้องฉีดยาคลายเครียดให้นอนหลับอย่างเดียว รักษาแบบนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ทรมานมากทั้งคนไข้และญาติ ก็เลยลองคุยกับหมอที่รู้จักกัน เขาก็แนะนำให้พาคุณพ่อไปหาหมอด้านระบบประสาท เราจึงได้เริ่มหาข้อมูลและเจอว่ามีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยี TMS ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อมาที่ รพ.รามคำแหง และได้มาคุยกับคุณหมออริยาจึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวทางการรักษาที่โอเค และสะดวกมากเพราะคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิท แค่มาทำ TMS ในวันรุ่งขึ้นตามที่คุณหมอนัด เมื่อทำ TMS ไป 2 ครั้งก็เห็นผลเลยว่าคุณพ่อเริ่มกลืนได้ ที่จริงต้องบอกว่าตั้งแต่ทำครั้งแรกเสร็จแล้วคุณหมอลองให้ทดสอบด้วยการกลืนน้ำคุณพ่อก็เริ่มกลืนได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้น้ำก็ไม่สามารถกลืนได้เพราะจะสำลักออกมาตลอด เพียงแต่ว่าหลังจากทำครั้งแรก คุณพ่อก็ยังมีอาการเจ็บคอแล้วก็ยังมีเสมหะ เพราะพอใส่สายนานก็เริ่มติดเชื้อ คุณหมอก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แล้วอีก 2 วันก็นัดคุณพ่อมาทำ TMS ใหม่ ซึ่งระหว่างรอทำครั้งที่ 2 ก็ได้สั่งอาหารเหลวของโรงพยาบาลให้คุณพ่อผ่านทางสายอาหารไปก่อน แต่พอทำครั้งที่ 2 เสร็จก็สามารถถอดสายอาหารได้เลย เพราะคุณพ่อกลับมากลืนได้ เริ่มกินข้าวต้มได้ แต่ตอนนั้นคุณหมอก็บอกไว้ว่าเวลากลืนให้ก้มหน้า แต่คุณพ่อก็ไม่มีปัญหาเรื่องสำลักอีกเลย ซึ่งทั้งคนไข้ทั้งญาติดีใจกันมาก พอทำครั้งที่ 3 ก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนที่นอนได้ เพียงแต่ว่ายังต้องมีคนพยุง และยังต้องใช้ Walker เวลาจะเดิน แต่ตอนนี้เสียงก็ดีขึ้นจากที่เสียงแหบ พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงเลย ตอนนี้คุยโทรศัพท์ได้ โทรหาเพื่อนได้แล้วค่ะ...”

 

 พญ.อริยา ทิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง อธิบายว่า "ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบบริเวณก้านสมอง" ส่งผลให้เกิดภาวะอาการทานอาหารหรือดื่มน้ำดื่มนมไม่ได้เลยเพราะจะเกิดการสำลัก อันเป็นผลจากกรณีที่ “สารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมเส้นเสียงไม่ทำงาน” ทำให้ “เส้นเสียงไม่ปิด” ที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดตีบและส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหากกลืนแล้วสำลักออกมาอาจเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อลงปอด แพทย์จึงต้องใส่สายให้อาหารผ่านจากรูจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อป้องกันการสำลัก “...นอกจากนี้คนไข้ก็ไม่มีเสียง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ทรงตัวลำบาก เพราะตำแหน่งที่มีเส้นเลือดตีบที่ก้านสมองจะควบคุมเรื่องการกลืน การสำลัก การสะอึก การพูด แล้วก็การทรงตัวโดยตรง แล้วพอมารับการกระตุ้นโดยใช้เทคโน ฯ TMS ครั้งแรกก็กลับมามีเสียงเลย  คือมีการตอบสนองดีมาก...ลูกๆ ของคุณประเสริฐเองก็อยากให้ได้รับการรักษาด้วย TMS โดยอยากให้หมอช่วยกระตุ้นเรื่องการกลืนให้ แต่เคสคุณประเสริฐพอกระตุ้นด้วย TMS ไปครั้งที่ 1 ก็สามารถพูดได้เลย และมีแนวโน้มว่าจะสามารถกินอาหารได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เป็นเคสที่ถือโชคดีด้วย...”

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

 

อดีตผู้ป่วยระบบประสาทคู่ที่ 5 บนใบหน้าอักเสบ

 

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณเด็ด ตรีศาสตร์

 

ตอนมาถึงโรงพยาบาล ซีกซ้ายนี้ไปหมดทั้งแขนขา หลังจากผ่าตัดแล้วก็รู้สึกว่าเคลื่อนไหวไม่ได้ ให้ยกแขนก็รู้สึกปวดที่หัวไหล่ ยกขาก็ยกไม่ได้ ปวดที่ต้นขา คุณหมอทำการเอกซเรย์สมองด้วย เครื่อง CT SCAN และแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีการขยายหลอดเลือดสมองตีบด้วยบอลลูนเป็นความโชคดีของผมที่มาโรงพยาบาลเร็วและภรรยาก็รีบตัดสินใจให้รับการรักษาทันที โรคหลอดเลือดสมองตีบนี่ถ้ามาช้ากว่านี้ ก็อาจเป็นอัมพาตได้ ทำบอลลูนหลอดเลือดสมองมาได้ 3 วันก็ทานข้าวต้มได้  มือเท้าขยับได้ ยกแขน ขา ได้ อาการดีขึ้น

  • หลอดเลือดสมองตีบ “มีอาการแล้วต้องรีบมาให้ทัน” 4.30 ชั่วโมง

  • "วูบ" จากโรคหลอดเลือดสมอง

  • โรคหลอดเลือดสมอง FAST สังเกตได้ด้วยตัวคุณเอง

  • รู้จัก STROKE ต้นตอ ของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

  • โรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน

  • ฟื้นฟูการทำงานของสมอง ด้วยเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

  • การผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมองแบบส่องกล้อง "แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว"

  • อาการชาจากสมองบ่งบอกสัญญาณอันตราย

  • หลอดเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกระโหลก

  • อัมพาตในคนอายุน้อย

เสียงจากผู้รับบริการ

ร.อ.ขจิต หัพนานนท์

 

อดีตผู้ป่วยสมองขาดเลือดชั่วคราว

 

“ ขณะเดินออกกำลังกายรอบเย็นอยู่ที่บ้านตามปกติ คือหลังจากเดินไปแค่ 3-4 ร้อยเมตรก็รู้สึกว่าเหนื่อยเร็วกว่าที่เคย แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนจึงนั่งพักไปราว ๆ 10 กว่านาทีก็ไม่หายเหนื่อยจึงตัดสินใจเลิกเดินเพื่อจะได้ไม่ฝืนกำลังตัวเอง..

..เมื่อถึงเวลาอาหารทานได้ 2-3 คำก็วางช้อน และมานั่งดูทีวีโดยเอาหัวพิงเก้าอี้เพื่อจะได้เอนตัวแต่ความจริงรู้สึกว่าเหนื่อย สักพักภรรยามาคุยและถามอะไรอีกหลายเรื่องก็ตอบไป ซึ่งภรรยาผมได้สงสัยแล้วว่าเหตุใดถามอย่างกลับตอบอีกอย่าง ส่วนผมเองไม่รู้เลยว่าตอบอะไรไปแต่รู้สึกว่ามึนหัว...ง่วงจนจะหลับแต่พอหลับตาก็เหนื่อย...ภรรยาจึงบอกไปหาหมอดีกว่า ระหว่างที่จะลุกขึ้นยืนก็เกิดอาการปลายนิ้วสั่น มือซ้ายชาไปหมด ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง เริ่มชาก็เลยนวด แต่ไม่นานก็ชาไปทั้งแขนขึ้นไปที่ไหล่ จึงเริ่มไหวตัวว่านี่เป็นคลาสสิกเคสของอัมพฤกษ์ ซึ่งผมเคยมีประวัติเส้นเลือดใหญ่ขึ้นสมองอุดตันตรงต้นคอเมื่อปีก่อน ทำให้สงสัยจะเป็นแบบเดิมอีกแล้วโดยอาจจะมีก้อนไขมันหรืออะไรมาอุด...แต่ระหว่างที่นั่งรอรถมารับอยู่ประมาณ 2 นาทีอาการชาก็หายไป พอหายไปปุ๊บก็หายง่วงตาสว่างขึ้นมาทันที…”

 

พญ.อริยา ทิมา แพทย์ผู้ชำนาญการโรคสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง

 

หลังจากคนไข้เข้าตรวจด้วย “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” หรือ MRI Scan แล้วได้ทราบว่า... เส้นเลือดที่เคยตรวจพบมาแล้วได้ตีบไปเพียง 50%...เป็นภาวะ “สมองขาดเลือดชั่วคราว” หรือ TIA จึงปรากฏอาการหลายอย่างขึ้นมาแต่ก็ได้หายไปในเวลาเพียง 5-10 นาที ถือเป็นสัญญาณเตือนของอัมพาตโดยเกิดการตีบที่เส้นเลือดในสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเรื่องการสื่อสาร ทำให้คนไข้พูดหรือตอบคำถามไม่ตรงประเด็น อีกทั้งคนไข้เคยมีภาวะเส้นเลือดใหญ่ที่คอตีบอยู่ด้วย  ถ้าตีบเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นที่สมองหรือที่คอ รักษาด้วยการให้ยาต้านเกล็ดเลือดทานพร้อมกับให้น้ำเกลือและปรับลดยาความดันโลหิต ซึ่งในกรณีนี้โชคดีว่าสะเก็ดไขมันไม่ใหญ่มากจึงละลายไปเอง โดยทำให้สมองขาดเลือดแค่ชั่วคราวและหายเองได้  ที่น่าดีใจคือไม่ได้อยู่โดยลำพังขณะเกิดอาการ

 

โดยสถิติประมาณ 10% ของคนไข้จะมีโอกาสเป็นซ้ำใน 72 ชั่วโมงแรก จึงต้องบอกตัวเองไว้เลยว่า TIA เป็นสัญญาณเตือนอัมพาต เพราะฉะนั้นถ้าเป็นขึ้นมาแล้วถึงจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว 5-10 นาทีก็แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

 

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณประเสริฐ ตีทอง

 

ต้องบอกว่าทำ TMS ไปแค่ 2 ครั้ง ใช้เวลาแค่ 2 วัน ชีวิตเปลี่ยนทันที คือเป็นการรักษาที่ทำให้คุณภาพชีวิตเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆ ภายในเวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเอง

 

คุณธิดารัตน์  ตีทอง (ลูกสาวให้ข้อมูล)

 

มีโรคประจำตัวคือ “ความดันโลหิตสูง” ได้เกิดภาวะอาการทานอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งนมก็ไม่ได้ ลองฝืนทานหรือดื่มเข้าไปเป็นต้องสำลักและอาเจียนออกมา จึงได้พาไปเข้ารับการรักษาโดยเป็นผู้ป่วยในที่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เมื่อหมอให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 2 สัปดาห์อาการเวียนศีรษะก็กลับมารังควานอีก

 

  “...เรารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตมันแย่ หมอก็บอกว่าถ้าคุณพ่อเป็นอย่างนี้ต้องมีคนดูแลนะ เราก็เลยจ้างคนมาคอยดูแล เพราะเวลาเขานั่งอยู่เดี๋ยวๆ ก็มีเสมหะ ก็ต้องประคองเขาลุกขึ้นมา คือต้องมีคนเฝ้าตลอดทั้งคืน บางทีกลางคืนก็จะมีเสียงครืดๆ อยู่ในคอ แล้วพอใส่สายอาหารมาหลายวันก็เริ่มมีแผลกดทับที่ก้นเพราะว่านอนนาน...คือทุกครั้งที่สะอึก ทั้งคนไข้ทั้งญาติก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย...อีกแล้วเหรอ เพราะสะอึกแต่ละครั้งใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะหยุด ซึ่งทำให้สภาพจิตใจทั้งของคนไข้และญาติแย่ไปหมด เลยมาคิดว่าถ้ากินยาให้หยุดสะอึกไม่หาย ต้องฉีดยาคลายเครียดให้นอนหลับอย่างเดียว รักษาแบบนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ทรมานมากทั้งคนไข้และญาติ ก็เลยลองคุยกับหมอที่รู้จักกัน เขาก็แนะนำให้พาคุณพ่อไปหาหมอด้านระบบประสาท เราจึงได้เริ่มหาข้อมูลและเจอว่ามีการรักษาโดยใช้เทคโนโลยี TMS ก็เลยตัดสินใจพาคุณพ่อมาที่ รพ.รามคำแหง และได้มาคุยกับคุณหมออริยาจึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นแนวทางการรักษาที่โอเค และสะดวกมากเพราะคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องแอดมิท แค่มาทำ TMS ในวันรุ่งขึ้นตามที่คุณหมอนัด เมื่อทำ TMS ไป 2 ครั้งก็เห็นผลเลยว่าคุณพ่อเริ่มกลืนได้ ที่จริงต้องบอกว่าตั้งแต่ทำครั้งแรกเสร็จแล้วคุณหมอลองให้ทดสอบด้วยการกลืนน้ำคุณพ่อก็เริ่มกลืนได้แล้ว จากที่ก่อนหน้านี้น้ำก็ไม่สามารถกลืนได้เพราะจะสำลักออกมาตลอด เพียงแต่ว่าหลังจากทำครั้งแรก คุณพ่อก็ยังมีอาการเจ็บคอแล้วก็ยังมีเสมหะ เพราะพอใส่สายนานก็เริ่มติดเชื้อ คุณหมอก็เลยให้ยาฆ่าเชื้อไปกิน แล้วอีก 2 วันก็นัดคุณพ่อมาทำ TMS ใหม่ ซึ่งระหว่างรอทำครั้งที่ 2 ก็ได้สั่งอาหารเหลวของโรงพยาบาลให้คุณพ่อผ่านทางสายอาหารไปก่อน แต่พอทำครั้งที่ 2 เสร็จก็สามารถถอดสายอาหารได้เลย เพราะคุณพ่อกลับมากลืนได้ เริ่มกินข้าวต้มได้ แต่ตอนนั้นคุณหมอก็บอกไว้ว่าเวลากลืนให้ก้มหน้า แต่คุณพ่อก็ไม่มีปัญหาเรื่องสำลักอีกเลย ซึ่งทั้งคนไข้ทั้งญาติดีใจกันมาก พอทำครั้งที่ 3 ก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนที่นอนได้ เพียงแต่ว่ายังต้องมีคนพยุง และยังต้องใช้ Walker เวลาจะเดิน แต่ตอนนี้เสียงก็ดีขึ้นจากที่เสียงแหบ พูดแล้วไม่ได้ยินเสียงเลย ตอนนี้คุยโทรศัพท์ได้ โทรหาเพื่อนได้แล้วค่ะ...”

 

 พญ.อริยา ทิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท รพ.รามคำแหง อธิบายว่า "ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบบริเวณก้านสมอง" ส่งผลให้เกิดภาวะอาการทานอาหารหรือดื่มน้ำดื่มนมไม่ได้เลยเพราะจะเกิดการสำลัก อันเป็นผลจากกรณีที่ “สารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมเส้นเสียงไม่ทำงาน” ทำให้ “เส้นเสียงไม่ปิด” ที่มีสาเหตุจากเส้นเลือดตีบและส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหากกลืนแล้วสำลักออกมาอาจเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อลงปอด แพทย์จึงต้องใส่สายให้อาหารผ่านจากรูจมูกลงไปที่กระเพาะเพื่อป้องกันการสำลัก “...นอกจากนี้คนไข้ก็ไม่มีเสียง ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ทรงตัวลำบาก เพราะตำแหน่งที่มีเส้นเลือดตีบที่ก้านสมองจะควบคุมเรื่องการกลืน การสำลัก การสะอึก การพูด แล้วก็การทรงตัวโดยตรง แล้วพอมารับการกระตุ้นโดยใช้เทคโน ฯ TMS ครั้งแรกก็กลับมามีเสียงเลย  คือมีการตอบสนองดีมาก...ลูกๆ ของคุณประเสริฐเองก็อยากให้ได้รับการรักษาด้วย TMS โดยอยากให้หมอช่วยกระตุ้นเรื่องการกลืนให้ แต่เคสคุณประเสริฐพอกระตุ้นด้วย TMS ไปครั้งที่ 1 ก็สามารถพูดได้เลย และมีแนวโน้มว่าจะสามารถกินอาหารได้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็เป็นเคสที่ถือโชคดีด้วย...”

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณรติรัตน์ เชื้อแก้ว

 

อดีตผู้ป่วยระบบประสาทคู่ที่ 5 บนใบหน้าอักเสบ

 

“หลังผ่าตัดเรารู้สึกว่าดีขึ้นเลย หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการให้เห็นเลย ใช้ชีวิตตามปกติได้สบาย”

 

มีอาการเกี่ยวกับโรคเส้นประสาทบนใบหน้าอักเสบเกี่ยวกับคู่ที่ 5 เป็นมาประมาณ 5 ปี แต่ว่ามาช่วง 3 เดือนหลังอาการเริ่มหนักขึ้น จากริมฝีปากล่างยาวไปจนถึงบริเวณใบหูล่าง เจ็บมาก ตอนแรกจะรู้สึกเหมือนเสียวฟัน เจ็บฟัน ตอนแรกคิดว่าอาจจะฝันผุ หรือว่ามีอาการเกี่ยวกับฟัน แต่ว่าไม่ใช่
 

โดยโรคจะสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างเช่น รับประทานอาหาร การพูดคุย  หรือแค่อ้าปาก ดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ หรือว่าอาบน้ำเอามือลูบไปที่หน้าก็ไม่สามารถทำได้แล้ว มันเจ็บมาก เจ็บยิ่งกว่าคลอดลูกอีกโรคนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะน้ำหนัก 3 เดือนลดไป 10 กิโลกรัม

 

อยากจะบอกคนที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทคู่ที่ 5 อักเสบ หากมีการสัมผัสที่หน้าหรือว่าลมพัด หรือว่าเอามือลูบที่แก้มแล้วเจ็บ ไม่ต้องรอให้ถึงเคี้ยวข้าวหรือว่าอ้าปากไม่ได้ หรือว่ารอให้ไปถึงถอนฟัน ให้รีบไปพบคุณหมอ 

 

แล้วก็มีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ซึ่งต้องพ่นยาขยายหลอดลมทุกวัน เคยไปปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลอื่น ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ จนมาพบคุณหมอเมธี ที่ รพ.รามคำแหง แล้วท่านก็บอกว่าสามารถผ่าได้โดยที่ไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย ก็เลยตัดสินใจผ่าตัดที่ รพ.รามคำแหง

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณเด็ด ตรีศาสตร์

 

ตอนมาถึงโรงพยาบาล ซีกซ้ายนี้ไปหมดทั้งแขนขา หลังจากผ่าตัดแล้วก็รู้สึกว่าเคลื่อนไหวไม่ได้ ให้ยกแขนก็รู้สึกปวดที่หัวไหล่ ยกขาก็ยกไม่ได้ ปวดที่ต้นขา คุณหมอทำการเอกซเรย์สมองด้วย เครื่อง CT SCAN และแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีการขยายหลอดเลือดสมองตีบด้วยบอลลูนเป็นความโชคดีของผมที่มาโรงพยาบาลเร็วและภรรยาก็รีบตัดสินใจให้รับการรักษาทันที โรคหลอดเลือดสมองตีบนี่ถ้ามาช้ากว่านี้ ก็อาจเป็นอัมพาตได้ ทำบอลลูนหลอดเลือดสมองมาได้ 3 วันก็ทานข้าวต้มได้  มือเท้าขยับได้ ยกแขน ขา ได้ อาการดีขึ้น