นพ. สิริศักดิ์ บูรณวัฒนาโชค
ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ส่องกล้องข้อไหล่และข้อเข่า

อาการเจ็บบริเวณข้อศอกด้านนอก (Tennis elbow) พบมานานกว่าร้อยปี โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬาเทนนิสมีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการปวดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มาหาแพทย์ด้วยโรคนี้จะเป็นนักกีฬาเทนนิสเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายความว่าอาการเจ็บเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน "เจ็บศอก ปวดแขนเวลาหยิบจับ" เป็นตัวอย่างอาการที่พบบ่อย

Tennis elbow เกิดจากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ยึดเกาะบริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอกได้รับความเสียหาย ส่งผลเกิดการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น อุบัติเหตุ การใช้งานซ้ำ ๆ จนเส้นเอ็นเสื่อมสภาพ การเล่นกีฬา การยกของหนัก หรือลากของบ่อย หรือกิจวัตรธรรมดาในบ้านอย่างการกวาดบ้าน บิดผ้าหรือทำกับข้าว
เมื่อเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ ประกอบกับกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงตามอายุที่มากขึ้น หากใช้งานเพิ่มในสภาพที่เส้นเอ็นบริเวณที่ฉีกขาดยังไม่ฟื้นฟูตัวเองจนหายสนิท ก็สามารถเกิดการฉีกขาดซ้ำจนเกิดภาวะอักเสบและบวม ทำให้หายช้านานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน อาการอักเสบบริเวณข้อศอก อาจจะเกิดเพียงส่วนของเส้นเอ็น (Tendonitis) แต่บ่อยครั้งที่อาการอักเสบจะเกิดครอบคลุมถึงตำแหน่งที่เกาะของเส้นเอ็นบนกระดูก และข้อใกล้เคียง (Epicondylitis)
เมื่อเส้นเอ็นบาดเจ็บและร่างกายซ่อมแซมไม่ทัน ประกอบกับอายุที่มากขึ้นจนเกิด อาการแขนอ่อนแรง (จากการปวด) หากยังฝืนใช้งานต่อเนื่องจะนำไปสู่ภาวะ เส้นเอ็นศอกอักเสบเรื้อรัง
การวินิจฉัยทำได้ง่ายด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายตามอาการแสดงข้างต้น แต่มีกลุ่มอาการที่มักจะเข้าใจผิดว่าเป็น Tennis elbow บ่อย ๆ เช่น อาการปวดของปุ่มข้อศอกด้านใน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อาการปวดข้อศอกของนักกอลฟ์ (Golfer's elbow) ส่วนอีกอาการหนึ่ง คือ อาการปวดบริเวณปลายข้อศอกด้านหลัง บริเวณที่ใช้เท้าแขน สาเหตุมาจากถุงน้ำบริเวณข้อศอกอักเสบ (bursltls) ดังตารางข้างบน
เนื่องจากอาการปวดเกี่ยวข้องการบาดเจ็บของเส้นเอ็นโดยตรง ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุดคือการพักหยุดการใช้แขนควบคู่กับการรักษาอื่น ได้แก่
โดยทั่วไปแพทย์มักให้ยาต้านการอักเสบในผู้ป่วยที่มีอาการในระยะแรกและในรายที่มีอาการไม่มากนัก หากใช้ยาต้านการอักเสบแล้วไม่ได้ผล แพทย์มักจะแนะนำให้รับการฉีดยาประเภทสเตียรอยด์เข้าสู่เส้นเอ็น เพื่อระงับการอักเสบได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวไม่ควรใช้ติดต่อกันนาน เพราะอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เป็นรอยด่างขาวบริเวณฉีดยา ชั้นไขมันใต้ผิวหนังยุบตัว เส้นเอ็นฝ่อ
หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ได้ผล แพทย์ควรพิจารณาเลือกใช้การผ่าตัด (ประมาณ 3% ของผู้ป่วย) ด้วยการขูดเอาเนื้อเยื่อที่เสียออก และปรับแต่งเส้นเอ็นไม่ให้ตึงเกินไป
หลังพักควรบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงตามขั้นตอนที่อยู่ด้านล่าง ดังนั้นหากจำเป็นต้องกลับไปทำงานที่อาจเป็นสาเหตุของโรค ผู้ป่วยควรบริหารกล้ามเนื้อก่อนใช้งาน (อุ่นเครื่อง : warm up) โดยใช้เวลาราว 5-10 นาที และควรหยุดหากเกิดอาการเจ็บ

ท่าบริหารทั้งสองท่าเป็นการบริหารยืดกล้ามเนื้อ ควรทำทั้งสองท่าครั้งละ 15 วินาที ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง วันละ 3 รอบ


หลังจากยืดกล้ามเนื้อแล้ว ควรบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการวางแขนไว้บนโต๊ะหรือพนักวางแขนให้ข้อมือพ้นขอบ จากนั้นใช้มือที่ถนัดถือของน้ำหนักเบา เช่น ปลากระป๋อง จากนั้นค่อยเริ่มใช้ท่า
หากใช้สองท่านี้ต้องทำอย่างน้อย 3-6 ครั้ง/เซ็ต แบ่งเป็น 6 เซ็ตให้รวมได้ 30 ครั้ง


การรักษาที่ดีที่สุด คือ การพักหยุดการใช้แขนที่ทำให้มีการปวดมากขึ้น ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการทำท่าบริหารอย่างสม่ำเสมอ
แก้ไข
31/3/2565