Messenger

ปวดหลังแบบไหนอันตราย สำรวจสาเหตุอาการปวดในแต่ละวัย

July 15 / 2026

ปวดหลัง

 

 

     อาการปวดหลัง (Back Pain) เป็นปัญหายอดฮิตที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงความเสื่อมของร่างกาย โดยเฉพาะอาการปวดหลังช่วงเอวและปวดหลังส่วนล่างที่มักพบได้บ่อยจากการนั่งทำงานผิดท่าหรือการยกของหนักบ่อยครั้ง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาการอาจรุนแรงจนกลายเป็นอาการปวดหลังร้าวลงขา ซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ดังนั้น การปรับสรีระให้ถูกต้องและการหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องหลังของคุณให้แข็งแรง

 

อาการปวดหลัง บอกอะไรได้บ้าง

  • ปวดหลังจากการยกของหนัก: กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
  • ปวดแนวกระดูกกลางหลัง: มีปัญหาที่หมอนรองกระดูกสันหลัง หรือข้อต่อกระดูกสันหลัง
  • ปวดหลังเยื้องออกมาด้านข้าง: กล้ามเนื้อหลังมีความผิดปกติ อาจเกิดจากอวัยวะภายใน เช่น ไต ตับอ่อนผิกปกติ
  • ปวดร่วมกับมีอาการชา-อ่อนแรง: ระบบประสาทผิดปกติ
  • ปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อต: เส้นประสาทอาจถูกกดเบียด
  • ปวดหลังแบบเมื่อยล้า: อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนเพลีย หายป่วยไข้

 

 

 

ปวดหลัง

 

 

 

ปวดหลังแบบไหนอันตรายต้องรีบพบแพทย์

  • ปวดหลังต่อเนื่อง: และปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า 4 สัปดาห์
  • ปวดหลังที่เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง: เช่น อุบัติเหตุจราจร ตกจากที่สูง
  • ปวดหลังร่วมกับความผิดปกติของระบบประสาท: เช่น ปวดหลังร่วมกับอาการปวดร้าวลงขา ชาหรืออ่อนแรงที่ขา
  • ปวดหลังร่วมกับการควบคุมการขับถ่ายที่เสียไป: เช่น สูญเสียการกลั้นอุจจาระ/ปัสสาวะ
  • ปวดหลังร่วมกับอาการไข้: น้ำหนักลด

 

ปวดหลังในแต่ละวัย แค่อาการแสดงก็แตกต่าง

ปวดหลังในวัยรุ่น

หากวัยรุ่นคนไหนมีอาการปวดหลังควรสังเกตดูลักษณะของกระดูกสันหลังว่าคดหรือไม่ โดยสังเกตง่าย ๆ จาก

 

  • ขอบกางเกงหรือกระโปรงเวลาใส่ว่าเบี้ยวหรือไม่
  • ลองให้ก้มหลังดูและสังเกตแนวกระดูกว่าความโค้งของหลังทั้งข้างซ้ายและขวาว่าเท่ากันหรือไม่
  • ถ้าไม่เท่ากันแสดงว่ากระดูกสันหลังคด ควรเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่าควรใส่อุปกรณ์เสริมช่วยหรือไม่ 

 

ปวดหลังในวัยทำงาน

     หากท่านขับรถวันละหลายชั่วโมงร่วมกับความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหลังตึงตัวจนพัฒนาสภาพเป็นภาวะออฟฟิศซินโดรมได้ ดังนั้นระหว่างวันควรเปลี่ยนอิริยาบถให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว

 

ปวดหลังในผู้สูงวัย

     เมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัย กระดูกสันหลังก็เสื่อมตามกาล หลายครั้งมักเกิดอาการปวดหลังได้ในช่วงเช้า ๆ หลังแข็ง ปวดตึงหลังและสะโพกเมื่อเดินไกล บางรายอาจปวดตึงลงขาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ซึ่งพบได้ในกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขา กรณีนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ประเมินว่า

 

  • กระดูกสันหลังเสื่อมมาก-น้อยหรือมีกระดูกสันหลังเคลื่อนจากภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมหรือไม่
  • มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งในกระดูกหรือไม่ โดยเฉพาะรายที่ปวดมากในตอนกลางคืนจนนอนไม่ได้หรือมีกระดูกสันหลังบาง กระดูกยุบตัวแม้จะไม่รับการบาดเจ็บใด
  • ถ้าประเมินแล้วพบว่าเป็นจากกระดูกสันหลังเสื่อม การทำกายภาพบำบัดจะช่วยได้มาก ซึ่งอาจใช้เวลาบำบัดประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในรายที่เป็นมากอาจต้องบำบัดเป็นเดือนและใส่เสื้อประคองหลังไว้ ในรายที่มีกระดูกหลังเคลื่อนหรือกระดูกยุบตัว ควรหลีกเลี่ยงการก้มเงยและนั่งยอง ห้ามยกของหนัก กรณีที่กระดูกสันหลังเสื่อมมากจนช่องไขสันหลังตีบแคบและทำกายภาพบำบัดไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาใช้การรักษาผ่าตัด

 

อ่านเพิ่มเติม: ท่าบริหารสำหรับทุเลาอาการปวดหลัง

 

 

ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คดมากขึ้น ในช่วงอายุที่กำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และควรบริหารกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง ด้วยการเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับตัว คือ ว่ายน้ำ โหนบาร์

 

 

ปวดหลัง

 

 

การปรับพฤติกรรมช่วยลดอาการปวดหลัง

อาการปวดหลังรักษาได้โดยเริ่มจากตัวเรา เพียงปรับพฤติกรรมคุณก็สามารถจัดการกับโรคปวดหลังปัญหาสุขภาพน่ากวนใจนี้ได้ โดยมีคำแนะนำดังนี้

 

  • การนั่ง: ควรนั่งเก้าอี้ให้เต็มก้นและเอนหลังลงพนักพิงเพื่อให้ร่างกายได้ถ่ายน้ำหนักบางส่วนไปที่เก้าอี้แทน ทั้งยังลดภาระแก่กระดูกสันหลังไม่ให้ผิดรูปหรือเสื่อมสภาพ
  • การยืน: ควรยืนให้ขากว้างเท่ากับสะโพก เพื่อทิ้งน้ำหนักลงขาทั้งสองข้างให้ทรวดทรงสมดุล
  • การนอน: ไม่นอนคว่ำหรือนอนในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง ควรนอนหงายบนเตียงสบาย ๆ จะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดีไม่คดโค้ง โดยเตียงต้องไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป
  • ไม่ควรยกของหนักในท่าก้ม: ควรย่อเข่าให้หลังตรงขณะยกของ

 

อาการปวดหลังสามารถรักษาได้โดยเริ่มจากตัวเรา เพียงปรับพฤติกรรมคุณ

 

 

แก้ไข

29/08/2565