พญ. ธัญรดา เลี่ยมเส้ง
หู คอ จมูก

คุณพ่อ-คุณแม่ อาจเคยได้ยินเสียงกรนของลูกในยามค่ำคืน แต่อาจไม่เคยล่วงรู้เลยว่าลูกนอนกรนมีโรคซึ่งทำให้เกิด “ภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นจนทำให้ถึงกับหยุดหายใจ" และพอหยุดหายใจก็จะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรังที่ส่งผลให้ลูกน้อยมีโรคตามมาหลายอย่าง โดยทั่วไปที่เจอบ่อยที่สุดเกิดจากต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โต ซึ่งทางเดินหายใจส่วนบนของเด็กมีขนาดเล็กขณะที่ต่อมพวกนี้โตมันจะขวางทางเดินหายใจส่วนบนทำให้หยุดหายใจแล้วก็ขาดออกซิเจน
สาเหตุอื่นที่เจอได้ก็คือ โรคของทางด้านภูมิแพ้ทางจมูก ไซนัสอักเสบ มีความผิดปกติของจมูก เช่น ผนังจมูกคด ซึ่งมักจะเกิดร่วมกับเยื่อบุจมูกบวมโต โดยช่วงอายุที่พบได้บ่อยสุดจะอยู่ที่ 2-8 ขวบเพราะในช่วงที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้บ่อยที่สุดจะเป็นจังหวะที่ทำให้เกิดอักเสบทำให้ต่อมน้ำเหลืองในช่องคอโตขึ้นบ่อย หรือเด็กอาจจะมีลักษณะของโครงสร้างกะโหลกศีรษะและใบหน้าผิดปกติ เด็กเป็นโรคอ้วนหรือโรคความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มดาวน์ซินโดรม

หากลูกนอนกรนและหยุดหายใจ ส่วนใหญ่เด็กจะแสดงออกในหลายแบบ
ถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรังไปเรื่อยๆ เด็กก็อาจจะมีปัญหา ขาดสารอาหาร, การเรียนแย่ลงและมีผลทางด้านหัวใจและความดันโลหิตผิดปกติตามมาได้

คุณพ่อ-คุณแม่รวมทั้งผู้ปกครองควรเฝ้าดูตอนที่เด็กนอนหลับเพื่อจะได้สังเกตว่าหลับแล้วเขาหยุดหายใจหรือไม่ลูกนอนกระสับกระส่ายหรือไม่หรือหยุดหายใจจนปากเขียวหรือไม่ หรืออาจมีการหายใจทางปากตลอดเวลาจนใบหน้าผิดรูปดังที่กล่าวไว้แต่แรก หรือเด็กบางคนอาจจะมีลักษณะปัสสาวะรดที่นอนบ่อยหรือเด็กก็อาจตัวเล็ก
เวลาไปโรงเรียนแล้วคุณครูมาฟ้องว่าซนผิดปกติ มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือการเรียนแย่ลง ก็ต้องเก็บข้อมูลมาให้ครบ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลให้คุณหมอวินิจฉัย เพราะส่วนใหญ่แล้วจะถามประวัติจากพ่อแม่ก่อนที่จะให้ชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูง และประเมินภาวะโรคอ้วน หรือมีน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติ
ดูต่อมทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์ รวมทั้งตรวจจมูกว่ามีโครงร่างผิดปกติหรือไม่ โดยอาจจะต้องเอกซเรย์เพื่อประเมินภาวะที่อาจมีต่อมอะดีนอยด์มาขวางทางเดินหายใจ ซึ่งถ้าพบว่าเป็นแบบนั้นก็อาจต้องรักษา ด้วยการผ่าตัดเอาออกทั้ง 2 ต่อมได้ผลประมาณ 78 - 100%
เช่น “ภูมิแพ้” ก็อาจรักษาโดยใช้ยาพ่นจมูกประมาณ 3 เดือน ให้ยาที่จะช่วยในเรื่องของการกรน พวกยารักษาโรคภูมิแพ้กลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านลิวโคไตรอีน (Antileukotrienes) อีกวิธีคือรักษาภาวะอักเสบติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนร่วมด้วยควบคู่ไปพร้อมกับรักษาโรคนอนกรน จึงจะทำให้ภาวะกรน-หยุดหายใจดีขึ้น
โรคนอนกรนแล้วหยุดหายใจในเด็กเป็นโรคที่ใช่ว่าจะหายยากเพียงแต่ต้องอาศัยความสังเกตของพ่อแม่แล้วก็รักษาให้หายได้เพื่อมิให้เกิดภาวะนอนกรน-หยุดหายใจซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กและส่งผลถึงอนาคตที่ไม่แค่เพียงในแง่การเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตอื่น ๆ