
โรคอ้วนในเด็กเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แผนกเด็กและคลินิกเด็กสุขภาพดี โรงพยาบาลรามคำแหง พร้อมใส่ใจสุขภาพเด็กอย่างทะนุถนอมด้วยการตรวจวินิจฉัย รักษาและให้คำแนะนำที่ถูกต้อง หากรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เด็กในวันนี้.. ก็สามารถเติบโตแข็งแรงและมีความสุข
ปัจจัยส่งผลให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก
- มารดาอ้วน ซึ่งอาจเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- คลอดทารกน้ำหนักมาก
- กลายเป็นเด็กอ้วนในช่วง 2 ปีแรก ซึ่งเซลล์จะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้อ้วนง่าย
- มีไขมันสะสมมากกว่าปรกติที่อายุ 5 ปี ปรกติวัยนี้จะมีไขมันในร่างกายน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับวัยอื่นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว
- เมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นวัยรุ่นอ้วน โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นอ้วนจะอ้วนจนถึงวัยผู้ใหญ่
- ผู้ใหญ่อ้วนมีโรคแทรกซ้อนมาก
- ถ้ามีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือดสูง ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือผิดปรกติอื่น เมื่อผ่านไป 10 ปีก็มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์

คำแนะนำเพื่อป้องกันวงจรของโรคอ้วน
- สตรีที่มีน้ำหนักมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์เพื่อควบคุมน้ำหนักไม่ให้ขึ้นมากในระหว่างตั้งครรภ์
- ทารกควรได้รับนมมารดาจนถึงอายุ 6 เดือน เป็นอย่างน้อย ทารกที่ดื่มนมผสมก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนสูงกว่าทารกที่ดื่มนมแม่ถึง 2 เท่า
- ทารกควรได้รับอาหารเสริมหลังอายุ 4-6 เดือน เพราะการเริ่มอาหารเสริมก่อน 4 เดือน มีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากกว่า
- เมื่อพบว่าทารกเริ่มมีน้ำหนักขึ้นเร็ว ไม่เป็นสัดส่วนกับความสูง ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากทารกที่มีน้ำหนักเกินใน 2 ขวบปีแรกจะมีเนื้อเยื่อไขมันสะสมมากทำให้อ้วนง่าย
- ที่อายุ 5 ปี เด็กควรมีสัดส่วนที่พอดี เนื่องจากหลังจากนี้ร่างกายจะสะสมไขมันในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ หากมีไขมันเกินที่อายุ 5 ปีจะทำให้อ้วนง่าย
- ถ้าภาวะน้ำหนักเกินล่วงเลยมาจนถึงวัยรุ่นแล้ว การลดน้ำหนักจะต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งครอบครัว และต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันให้มีความสมดุลย์ระหว่างพลังงานที่ได้รับจากอาหารและพลังงานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการป้องกันได้ผลดีกว่ามาก เพราะการลดน้ำหนักมักทำได้ชั่วคราว 80-90% ของผู้ที่ลดน้ำหนักได้ มักจะกลับไปมีน้ำหนักเท่าเดิมอีกในเวลาต่อมา
อ่านเพิ่มเติม: เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น แม้เรื่องเหมือนไม่ใหญ่ แต่ซับซ้อนกว่าที่คิด
ผู้ที่ควรจะได้รับการดูแลโดยคลินิกโรคอ้วนคือ ?
- เด็กทุกคนที่น้ำหนักขึ้นเร็ว ไม่เป็นสัดส่วนกับความสูง (ideal weight for height > 120 %) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี
- เด็กที่น้ำหนักเกินที่มีมารดาน้ำหนักเกินจนถึงเกณฑ์อ้วนคือ BMI > 30 (BMI = น้ำหนัก (กก.)/ความสูง (ม.)2)
- เด็กที่มีสมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่น้ำหนักเกิน
- เด็กที่มีน้ำหนักเกิน และมีบิดา มารดาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุยังไม่มาก (บิดาเป็นที่อายุน้อยกว่า 55 ปี มารดาเป็นที่อายุน้อยกว่า 65 ปี) หรือบิดา มารดาป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- เด็กที่อ้วนมากจนอยู่ในขั้นอันตราย
- เด็กที่มีโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน ได้แก่ เบาหวานในเด็ก ความดันโลหิตสูง ทางเดินหายใจอุดกั้นทำให้นอนกรน นอนหายใจสะดุด เจ็บสะโพก ขาโก่ง ซึมเศร้า และประจำเดือนผิดปกติในเด็กผู้หญิง

การเข้ารับการตรวจที่คลินิกโรคอ้วน
- โทรนัดเวลาที่ OPD เด็ก
- มารดา หรือผู้ที่ดูแลใกล้ชิดควรมาพร้อมกับเด็กเพื่อได้รับคำแนะนำโดยตรงจากแพทย์
- จดบันทึกอาหารทุกอย่างที่รับประทานโดยบอกปริมาณเป็นช้อนโต๊ะ เป็นเวลา 5-7 วันก่อนพบแพทย์ เนื่องจากการควบคุมน้ำหนักในเด็ก จะต้องคำนึงร่างกายที่ยังต้องเจริญเติบโต จึงจำเป็นต้อได้ปริมาณโปรตีนและแร่ธาตุที่เพียงพอด้วย
การตรวจในคลินิกโรคอ้วน
เมื่อแพทย์ได้ซักประวัติ ตรวจร่างกายแล้ว จะมีการตรวจอื่น ๆ ดังนี้
- การวัด Body composition เพื่อดูปริมาณกล้ามเนื้อและไขมัน ก่อนการตรวจด้วยเครื่องนี้ นำมาคำนวณหามวลกล้ามเนื้อและปริมาณไขมัน ถ้าอยู่ในสภาวะน้ำขาดหรือเกิน การคำนวณอาจผิดพลาด การควบคุมน้ำหนักที่ดีควรให้ร่างกายไม่เสียมวลกล้ามเนื้อไปแม้จะลดปริมาณอาหารลง
- การตรวจเลือดเพื่อดูวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ด้วยการดูจากอาหารที่รับประทานและจากการตรวจร่างกาย
- กรณีที่มีอาการแทรกซ้อนจากโรคอ้วนดังได้กล่าวไปแล้ว อาจต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางตามความจำเป็นต่อไป
เป้าหมายของการควบคุมน้ำหนัก
- กรณีอ้วนไม่รุนแรง การคุมน้ำหนักมีเป้าหมายเพียงรักษาน้ำหนักให้คงที่ โดยให้ปริมาณไขมันลดลง และปริมาณกล้ามเนื้อและกระดูกมากขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะใช้เวลา 1-2 ปี
- กรณีอ้วนรุนแรงหรือมีโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน จะต้องลดน้ำหนักลง 10 % ในเวลา 1 ปีสำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 7 ปี
ความสำเร็จของการควบคุมน้ำหนักขึ้นกับ
- ความร่วมมือของทุกคนในครอบครัว
- กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม
อ่านเพิ่มเติม : รวม 4 เคล็ด (ไม่) ลับ ป้องกันเด็กจาก 'โรคอ้วน'
เอกสารอ้างอิง
1. สุนทรี รัตนชูเอกและคณะ ชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและรักษาโรคอ้วนในเด็ก. ฉบับแก้ไขครั้งที่ 2 วันที่ 22 พ.ค. 2577
2. American Academy of Pediatrics. Pediatric Nutrition 7th edition, 2014; chapter 34.
3. Ross AC et al. Modern Nutrition in Health and Disease 11th edition,2014; chapter 48,58,65.

การลดน้ำหนักจะต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งครอบครัว และต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันให้มีความสมดุลย์ระหว่างพลังงานที่ได้รับจากอาหารและพลังงานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน