
ครั้งก่อนเราพูดถึงเรื่องความสำคัญของการตรวจสุขภาพกับ 7 ปัญหาสุขภาพที่ควรจะต้องระวัง ในวันนี้เราจะมาพูดถึงการตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเพศหญิง หรือเพศชาย อาทิ การประเมินสภาวะสุขภาพ การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด การตรวจตา รวมถึงการตรวจปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมและแนวโน้มของปัญหาสุขภาพได้อย่างถี่ถ้วน เพื่อช่วยป้องกันโรคได้เท่าทัน

วางแผนสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ควรตรวจสุขภาพตัวไหนบ้าง
วางแผนสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ตรวจสุขภาพเพื่อดูภาพรวมของร่างกายโดยละเอียด ควรตรวจดังนี้
1. การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน รวมไปถึงการประเมินผลการรักษาและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานในระยะยาว
2. การตรวจระดับไขมันในเลือด
การตรวจระดับไขมันในเลือด คือ การตรวจหาระดับไขมันอิ่มตัว หรือคอเลสตอรอลในร่างกายเพื่อประเมินหาความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคเส้นเลือดในสมองตีบ
3. การตรวจการทำงานของกระดูกและกล้ามเนื้อ
การตรวจการทำงานของกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นการตรวจวินิจฉัยประกอบกับการประเมินภาวะโภชนาการเพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน และสมรรถภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

4. การตรวจการทำงานของหัวใจ
การตรวจการทำงานของหัวใจเป็นการตรวจที่มีวิธีการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับกรณีและสภาวะของแต่ละบุคคล ประกอบด้วย
4.1. การตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ (Chest X-ray)
การตรวจเอกซเรย์ปอดและหัวใจ เป็นการถ่ายภาพเอกซเรย์บริเวณหน้าอก เพื่อให้ทราบถึงขนาดของหัวใจและหลอดเลือดใหญ่ รวมถึงลักษณะและสภาพของปอด เพื่อช่วยในการวินิจฉัยภาวะหัวใจโต หรือโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
4.2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ EKG)
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าที่กำเนิดจากกล้ามเนื้อหัวใจผ่านบริเวณผิวหนัง ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงอัตราการเต้นและความสม่ำเสมอของการเต้นของหัวใจ เพื่อวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ รวมถึงการเหนี่ยวนำไฟฟ้าในหัวใจที่ผิดปกติชนิดต่าง ๆ และภาวะหัวใจโต โดยลักษณะของข้อมูลที่เป็นกราฟจากวิธีการตรวจประเภทนี้ ยังสามารถช่วยระบุตำแหน่งของหัวใจที่ขาดเลือดได้อีกด้วย

4.3. การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงหรือการทำเอคโค่หัวใจเป็นการอาศัยคุณสมบัติของการสะท้อนของคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) จากหัวใจมาสร้างเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อให้แพทย์มองเห็นลักษณะทางกายภาพของหัวใจ อาทิ ขนาดและความหนาของกล้ามเนื้อ รวมถึงลักษณะของลิ้นหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ทราบถึงความสามารถในการบีบตัวของหัวใจว่าเป็นปกติหรือไม่อีกด้วย
4.4. การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test หรือ EST)
การตรวจ EST เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในขณะที่ผู้รับการตรวจเดินบนสายพานที่เร็ว และชันขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้แพทย์สามารถวัดความดันและอัตราการเต้นของหัวใจ โดยวิธีการนี้ แพทย์จะสามารถประเมินการตอบสนองของอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าว ยังช่วยในการวินิจฉัยภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งแพทย์อาจไม่สามารถตรวจได้ในขณะที่ผู้ป่วยพัก
4.5. การตรวจวัดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย (Ankle Brachial Index หรือ ABI)
การตรวจวัดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย เป็นการวัดความดันของแขนและขาพร้อม ๆ กันเพื่อตรวจความยืดหยุ่น โดยข้อมูลที่ได้จะช่วยให้แพทย์ทราบถึงทราบความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด รวมถึงสภาวะการตีบของหลอดเลือด ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
4.6. การตรวจปริมาณคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score)
การตรวจปริมาณคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan) เพื่อตรวจวัดปริมาณแคลเซียมที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องมีการฉีดสี การตรวจชนิดนี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

5. การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง แบ่งออกเป็นการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งชนิดต่าง ๆ ดังนี้
- โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถทำได้โดยการตรวจอุจจาระหรือการส่องกล้องสแกนลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเพื่อตรวจหาร่องรอยของมะเร็ง โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปควรตรวจอุจจาระทุกปี และได้รับการส่องกล้องทุก ๆ 5-10 ปี
- โรคมะเร็งตับ แพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าการทำงานของตับโดยอาศัยข้อมูลจากสารบ่งชี้มะเร็งตับแอลฟาฟีโตโปรตีน (AFP) การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง การเจาะชิ้นเนื้อตับ (Liver biopsy) และการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น
- โรคมะเร็งในช่องปาก การตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำโดยทันตแพทย์ถือเป็นวิธีการเฝ้าระวังมะเร็งในช่องปากได้เป็นอย่างดีและทำได้โดยง่าย โดยทันตแพทย์จะตรวจหาลักษณะจำเพาะบางอย่าง อาทิ การบวมโตของเนื้องอกหรือความผิดปกติของต่าง ๆ ในช่องปาก รวมถึงบริเวณศีรษะและลำคอ
การตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิง
- โรคมะเร็งเต้านม สำหรับผู้หญิงในวัยสูงอายุ ควรเข้ารับการตรวจเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์แมมโมแกรม (Mammogram) ร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์เต้านม (Ultrasound) ทุกปีเพื่อค้นหาความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม หากพบความผิดปกติเกิดขึ้น แพทย์อาจให้มีการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติม หรือติดตามเพื่อดูการเจริญเติบโตของชิ้นเนื้อ
- โรคมะเร็งปากมดลูก ถือเป็นมะเร็งที่อันตรายและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ดังนั้นผู้หญิงทุกคนควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อตรวจหาก้อนเนื้องอกในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ เพราะหากพบความผิดปกติก็จะสามารถทำการรักษาได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากยิ่งขึ้น
การตรวจสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับผู้ชาย
- โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สำหรับผู้ชายที่มี 50 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดนี้ทุกปี โดยหากพบในระยะเริ่มต้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดจากมะเร็งชนิดนี้ได้

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพผู้สูงอายุก่อนเกษียณ
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้น ผู้ที่วางแผนเข้ารับการตรวจจึงควรเรียนรู้ข้อปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้ผลการตรวจแม่นยำและตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ดังนี้
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
- ควรงดน้ำ และอาหารก่อนเข้ารับการตรวจประมาณ 8-10 ชั่วโมง เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด แต่หากรู้สึกกระหายน้ำ สามารถจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย โดยหลังเจาะเลือดแล้ว สามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้ตามปกติ
- งดกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีผลต่อความดันโลหิต
- สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดบริเวณข้อพับแขน และการตรวจร่างกาย
- ควรงดใส่เครื่องประดับต่าง ๆ ที่ทำจากโลหะ และสำหรับสุขภาพ ควรงดใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงเหล็ก
- หากรับประทานยาควบคุมความดันโลหิตอยู่ก่อนแล้ว สามารถรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์ต่อได้ แต่ควรแจ้งแพทย์ หรือพยาบาลก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ
- ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีโรคประจำตัว หรือประวัติสุขภาพใดๆ รวมถึงรับประทานยาชนิดใดเป็นประจำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัย

แพ็กเกจตรวจสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โรงพยาบาลรามคำแหง
เพราะโรงพยาบาลรามคำแหงพร้อมดูแลและใส่ใจสุขภาพของคุณและคนที่รักด้วยหลายโปรแกรมตรวจสุขภาพ ดังนี้
- Hypertension Care Package แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 5,390 รายละเอียด
- Diabetic Care Package แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน (ผู้ชาย-ผู้หญิง) ราคา 4,890 รายละเอียด
- แพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ (Prevnar 13) ราคา 4,190 รายละเอียด
- แพ็กเกจไฮเปอร์แบบริก (Hyperbaric) การรักษาด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง (90 นาที/10 ครั้ง) ราคา 34,000 รายละเอียด
- การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ราคา 7,000 รายละเอียด
- นวัตกรรมการบรรเทาอาการปวดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PMS ราคา 950 รายละเอียด