พญ. วรลักษณ์ ภานุมาตรัศมี
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคผิวหนังในเด็ก (ตจวิทยา)
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

หลายครอบครัวอาจต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องงอแงของเจ้าตัวน้อยในกลางดึก เมื่อเปิดไฟดู กลับพบปื้นแดง บวม หนา และคัน กระจายไปตามแขน ขา หรือลำตัว อาการที่มาแบบ "จู่โจม" เช่นนี้ มักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลไม่น้อย "ลมพิษ" มักเป็นโรคอันดับแรกที่เรามักนึกถึง ซึ่งมักพบบ่อยในกลุ่มเด็ก แต่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง “ลักษณะของผื่น” และ “ตัวโรค” ซึ่งอาจทำให้เราดูแลลูกได้ไม่ถูกจุดค่ะ
แต่หากเราเข้าใจที่มาและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้อง ความกังวลเหล่านั้นจะเบาบางลงค่ะ
โรคลมพิษ (Urticaria) คือโรคที่ทำให้เกิดอาการผื่นลมพิษ ซึ่งเกิดได้หลายปัจจัยกระตุ้น โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

สองคำนี้มีความหมายที่คาบเกี่ยวกันแต่ไม่เหมือนกันค่ะ
ลมพิษในเด็กไทยหลายเคส ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารเสมอไป แต่อาจเกิดจาก "ปัจจัยทางกายภาพ" เช่น ลมพิษจากการเสียดสี ลมพิษจากความเย็น (Cold Urticaria) เมื่ออาบน้ำเย็นหรืออยู่ในห้องแอร์ ดังนั้นไม่ควรรีบเอาน้ำแข็งประคบผื่นลมพิษ เพราะถ้าลูกเป็นลมพิษจากความเย็น ผื่นจะเห่อหนักกว่าเดิม หากเราหาสาเหตุที่แท้จริงไม่เจอ การรักษาอาจจะเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุเท่านั้นค่ะ
แม้การรับประทานยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) จะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ แต่หัวใจสำคัญของการรักษาคือการ "อ่านรอยโรค" ค่ะ กุมารแพทย์โรคผิวหนังจะสังเกตลักษณะปื้นแดงอย่างละเอียด เพื่อแยกโรคที่หน้าตาคล้ายกันแต่มีความรุนแรงกว่าออกไป เช่น ผิวหนังอักเสบจากเส้นเลือด (Vasculitis) ที่ผื่นอาจดูคล้ายลมพิษแต่ไม่ยุบหายไปเอง หรือมีสีม่วงคล้ำปน ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะทางในการวินิจฉัย

คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกแกะเกาผิวหนัง เพราะผิวหนังของลูกอาจอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนได้ ควรใช้โลชั่นบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอมและใช้เวชสำอางกลุ่มเสริมปราการผิว (Ceramide) เพื่อลดความไวของผิวหนัง
โรงพยาบาลรามคำแหงให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม หากวินิจฉัยแล้วพบว่าลมพิษนั้นสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อน หรือเสี่ยงต่อภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เราจะทำงานสอดประสานร่วมกับ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และกุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เพื่อสืบค้นลึกถึงระดับเซลล์และสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า ลูกน้อยจะได้รับการปกป้องจากทั้งภายนอกและภายในร่างกายค่ะ
ควรรีบพาพบกุมารแพทย์ เมื่อลูกมีผื่นลมพิษร่วมกับอาการตาบวม ปากบวม หายใจเสียงดัง หรือซึมลงค่ะ การที่ลูกได้รับการดูแลนับตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดโรคคือความเบาใจของพ่อแม่อย่างเราทุกคน การได้เห็นเด็กพ้นโรค และเห็นเขาระบายยิ้มอย่างเป็นสุขก็คือความปรารถนาสูงสุดของหมอเช่นกันค่ะ
กนกวัลย์ กุลทนนท์. (2552). โรคลมพิษ Urticaria. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.
เพ็ญพรรณ วัฒนไกร. (ม.ป.ป.). ลมพิษ (Urticaria). สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569, จาก
https://www.rama.mahidol.ac.th/med/sites/default/files/public/pdf/medicinebook1/URTICARIA.pdf
กุมารเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์โรคผิวหนังในเด็ก (ตจวิทยา)