Messenger

"ลมพิษเด็ก" เรื่องฉุกเฉินบนผิวหนัง ที่ไม่ได้มีแค่เรื่อง "แพ้"

February 26 / 2026

ผื่นลมพิษเด็ก

 

 

     หลายครอบครัวอาจต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องงอแงของเจ้าตัวน้อยในกลางดึก เมื่อเปิดไฟดู กลับพบปื้นแดง บวม หนา และคัน กระจายไปตามแขน ขา หรือลำตัว อาการที่มาแบบ "จู่โจม" เช่นนี้ มักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลไม่น้อย "ลมพิษ" มักเป็นโรคอันดับแรกที่เรามักนึกถึง ซึ่งมักพบบ่อยในกลุ่มเด็ก แต่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง “ลักษณะของผื่น” และ “ตัวโรค” ซึ่งอาจทำให้เราดูแลลูกได้ไม่ถูกจุดค่ะ

 

 

แต่หากเราเข้าใจที่มาและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้อง ความกังวลเหล่านั้นจะเบาบางลงค่ะ

 

 

โรคลมพิษในเด็ก

โรคลมพิษ (Urticaria) คือโรคที่ทำให้เกิดอาการผื่นลมพิษ ซึ่งเกิดได้หลายปัจจัยกระตุ้น โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

 

  • ลมพิษเฉียบพลัน เกิดไม่เกิน 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นได้ทั้งจากการแพ้อาหาร ยา หรือการติดเชื้อ ส่วนใหญ่ลูกอาจติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียจนป่วย ลมพิษจึงเป็นอาการหนึ่งที่แสดงตัวเมื่อลูกป่วย เช่น ติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • ลมพิษเรื้อรัง หากเป็นนานกว่า 6 สัปดาห์ก็อาจเข้าข่ายเป็นลมพิษเรื้อรัง สาเหตุไม่แน่ชัด อาจเกิดจากภูมิคุ้มกันไวต่อสิ่งกระตุ้น

 

 

ผื่นลมพิษเด็ก

 

 

‘ผื่นลมพิษ’ ต่างจาก ‘โรคลมพิษ’ อย่างไร?

สองคำนี้มีความหมายที่คาบเกี่ยวกันแต่ไม่เหมือนกันค่ะ

 

  • ผื่นลมพิษ (Hives Rash) คือ “ลักษณะอาการแสดง” บนผิวหนัง โดยเป็นผื่นบวมนูน แดง มีขนาดไม่แน่นอน อาจคล้ายตุ่มยุงหรือมดกัด และที่สำคัญคือมักจะมีอาการคันเด่นชัด ผื่นชนิดนี้มีความพิเศษคือ “ย้ายที่ไปเรื่อย ๆ” และมักจะจางหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่ทิ้งร่องรอย

 

4 สัญญาณเสี่ยงที่พ่อแม่อย่าละเลย

  • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือมีเสียงหวีดขณะหายใจ
  • บวมบริเวณเนื้ออ่อน เช่น เปลือกตา ปาก หรือลิ้นอย่างรุนแรง (Angioedema)
  • ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีอาการซึม ตัวเย็น หรือหมดสติ จากความดันโลหิตต่ำ

 

‘แพ้อาหาร’ ไม่ใช่สาเหตุเดียวของลมพิษ

     ลมพิษในเด็กไทยหลายเคส ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหารเสมอไป แต่อาจเกิดจาก "ปัจจัยทางกายภาพ" เช่น ลมพิษจากการเสียดสี ลมพิษจากความเย็น (Cold Urticaria) เมื่ออาบน้ำเย็นหรืออยู่ในห้องแอร์ ดังนั้นไม่ควรรีบเอาน้ำแข็งประคบผื่นลมพิษ เพราะถ้าลูกเป็นลมพิษจากความเย็น ผื่นจะเห่อหนักกว่าเดิม หากเราหาสาเหตุที่แท้จริงไม่เจอ การรักษาอาจจะเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุเท่านั้นค่ะ

 

ทำไมต้องตรวจกับกุมารแพทย์โรคผิวหนัง?

     แม้การรับประทานยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) จะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ แต่หัวใจสำคัญของการรักษาคือการ "อ่านรอยโรค" ค่ะ กุมารแพทย์โรคผิวหนังจะสังเกตลักษณะปื้นแดงอย่างละเอียด เพื่อแยกโรคที่หน้าตาคล้ายกันแต่มีความรุนแรงกว่าออกไป เช่น ผิวหนังอักเสบจากเส้นเลือด (Vasculitis) ที่ผื่นอาจดูคล้ายลมพิษแต่ไม่ยุบหายไปเอง หรือมีสีม่วงคล้ำปน ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะทางในการวินิจฉัย

 

 

ลมพิษเด็ก

 

 

การดูแลและป้องกันลูกจากลมพิษ

     คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้ลูกแกะเกาผิวหนัง เพราะผิวหนังของลูกอาจอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนได้ ควรใช้โลชั่นบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอมและใช้เวชสำอางกลุ่มเสริมปราการผิว (Ceramide) เพื่อลดความไวของผิวหนัง

 

เราจะร่วมดูแลกันให้ครอบคลุมที่สุด

     โรงพยาบาลรามคำแหงให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวม หากวินิจฉัยแล้วพบว่าลมพิษนั้นสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อน หรือเสี่ยงต่อภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เราจะทำงานสอดประสานร่วมกับ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และกุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เพื่อสืบค้นลึกถึงระดับเซลล์และสารก่อภูมิแพ้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า ลูกน้อยจะได้รับการปกป้องจากทั้งภายนอกและภายในร่างกายค่ะ

 

 

ควรรีบพาพบกุมารแพทย์ เมื่อลูกมีผื่นลมพิษร่วมกับอาการตาบวม ปากบวม หายใจเสียงดัง หรือซึมลงค่ะ การที่ลูกได้รับการดูแลนับตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดโรคคือความเบาใจของพ่อแม่อย่างเราทุกคน การได้เห็นเด็กพ้นโรค และเห็นเขาระบายยิ้มอย่างเป็นสุขก็คือความปรารถนาสูงสุดของหมอเช่นกันค่ะ

 

 

บรรณานุกรม

กนกวัลย์ กุลทนนท์. (2552). โรคลมพิษ Urticaria. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน.

เพ็ญพรรณ วัฒนไกร. (ม.ป.ป.). ลมพิษ (Urticaria). สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569, จาก

https://www.rama.mahidol.ac.th/med/sites/default/files/public/pdf/medicinebook1/URTICARIA.pdf