พญ. อาภาศรี ลุสวัสดิ์
กุมารประสาทวิทยา
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้🍪
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ในสายตาของพ่อแม่ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของลูกคือสัญญาณที่สำคัญที่สุด เมื่อเด็กที่เคยสดใสกลับกลายเป็นดื้อรั้น ก้าวร้าว หรือมี พัฒนาการ ที่หยุดชะงัก เรามักตั้งคำถามว่าเป็นเพราะอารมณ์หรือสิ่งแวดล้อม แต่ในโลกของระบบประสาทและสมอง ความจริงอาจซับซ้อนกว่านั้น หากลูกเป็นออทิสติกยิ่งน่าห่วง เพราะพฤติกรรมที่ผิดปกติอาจเป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ของภาวะสมองลัดวงจรที่ซ่อนอยู่ข้างใต้น้ำ
สำหรับเด็กทั่วไป อาการปวดศีรษะรุนแรงหรือความผิดปกติของคลื่นสมองอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมท้าทาย แต่ในกลุ่มเด็กออทิสติก (ASD) ความรุนแรงของอาการจะเท่าทวี เพราะพวกเขาไม่รู้จะสื่อสารความเจ็บปวดนี้ออกมาเป็นถ้อยคำได้ งานวิจัยระบุว่าพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรืออาละวาดอย่างรุนแรง บ่อยครั้งคือ "สัญญาณเตือน" ของปัญหาสุขภาพทางกายที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
การโวยวายจึงเป็น ‘สัญญาณใบ้’ เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากวิกฤตล่องหนที่ไม่รู้จะเกิด.. เมื่อไหร่
หากคุณคิดว่า "ลมชัก" ต้องมีอาการเกร็งกระตุกเพียงอย่างเดียว เราอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนไปไกล เพราะมีภาวะที่เรียกว่า "ชักเงียบ" หรือการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในสมองที่ไม่มีอาการแสดงทางกายให้เห็นชัด โดยเฉพาะเด็กออทิสติกที่พบว่าสัมพันธ์กับโรคลมชักสูงถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านการสื่อสาร กระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของสมอง ส่งผลให้ พัฒนาการของลูกถดถอยลง (Regression) อย่างน่าเสียดาย
งานวิจัย (Tuchman & Cuccaro, 2011) ได้กล่าวว่า ภาวะสติปัญญาบกพร่องเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดภาวะลมชักในเด็กออทิสติก ซึ่งเสี่ยงมากกว่ากลุ่มเด็กออทิสติก แต่ไม่มีภาวะสติปัญญาบกพร่องถึง 3 เท่า

งานวิจัยทางการแพทย์ พบร่องรอยสำคัญที่ระบุว่า โรคลมชักและภาวะออทิซึมไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันโดยบังเอิญ แต่ทั้งสองภาวะต่างมี ‘ยีน’ ซึ่งเป็นรากเหง้าทางชีวภาพร่วมกัน เปรียบเสมือนกิ่งก้านที่เติบโตมาจากลำต้นเดียวกันผ่านความผิดปกติในระดับโครงสร้างสมอง
งานศึกษาในหัวข้อ Autism Spectrum Disorder and Epilepsy: Point of Convergence or Divergence ได้ระบุว่า ภาวะออทิซึมสัมพันธ์กับโรคลมชักอย่างใกล้ชิด เพราะยีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะออทิซึมหลายยีน และยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไอออนที่ผิดปกติด้วย ทำให้กระแสไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติ เซลล์ประสาทถูกกระตุ้นง่ายกว่าคนปรกติ ทำให้วงจรไฟฟ้าในสมองทำงานผิดปกติ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นออทิซึมอาจมีโรคลมชักร่วมด้วย และผู้ป่วยโรคลมชักหลายรายจะมีภาวะออทิซึมได้เช่นกัน
ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาเดียว แต่มี "จุดวิกฤต" สองช่วงที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือในช่วง วัยเด็กตอนต้น (2-5 ปี) และจะกลับมาพีคอีกครั้งในช่วง วัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่สมองมีการปรับตัวขนานใหญ่

หากพบว่าลูกมีอาการชัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ "สติ" ของคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่วินาทีแรก เพื่อช่วยให้ลูกพ้นวิกฤตเบื้องต้น
การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ไม่ใช่เพียงการตรวจโรค แต่คือการ "ฟังเสียงที่ลูกพูดไม่ได้" เพื่อค้นหาจุดลัดวงจรและรักษาให้ตรงจุด ก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้างจนพรากศักยภาพที่แท้จริงของลูกไปตลอดกาล
โรงพยาบาลรามคำแหงพร้อมช่วยรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝันนับแต่วินาทีแรกของอาการชัก เราเชื่อว่า.. การเข้าใจถึงต้นตอของความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งคือ “กุญแจดอกสุดท้าย” ที่ช่วยไขปัญหาชีวิตไปสู่ทางออกที่ปลายประตู
ภาษาไทย
RAMA Channel. (25 กรกฎาคม 2560). โรคลมชักในเด็ก : พบหมอรามา ช่วง Meet The Expert 24 ก.ค.60
(3/5) [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=gPN6dKYPhgM
ภาษาอังกฤษ
American Academy of Pediatrics. (2019). Identification, Evaluation, and Management of Children
With Autism Spectrum Disorder. Pediatrics.
https://publications.aap.org/pediatrics/article/145/1/e20193447/76930/Identification-
Cleveland Clinic. (2024). Epilepsy in Children. Retrieved January 27, 2026, from
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/12252-epilepsy-in-children
Tuchman, R., & Cuccaro, M. (2011). Autism spectrum disorder and epilepsy: Disorders with a shared
biology. National Library of Medicine (PMC4475437).
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4475437/
กุมารประสาทวิทยา