Messenger

‘ปวดบิดเสียดหลังหรือเอวซ้าย-ขวา แสบปัสสาวะขัด’ ระวังโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

May 11 / 2026

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

 

 

     อาการปวดหลังปวดเอวเรื้อรังอาจมีสาเหตุจากหลายโรคจนแยกยาก ‘ออฟฟิศซินโดรม’ คือหนึ่งโรคที่คนเข้าใจผิดว่าตนอาจเป็น แต่แท้จริงแล้วอาจเป็น 'นิ่วในทางเดินปัสสาวะ' โรคจากผลึกแร่ธาตุที่รวมเป็นก้อนจนอุดตันทางเดินปัสสาวะ หากที่ปวดนั้นเป็นแบบบิดเสียดที่หลังหรือเอวข้างใดข้างหนึ่ง ปัสสาวะแสบขัด สีขุ่นหรือเป็นเลือด ร่างกายอาจต้องการบอกกับเราว่า ‘ถึงเวลา’ ที่ควรเข้าพบแพทย์เพื่อดูแลไต

 

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

     นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract stones,Urolithiasis) เป็นโรคจากการสะสมของผลึกแร่ธาตุแข็งชนิดต่าง ๆ จนกลายเป็นก้อนแข็งเล็กใหญ่หลายขนาด โดยพบได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่ถ้วยไต (Calyx) หรือกรวยไต (Renal Pelvis) ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะโดยอุบัติการณ์

 

 

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

 

 

สาเหตุของโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

     อุบัติการณ์ของโรคนิ่วขึ้นอยู่กับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ชาติพันธุ์ อาหาร และพันธุกรรม ความเสี่ยงในการกำเริบของโรคถูกกำหนดโดยพื้นฐานของโรคหรือความผิดปกติที่ทำให้เกิดการก่อตัวของนิ่ว นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะสามารถแบ่งชนิดได้หลากหลายแบบ

 

 

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

 

 

ประเภทของนิ่ว

1. ประเภทของนิ่วตามส่วนประกอบประเภท

  • นิ่วที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียม เช่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต
  • นิ่วที่มีส่วนประกอบเป็นสารหรือธาตุชนิดอื่น เช่น นิ่วกรดยูริค นิ่วแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต นิ่วซิสติน

 

2. ประเภทของนิ่วตามสาเหตุการเกิด

  • นิ่วที่ไม่ใช่จากการติดเชื้อ เช่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต นิ่วกรดยูริค
  • นิ่วจากการติดเชื้อ เช่น นิ่วแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต แอมโมเนียมยูเรต
  • นิ่วจากข้อบกพร่องทางพันธุกรรม เช่น นิ่วซิสติน นิ่วแซนทีน
  • นิ่วจากยา เช่น นิ่วจากยาต้านไวรัส (Indinavir) นิ่วจากยากันชัก (Topiramate)

 

อาการเตือนโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในทางเดินปัสสาวะอาจมีหรือไม่มีอาการได้ โดยขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว ผู้ป่วยมักจะมีอาการเมื่อนิ่วไปอุดตันทางเดินปัสสาวะ หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากนิ่ว

 

  • ปวดหลังหรือปวดท้องข้างใดข้างหนึ่ง โดยมักมีอาการรุนแรง ปวดบิดเป็นพัก ๆ คล้ายปวดท้องประจำเดือน แต่อาจปวดนานเป็นชั่วโมง หรือเป็นวัน
    • หากเป็น "นิ่วในไต" : อาจปวดบริเวณเอวสีข้างหรือร้าวไปหลัง
    • หากเป็นนิ่วในท่อไต: อาจปวดบริเวณท้องน้อย หรือปวดร้าวไปบริเวณอัณฑะในผู้ชาย หรือปวดร้าวไปบริเวณแคมในผู้หญิง

 

  • ปัสสาวะผิดปกติ มีปัสสาวะปนเลือด ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะไม่ออก หรือบางครั้งอาจมีนิ่วก้อนเล็ก ๆ หรือมีเม็ดทรายปนออกมากับปัสสาวะ
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • มีไข้ เกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแทรกซ้อน

 

 

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

 

 

การรักษาโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

การรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ การรักษาขึ้นกับชนิดและขนาดของนิ่ว ได้แก่

 

1.  การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด

     หากนิ่วมีขนาดก้อนเล็กมาก นิ่วอาจหลุดออกมาได้เองด้วยการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะ หรือให้ยาละลายน้ำ หากเป็นน้ำชนิดที่ละลายได้ด้วยยา

 

2.  การใช้เครื่องสลายนิ่ว

     การใช้เครื่องสลายนิ่ว (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL) เป็นการสลายนิ่วขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นกระแทก ทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวและขับออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจเจ็บเล็กน้อย และมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา จึงควรทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญอย่างใกล้ชิด

 

3.  การส่องกล้องสลายนิ่ว

     การส่องกล้องสลายนิ่ว (Ureteroscopy) เป็นการส่องกล้องเข้าไปในท่อไตจนถึงไต แล้วใช้เครื่องมือทำลายนิ่วเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะ

 

4.  การรักษาแบบผ่าตัด

การผ่าตัด PCNL (Percutaneous Nephrolithotomy) ใช้ในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่และรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล

 

  • แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กราว 1-2 เซนติเมตรบริเวณหลังของผู้ป่วย
  • แพทย์สอดกล้องส่องสำหรับนำทาง ก่อนสอดเครื่องมือเข้าไปทำลายนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็ก เพื่อคีบก้อนออกผ่านรูผ่าตัดขนาดเล็กได้อย่างสะดวก
  • แผลที่ได้นั้นมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวไวพร้อมความเจ็บปวดที่น้อยลงมาก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดแบบเดิม

 

 

นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

 

 

การป้องกันโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

  • ดื่มน้ำ 2.5 – 3 ลิตรต่อวัน เพื่อให้มีปริมาณปัสสาวะ 2.5 ลิตรต่อวัน
  • กินแคลเซียมปริมาณพอเหมาะ 1 – 1.2 กรัม/วัน หากกินแคลเซียมเสริมให้กินพร้อมมื้ออาหาร
  • เลี่ยงเค็ม ลดเกลือในมื้ออาหาร (จำกัดเกลือ โซเดียมคลอไรด์ 4-5 กรัม/วัน)
  • ควบคุมการกินเนื้อสัตว์ นม เนย (จำกัดโปรตีนจากสัตว์ 0.8 – 1 กรัม/กก./วัน)
  • ทานผัก ผลไม้ และไฟเบอร์ให้เยอะช่วยลดโอกาสเกิดนิ่ว
  • ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักตัว
  • ลดอาหารและเครื่องดื่มรสหวาน

 

อีกสักครั้ง ให้เราได้ดูแลคุณ

     เพราะการดูแลและการรักษาคือ ‘ความหวัง’ ที่ส่องไสวอย่างอุ่นนวล กลางแผ่นฟ้าคราม.. ในยามเย็น โรงพยาบาลรามคำแหงจึงอยากเป็นความหวังนั้นที่คอยโอบอุ้มชีวิตคุณไว้ เพื่อไม่ให้รู้สึกหม่นใจเมื่อต้องเหม่อมองฟ้า เราจึงอยากดูแลคุณและคนที่รัก ได้มีชีวิตอยู่เห็นสิ่งสวยงามบนโลกนี้ต่อไป

 

 

โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลรามคำแหง

 

 

ข้อมูลล่าสุด

08/05/2569